น้ำท่วมทำท่องเที่ยวไทยเสียโอกาส

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 16:27 น.
น้ำท่วมซัดท่องเที่ยวไทยเสียโอกาสทางการแข่งขัน ทีเอชเอระบุสิงคโปร์แซงหน้าไทย

ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางของประเทศได้สร้างความเสียให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง โดยส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชากรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 21 จังหวัด ซึ่งมีแนวโน้มขยายวงกว้างไปยังจังหวัดอื่นๆอีกจำนวนมาก รวมถึงกระทบต่อบรรยากาศทางการท่องเที่ยวของประเทศอย่างหนัก โดยเฉพาะเส้นทางนครราชสีมา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมพักผ่อนช่วงวันหยุดยาว ขณะที่จ.อยุธยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

โดยธนิฎฐา เศวตศิลา มณีโชติ รักษาการปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(ก.ก.) เล่าว่า กระทรวงได้ประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม เพื่อวางแนวทางความช่วยเหลือร่วมกัน โดยจัดตั้งศูนย์จัดการวิกฤตอุทกภัยสำหรับการท่องเที่ยวและกีฬา(ไคซิส แมนเนจเม้นท์ เซ็นเตอร์) เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ประสบเหตุได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะกระทบต่อบรรยากาศทางการท่องเที่ยว อาจทำให้คนไทยชะลอการเดินทางลงพื้นที่ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯคาดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเสียโอกาสรายได้ทางการท่องเที่ยว สัปดาห์ละ 50 ล้านบาท หากมีความยืดเยื้อต่อเนื่องอาจเสียโอกาสถึง 200 ล้านบาท โดยไม่รวมกับความสูญเสียจากแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม

ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับภาคบริการการท่องเที่ยว จำนวน 1,200 ล้านบาท ภาคเกษตร 2,600 ล้านบาท ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม 600 ล้านบาท ทรัพย์สินราชการและถนน 2,000 บาท อาคารและรถยนตร์ 1,000 ล้านบาท  รวมยอดความเสียหายที่เกิดขึ้น ราว 7,700 ล้านบาท

“กระทรวงท่องเที่ยวฯเตรียมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน โดยใช้งบประมาณจากโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตทางการเมือง ซึ่งมีงบกว่า 1,000 ล้านบาท” ธนิฎฐา เล่า

อย่างไรก็ตามกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมพิจารณาของบประมาณซ่อมแซมแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมจากรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมของบประมาณจำนวน 45 ล้านบาท เพื่อจัดทำกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วง 2 เดือนสุดท้าย ผ่าน 6 กิจกรรมใหญ่ เช่น วันพ่อ เตรียมร่วมมือกับบริษัทการบินไทย จัดแพ็กเกจทัวร์ราคาพิเศษ ลดราคาตั๋วโดยสาร 50%   หรือลูกพาพ่อขึ้นเครื่องบินฟรี เป็นต้น

ด้านปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เล่าว่า สทท. จะร่วมกับธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี) ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือเฉพาะกิจ บริเวณโรงแรมสีมาธานี จ.นครราชสีมา ปล่อยกู้ดอกเบี้ยอัตราเดียวกับที่ให้ความช่วยเหลือในโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตทางการเมือง โดยสทท.จะเจรจาผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยกู้ ให้ได้รับอนุมัติภายใน 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ต้องการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้จังหวัดที่ไม่มีเหตุการณ์น้ำมท่วม อย่าง อุบลราชธานี  ปราจีนบุรี ได้ถูกยกเลิกการเดินทางเกือบเกลี้ยงตลาด เพราะนักท่องเที่ยวไม่กล้าเสี่ยงลงพื้นที่

นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยว ททท. และเอกชนท่องเที่ยวต้องร่วมมือ กำหนดกรอบการทำงานด้านการตลาด ภายหลังปัญหาน้ำท่วมคลี่คลาย เบื้องต้น สทท.เตรียมจัดแฟมทริป นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อ มวลชนลงพื้นที่ภายหลังน้ำลด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวลงพื้นที่ทันทีที่เหตุการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เล่าว่า ทีเอชเออยู่รหะว่างการรวบรวมความเสียหายของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย ส่วนชาวต่างชาติอาจไม่กระทบมากนัก

“เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่วันหยุดยาว 3 วันในครั้งนี้ การท่องเที่ยวภายในประเทศจะชะงัก เพราะคนไทยไม่มั่นใจว่าจะเดินทางได้หรือไม่ ซึ่งเอกชนลุ้นว่าเทศกาลลอยกระทงทุกเหตุการณ์จะอยู่ในภาวะปกติ”ประกิจ กล่าว

อย่างไรก็ตามเอกชนจะใช้เวทีเวิล์ด ทราเวล มาร์ท ที่สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 8-11 พ.ย.นี้ ชี้วัดสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ในสายต่าชาวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้น แต่ยังติดลบเมื่อเทียบกับปีปกติ เช่น อัตราเข้าพักกรุงเทพปัจจุบัน 60%  ลดลง 10% ภูเก็ต 70% ลดลง 20% ภูเก็ต 50% ลดลง 10-20%

ประกิจ เล่าว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในอาเซียน ขณะนี้สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมสุงสุด เนื่องจากสิงคโปร์ ได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่อย่างต่อเนื่อง  โดยขณะนี้ราคาที่พักของประเทศสิงคโปร์ เฉลี่ย 250-300 เหรียญสิงคโปร์ ขณะที่ราคาห้องพักระดับ 5-6 ดาวของประเทศไทย เฉลี่ยคืนละ 4,000-5,000 บาทเท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบโรงแรมไม่สามารถปรับราคาที่พักอย่างน้อย 3 ปี นับจากเกิดวิกฤตทางการเมือง