คดีกรุงไทยลามถึง ‘โอ๊ค’ ‘ทักษิณ’ เหนื่อยแต่ยังสู้

  • วันที่ 27 ก.ค. 2561 เวลา 10:20 น.

คดีกรุงไทยลามถึง ‘โอ๊ค’ ‘ทักษิณ’ เหนื่อยแต่ยังสู้

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมามีชื่ออยู่ในสนามการเมืองเวลานี้อีกครั้ง หลังจากมีเรื่องมาบรรจบที่ตัวทักษิณถึง 2 เรื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน

เรื่องที่ 1 หมายจับคดีโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2-3 ตัว เดิมคดีดังกล่าวถูกให้ออกจากสารบบชั่วคราว เนื่องจากจำเลยไม่อยู่ภายในประเทศ แต่ด้วยผลของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง 2560 ทำให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถร้องขอต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรื้อคดีกลับมาพิจารณาใหม่ได้

โดยเมื่อศาลฎีกาฯ นัดให้อดีตนายกฯ ทักษิณมาที่ศาล แต่พอไม่มาตามนัด จึงต้องถูกหมายจับไปโดยปริยายเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ซึ่งเป็นหมายจับใบที่ 5 แล้ว โดยก่อนหน้านี้มีหมายจับไปแล้ว 4 คดี ได้แก่ 1.คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย 2.คดีทุจริตการปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 3.คดีออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต และ 4.คดีฟื้นฟูกิจการทีพีไอ

เรื่องที่ 2 การจัดงานวันเกิดอายุ 69 ปี ที่อังกฤษในวันที่ 26 ก.ค. งานวันเกิดของทักษิณครั้งนี้ นับเป็นปีที่ 11 แล้วที่ไม่ได้ฉลองที่ประเทศไทย นับตั้งแต่ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีการซื้อขายที่ดินรัชดาฯ

วันเกิดของทักษิณในแต่ละปีล้วนจะมีบรรดาคนแวดล้อมบินจากประเทศไทยไปร่วมแสดงความยินดีกันมากมาย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าทักษิณยังคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

สำหรับวันเกิดของทักษิณในปีนี้นั้นต้องยอมรับว่ามีนัยสำคัญทางการเมืองมากที่สุดในรอบ 4-5 ปี เพราะเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งในช่วงต้นหรือกลางปี 2562 

ยิ่งใกล้การเลือกตั้งมากขึ้นเท่าไร ก็ดูเหมือนว่า “ทักษิณ-พรรคเพื่อไทย” ต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับมากขึ้นเท่านั้น

อดีต สส.ของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานกำลังสำคัญของพรรค กำลังค่อยๆ ถูกดูดออกมาจากพรรค เพื่อตัดแขนตัดขาทักษิณไปทีละน้อย ด้วยการนำสารพัดเงื่อนไขมากดดันบรรดาสมาชิกพรรคให้เอาใจออกห่างพรรคเพื่อไทย เช่น การจัดงบประมาณลงในพื้นที่ของอดีต สส. รวมไปถึงคดีของอดีต สส.ที่กำลังอยู่ในกระบวนการ เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านี้ ระยะหลังคนใกล้ตัวทักษิณเริ่มเข้ามาเป็นคดีความด้วย ดังจะเห็นได้จากกรณีของ “พานทองแท้ ชินวัตร” บุตรชายคนเดียวของทักษิณ

พานทองแท้กำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินจากกรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ซึ่งพานทองแท้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการปล่อยกู้ดังกล่าว จึงไม่ต้องขึ้นศาลฎีกาฯ

แต่เมื่อศาลฎีกาฯ ตัดสินให้ลงโทษจำคุกผู้บริหารธนาคารกรุงไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ปรากฏว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เข้ามาขยายผลตรวจสอบเรื่องการฟอกเงิน

จากการตรวจสอบของดีเอสไอพบว่า มีเงินจำนวนหนึ่งเข้าบัญชีพานทองแท้ ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาพยายามชี้แจงว่าเป็นการโอนเงินเพื่อลงทุนซื้อหุ้นและประกอบธุรกิจนำเข้ารถยนต์หรู แต่ดีเอสไอเห็นว่าพยานหลักฐานที่ใช้ชี้แจงนั้นขาดความชัดเจน โดยเฉพาะการอ้างถึงการลงทุนประกอบธุรกิจรถยนต์หรู เพราะไม่มีแผนธุรกิจและไม่มีการจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินกิจการ

จึงเป็นที่มาที่ทำให้ดีเอสไอรวบรวมพยานหลักฐานและตัดสินใจยื่นให้อัยการสั่งฟ้องต่อศาล

อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตามระบบของกระบวนการพิจารณาคดี แน่นอนว่าต้องใช้เวลาอีกพอสมควร เพราะอัยการมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบสำนวนให้ครบถ้วน แต่หากว่ากันตามแนวทางทางการเมืองแล้ว คดีของพานทองแท้ก็สร้างผลกระทบอยู่ไม่น้อย

สมาชิกพรรคเพื่อไทยในกลุ่มของอดีต สส. ซึ่งจัดว่าเป็นนักเลือกตั้ง ต่างขวัญเสียไม่น้อยในระยะหลัง เนื่องจากไม่มั่นใจในตัวทักษิณว่านายใหญ่นอกประเทศจะยังลงทุนกับการเลือกตั้งหรือไม่ ภายหลังมีหลายปัจจัยแวดล้อมกดดันครอบครัวชินวัตรพอสมควร 

นักเลือกตั้งที่ต้องเว้นวรรคจากการเลือกตั้งมาถึง 4 ปี ย่อมต้องการกลับเข้าสู่อำนาจ แต่การจะกลับเข้ามาในสนามการเมืองนั้นก็ต้องมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าตัวเองจะไม่ถูกมือที่ไม่เห็นเข้ามาล้วงอีก ซึ่งการจะทำให้ตัวเองปลอดภัยได้ก็คงต้องหนีออกมาจากพรรคเพื่อไทย

ในมุมของทักษิณเอง มองเห็นได้ว่ายังไม่เปิดหน้าสู้เต็มตัวมากนัก ด้านหนึ่งเป็นเพราะการเลือกตั้งยังไม่มีความชัดเจน การออกตัวแรงย่อมไม่เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตรในระยะยาว สู้รอเวลาเพื่อให้เกิดความชัดเจนน่าจะดีกว่า

เพียงแต่การรอเวลาอย่างเดียว อาจจะไม่เป็นประโยชน์กับทักษิณอย่างที่คิดเอาไว้ เพราะด้านหนึ่งย่อมต้องการรักษาฐานของตัวเองเอาไว้ด้วย ซึ่งทักษิณจะใช้งานวันเกิดของตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพรรคเพื่อไทย แม้ว่าเวลานี้จะตกเป็นฝ่ายตั้งรับก็ตาม

พรรคเพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้ เช่นเดียวกับทักษิณที่ก็ขาดพรรคเพื่อไทยไม่ได้เช่นกัน โดยสมาชิกพรรคยังเชื่อลึกๆ ว่าถ้าพรรคเพื่อไทยยังมีทักษิณเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ชัยชนะของการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องอยู่ในมือของพรรค ถึงจะไม่ชนะแบบถล่มทลาย  แต่ก็ยังเป็นเบอร์หนึ่งในทางการเมืองที่เพียงพอต่อการเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล

ดังนั้น การเมืองในเวลานี้การยอมตกเป็นฝ่ายรับของทักษิณไม่ได้หมายความว่าเป็นการยอมจำนน แต่อาจเป็นการอดทนเพื่อรอให้อีกฝ่ายหกล้มแล้วค่อยโต้กลับแทน 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ