เฮดจ์ฟันด์...รีเทิร์นเศรษฐกิจโลกไม่ปลอดภัย

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 08:23 น.
ข้อมูลที่น่าเป็นกังวลและต้องจับตา เนื่องจากอาจจะมีโอกาสก่อตัวเป็น “คลื่นใต้น้ำ” ซัดเข้าทะลายเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ข้อมูลที่น่าเป็นกังวลและต้องจับตา เนื่องจากอาจจะมีโอกาสก่อตัวเป็น “คลื่นใต้น้ำ” ซัดเข้าทะลายเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง และยังมีปัญหาคั่งค้างอยู่อีกหลายจุด คือ การเคลื่อนไหวของกองทุนบริหารความเสี่ยง หรือ “เฮดจ์ฟันด์” (Hedge Fund) หมาล่าเนื้อตัวยงในตลาดทุนโลก

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund Research) ชี้ว่า ในเดือน ก.ค.ก.ย. ที่ผ่านมา กองทุนป้องกันความเสี่ยง หรือเฮดจ์ฟันด์เติบโตขึ้นถึง 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5.17%

โดยมีนักลงทุนรายใหม่ทุ่มลงทุนในเฮดจ์ฟันด์เพิ่มขึ้นถึง 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นไตรมาสที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง และเพิ่มขึ้นมากที่สุด เท่าที่มีมาในรอบ 3 ปีนี้

ก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่ในช่วงต้นปี เฮดจ์ฟันด์มีการเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ราว 4.8% เท่านั้น อีกทั้งเมื่อในช่วงเดือน พ.ค. ยังมีตัวเลขชี้ว่า เฮดจ์ฟันด์ต้องสาหัสกับมูลค่าความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 18 เดือน

แม้กระทั่งกองทุนภายใต้การบริหารของพอลสันแอนด์โค ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของโลก ยังต้องปาดเหงื่อในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

แต่ในชั่วพริบตาไม่กี่เดือน ปรากฏว่าตัวเลขมูลค่าความเคลื่อนไหวของเฮดจ์ฟันด์ในไตรมาส 3 ล่าสุดนี้ ปรากฏว่ามีมูลค่ามากกว่าในช่วงปี 2551 ก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลกครั้งล่าสุดเสียอีก

ความเฟื่องฟูของเฮดจ์ฟันด์ในครั้งนี้คงต้องหันมาขอบคุณนโยบายทางการเงินของบรรดาธนาคารกลางทั้งหลาย ที่พร้อมใจกันออกนโยบายดันราคาตลาดพันธบัตรให้ผันผวนไม่เป็นรูปเป็นร่าง

เปิดช่องให้หมาล่าเนื้ออย่างเฮดจ์ฟันด์ กระโจนเข้าใส่...!

ตัวเลขและข้อมูลดังกล่าวกำลังส่งสัญญาณอะไรกับภาวะเศรษฐกิจโลก? ...

เฮดจ์ฟันด์ถูกมองเป็นผู้ต้องหา ในฐานะต้นตอของวิกฤตการเงินโลกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย่ำยีมาแล้วทุกหัวระแหงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 วิกฤตซับไพรม์ ปี 2551 หรือย้อนกลับไปถึงเมื่อวิกฤตการเงินเตกิลาของเม็กซิโก เมื่อปี 2537

กระทั่งวิกฤตกรีซเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่ล่าสุดต้องเฉียดตายกับภาวะล้มละลายทั้งชาติจากวิกฤตหนี้ และยังเป็นผลต่อเนื่องให้ยุโรปต้องจัดระเบียบใหม่ ตรวจวินัยทางการเงินแบบเข้มข้นในยามนี้

หนึ่งในผู้ต้องสงสัยฐานะตัวก่อวิกฤตในครั้งนี้ก็ยังหนีไม่พ้นพฤติกรรมต้องสงสัยการเก็งกำไรเงินสกุลยูโรของบรรดากองทุนเฮดจ์ฟันด์

กลไกของกองทุนเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะมีกลยุทธ์และซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนมากเป็นการเข้ามาลงทุนแบบมือเปล่า ไม่ว่าจะในตลาดอนุพันธ์ ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร หรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และมุ่งโกยเอาผลตอบแทนแบบท่วมท้นกลับไป

ดังนั้น ในยามนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องระแวดระวังกองทุนอันตรายนี้ ยิ่งเป็นช่วงที่เอเชียกำลังเนื้อหอม เพราะถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีทั้งรายงานขององค์กรการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ยืนยันแนวโน้มความร้อนแรงของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่า มีรายงานของบริษัทวิจัยเฮดจ์ฟันด์ที่ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์จากทั่วโลกกำลังมุ่งเข้ามายังตลาดเอเชีย

ไฉนโลกจึงปล่อยให้เฮดจ์ฟันด์ กองทุนที่ไม่ต่างจากอสูรร้าย ล่องลอย

ในมุมของยุโรป กองทุนเฮดจ์ฟันด์ในยุโรปราว 80% กระจุกตัวอยู่ที่ลอนดอนของอังกฤษ

สหภาพยุโรป (อียู) โดยการประชุมของรัฐมนตรีคลังของอียูครั้งแล้วครั้งเล่าในเรื่องนี้ จนได้ออกกฎหมายว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งและเสริมสร้างระบบควบคุมตรวจสอบสถาบันการเงินในยุโรป

หนึ่งในนั้นคือ ความพยายามเปิดตลาดให้เฮดจ์ฟันด์เคลื่อนไหวได้ทั้ง 27 ประเทศสมาชิก ด้วยเงื่อนไข “ตลาดเดียว” (Single Market) ของอียู

ขณะเดียวกันก็พยายามให้กองทุนเหล่านี้เปิดเผยข้อมูลของตนมากขึ้น สร้างความโปร่งใส เลี่ยงให้พ้นฐานะผู้ต้องหา และยังจะมีหน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อมีอำนาจฉุกเฉินเร่งด่วน ในการปิดกองทุนเหล่านั้นได้ทันที เมื่อพบว่ามีส่วนที่เป็นอันตรายต่อระบบการเงิน

แผนดังกล่าวนี้กำลังรอนำเข้าสู่ที่สภาคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป เพื่ออนุมัติและพิจารณากฎหมายดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะอีกยาว เพราะอังกฤษและฝรั่งเศส สองยักษ์ของยุโรปที่ยังคงมีความเห็นไม่ลงรอยกันแบบสุดขั้ว

ส่วนทางฝั่งสหรัฐ ซึ่งบริษัทเฮดจ์ฟันด์ระดับท็อปเทนของโลก ตามการจัดอันดับจากมูลค่าสินทรัพย์เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า 7 ใน 10 บริษัท ล้วนเป็นของสหรัฐทั้งสิ้น อาทิ กองทุนเจพี มอร์แกน บริดจ์วอเตอร์ พอลสันแอนด์โค

ดังนั้น การเคลื่อนไหวปฏิรูปแบบรุนแรง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด คงจะเป็นเรื่องยาก ถ้าไม่เข้าครรลองกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็ต้องเข้าตำราเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเค้าลางว่าบรรดาพ่อมดหมอผีทางการเงิน พร้อมด้วยผู้ต้องสงสัยที่ชื่อว่า “เฮดจ์ฟันด์” กำลังเล่นแร่แปรธาตุ ขยับเข้ามาในเอเชียจริงๆ คาดว่าคลื่นที่จะซัดเข้าหาเอเชียนั้นจะเข้าขั้นคลื่นยักษ์
ต่อให้เอเชียแกร่งแค่ไหน แต่ไม่ได้ระแวงระวัง อาจจะต้องกลายเป็นเอเชียที่ล้มดังกว่าใครก็เป็นได้