จุดแข็งที่เป็นจุดอ่อน ความเปราะบางของ'บิ๊กตู่'กับ พปชร.
สัญญาณระวังตัวเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รีบออกมาเคลียร์ประเด็นบัตรคนจนที่ถูกโยงว่าเป็นนโยบายพปชร. รวมถึงเตือนให้พรรคระวังอย่ารีบด่วนหาเสียงชูเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
สัญญาณระมัดระวังตัวเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รีบออกมาเคลียร์ประเด็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐโดยโยนให้ เป็นเรื่องของผู้พูดที่จะต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง
ที่สำคัญยังออกมาเตือนให้พรรคการเมืองระมัดระวังอย่ารีบด่วนหาเสียงโดยชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป หลังมีหลายพรรคเริ่มต้นกระบวนหาเสียงไป ก่อนหน้านี้
"ผมเห็นหลายพรรคชูประยุทธ์ตลอด ทุกพรรค แต่ผมยังไม่ตัดสินใจสักพรรค จึงขอให้ระมัดระวังด้วย การจะเสนอกล่าวชื่อผมในเวทีโน้น เวทีนี้ ขอเตือนไว้ด้วย ตราบใดที่ผมยังไม่ตอบรับกับใครก็อย่าไปพูดถึงผม ขอให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าจะมีพรรคใดเสนอผมมา และอาจจะรอเรื่องกฎหมายต่างๆ ที่ยังไม่เรียบร้อยอยู่ก็ได้ เราค่อยว่ากันอีกที ผมจะพิจารณาอีกครั้งว่าทำต่อไปหรือไม่แล้วจะรับพรรคใดก็ต้องไปดูตรงโน้น จึงขอให้เคารพการตัดสินใจของผมด้วย"
ท่าทีดังกล่าวตอกย้ำความกังวลในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองอันอาจหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิด ซึ่งบางคดีมีโทษรุนแรงถึงขั้นต้องถูก ยุบพรรค ทำให้จำเป็นต้องรีบหาทางป้องกันตั้งแต่ต้น
ยิ่งในเวลานี้ ทั้งพรรคพลังประชารัฐและ พล.อ.ประยุทธ์ ล้วนแต่เป็นเป้าใหญ่ที่กำลังถูกจ้องจับผิดในทุกการกระทำ ดังนั้นการขยับที่สุ่มเสี่ยงในแต่ละเรื่องมีแต่จะต้องถูกหยิบยกไปร้องเรียน
ดังจะเห็นจากช่วงนี้ ทั้งคลิปเรื่องการรับบัตรสวัสดิการคนจนในพื้นที่ จ.ยโสธร ซึ่งจะต้องแลกกับการสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเสียก่อน หลังเป็นกระแสเจ้าหน้าที่ต้องออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นไปตามคลิปที่ปรากฏ แต่บทเรียนที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องระมัดระวังต่อเป็นอย่างมาก
ไม่เว้นแม้กระทั่งการจัดงานระดมทุนที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติและหลายพรรคก็เคยจัดงานระดมทุนมาหลายรอบก่อนหน้านี้ แต่การจัดงานระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐครั้งแรกกลับกลายเป็นปัญหาขึ้นมา โดยเฉพาะการตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของรัฐมนตรีเข้าไปมีส่วนจูงใจให้หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจเข้ามาซื้อโต๊ะหรือไม่อย่างไร ต่อเนื่องไปถึงประเด็นที่มาของเงินนั้นมาจากส่วนไหน
ต่อเนื่องไปถึงสถานะนายกรัฐมนตรี และว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคพลังประชารัฐประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าเตรียมเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตของพรรค สอดรับกับการเปิดตัว 4 รัฐมนตรี ในรัฐบาลที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐก่อนหน้านี้
ปัญหาดังกล่าวทำให้ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องถึงการใช้อำนาจที่หมิ่นเหม่ต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากรของรัฐในการเร่งสร้างคะแนนนิยมให้กับผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ
ยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่จะเห็นแพ็กเกจนโยบาย ลด แลก แจก แถม อย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงของขวัญปีใหม่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และสารพัดโครงการที่พร้อมใจกันออกมาในช่วงนี้ ไปจนถึงการต่อยอดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ยังไม่รวมกับการเดินสายลงพื้นที่พบปะประชาชนในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการจัด ครม.สัญจร พร้อมอนุมัติโครงการรายพื้นที่ก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดย่อมถูกมองได้ว่าเป็นเรื่อง ของการเร่งสร้างคะแนนนิยม
ปัญหาอยู่ที่สถานะของ พล.อ. ประยุทธ์ ในเวลานี้ คือ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยังไม่ได้ตกปากรับคำเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
การทำหน้าที่ในตำแหน่งเวลานี้จึงยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ แต่จะเริ่มมีปัญหาเมื่อให้ความยินยอมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้การทำหน้าที่หลังจากนั้นถูกเชื่อมโยงหรือถูกมองว่าเอื้อประโยชน์กับพรรคการเมืองนั้นได้
โดยเฉพาะกับสถานะของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มต่อเนื่อง ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ทำให้ไม่มีข้อจำกัดในการใช้อำนาจหรือใช้งบประมาณแต่อย่างไร
ที่สำคัญยังมีอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ที่สามารถให้คุณให้โทษ ในด้านต่างๆ อย่างกว้างขวางและอาจส่งผลไปถึงการเลือกตั้งไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ดังนั้น การใช้อำนาจในมือหลังจากเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคการเมืองแล้วย่อมสุ่มเสี่ยงจะมีปัญหาการใช้อำนาจนั้นถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองดังกล่าว
แต่อีกด้านหนึ่งแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่เชื่อมโยงกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่หากมีการกระทำที่เข้าข่ายว่าเป็นการแทรกแซงชี้นำอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 กำหนดว่า "ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอม หรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่น ที่มิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม"
ทั้งหมดล้วนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาส่งสัญญาณสร้างความชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและเป็นชนวนให้เกิดการร้องเรียนเอาผิดที่น่าจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ นับจากนี้ต่อไป


