posttoday

คลายล็อกการเมือง ระบายแรงกดดัน

29 สิงหาคม 2561

ตลอด 4 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเผชิญมรสุมกับคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากโรดแมปที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดของ คสช.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องเผชิญมรสุมกับคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากโรดแมปที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดของ คสช.

การเลือกตั้งของประเทศไทยที่ถูกเลื่อนออกไปทุกครั้ง นำมาซึ่งความถดถอยในคะแนนนิยมของ คสช. เนื่องจากตกเป็นจำเลยว่า คสช.ไม่ได้รักษาคำพูด

โดยปัจจัยหลักที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เดินหน้าไปได้เสียทีมี 3 สาเหตุสำคัญด้วยกัน

1.การลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ส่งผลให้ทุกอย่างต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ รวมไปถึงการทำประชามติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ใช้เวลากว่า 1 ปีกันเลยทีเดียว

2.การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีหลายฉบับที่ สนช.ได้แก้ไข ตัดต่อจนกฎหมายเปลี่ยนไปจากเดิมที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอมาพอสมควร ทำให้การพิจารณาต้องไปถึงขั้นตอนของการตั้งคณะกรรมาธิการ 3 ฝ่ายเพื่อชี้ขาด

3.การแก้ไขระยะเวลาการให้มีผลบังคับใช้ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ออกไป 90 วันของ สนช. ซึ่งแทนที่เมื่อกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้แล้วจะมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อเดินหน้านับระยะเวลา 150 วันไปสู่วันเลือกตั้ง กลายเป็นว่าต้องทอดเวลาออกไป 90 วันก่อนจะนับถอยสู่การเลือกตั้ง 150 วัน

เมื่อการเลือกตั้งต้องถูกเลื่อนออกไปหลายครั้งด้วยสาเหตุต่างๆ ประกอบกับมีกฎหมายเกี่ยวกับเลือกตั้งจำนวน 2 ฉบับประกาศใช้ไปแล้ว แต่ คสช.กลับไม่ยอมเปิดทางให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การเลือกตั้ง ส่งผลให้แรงกดดันจึงมาอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เพียงผู้เดียว

สถานการณ์ยิ่งทอดไปนานเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลร้ายกับรัฐบาลมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะทุกครั้งเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีอารมณ์ไม่พอใจกับการที่ต้องมาตอบคำถามถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แทบจะไม่ต่างกับการเติมน้ำมันลงไปในกองไฟ นำมาซึ่งการถูกตั้งคำถามว่าแท้ที่จริงแล้วที่ยังไม่ประกาศกรอบเวลาการเลือกตั้งให้ชัดเจน เป็นเพราะความไม่พร้อมในทางการเมืองของ คสช.ใช่หรือไม่

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ คสช.ต้องแก้สถานการณ์ด้วยการ "คลายล็อกการเมือง"

การใช้คำว่าคลายล็อกการเมืองนั้น เนื่องจาก คสช.ยังไม่ได้ "ปลดล็อก"ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมืองได้ 100% ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นผลมาจากการยังคงไว้ซึ่งประกาศ คสช.ที่ 57/2557 ว่าด้วยห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป

ตราบใดที่ประกาศ คสช.และคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าวยังไม่ได้รับการยกเลิก เท่ากับว่าพรรคการเมืองยังไม่ได้หลุดจากการกักขังแต่อย่างใด

สำหรับประเด็นที่ คสช.คลายล็อกให้กับพรรคการเมืองมี 6 เรื่องหลัก ประกอบด้วย 1.พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่เพื่อรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติมได้ 2.ให้ความเห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ 3.สามารถดำเนินการเกี่ยวกับไพรมารีโหวตได้

4.ตั้งกรรมการเพื่อสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ 5.ติดต่อประสานงานกับสมาชิกได้ และ 6.การแก้ไขข้อบังคับพรรคการเมือง ให้สามารถเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้สามารถจัดประชุมใหญ่ได้

"ทั้งหมดเป็นไปตามกรอบเวลาเดิม โดยการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือน ก.พ. 2562 ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เสนอให้จัดการเลือกตั้งใน วันอาทิตย์ เพื่อความสะดวกในการ เตรียมการลงคะแนนเสียง ดังนั้นอาทิตย์แรกที่กำหนดไว้คือวันที่ 24 ก.พ. เร็วสุดตามนี้

ต้องรอกฎหมายเลือกตั้งที่จะโปรดเกล้าฯ ลงมาในเดือน ก.ย.นี้ และจะมีเวลา 90 วัน เพื่อปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินการต่างๆ ระหว่างเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ โดยจะเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกพรรคการเมือง" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าหมากเกมนี้ของรัฐบาลยังคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิม คือ การยังไม่ยอมให้พรรคการเมืองขยับตัวได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อกำหนดนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมือง

การปล่อยให้พรรคการเมืองเดินหน้าทำนโยบายพรรค ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยเสือเข้าป่า เพราะแน่นอนว่านโยบายของพรรคการเมืองจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับของ คสช.

ไม่เพียงเท่านี้ การปลดล็อกแบบ 100% จะเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดสภาพของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาเพื่อโจมตีของ คสช.อีกด้วย เพราะย่อมมีพรรคการเมืองหลายพรรคที่พร้อมจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ เพื่อสกัดไม่ให้ คสช.กลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง

เรียกได้ว่าการคลายล็อกครั้งนี้ คสช.ได้รับประโยชน์เข้าอย่างจัง ทั้งการไม่ถูกมองว่ายื้อเลือกตั้งหรือสร้างเงื่อนไขกระทบโรดแมป พร้อมๆ ไปกับการเดินหน้าเก็บแต้มทางการเมืองแต่เพียงฝ่ายเดียวผ่านวิธีการที่กำลังดำเนินการกันอยู่

ดังนั้น ความได้เปรียบอยู่ในมือ คสช.เป็นหลัก เหลือแต่เพียงว่า คสช.จะเปลี่ยนความได้เปรียบเป็นคะแนนเลือกตั้งได้หรือไม่ในอนาคตเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ในหลวงโปรดเกล้าฯ รับผู้บาดเจ็บเครนถล่มรถไฟสีคิ้ว เข้าพระบรมราชานุเคราะห์