รุกหนักพื้นที่อีสาน ‘บิ๊กตู่’ เก็บแต้มเพื่อกำชัย

  • วันที่ 18 ก.ค. 2561 เวลา 10:00 น.

รุกหนักพื้นที่อีสาน ‘บิ๊กตู่’ เก็บแต้มเพื่อกำชัย

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ทุกย่างก้าวของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลายเป็นที่น่าจับตามองของทุกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรแต่ละครั้ง

สาเหตุที่การประชุม ครม.สัญจรถูกมองว่ามีนัยทางการเมือง เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวความพยายามดึงอดีต สส.พรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองอื่นๆ ของกลุ่มสามมิตร เพื่อเป็นฐานกำลังสนับสนุนในการเลือกตั้งและผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

อีกทั้งเมื่อมีการประชุม ครม.สัญจรในพื้นที่จังหวัดใด จังหวัดนั้นจะได้รับการอนุมัติโครงการอย่างมีนัยสำคัญเหมือนกันทุกครั้งตลอดการประชุม ครม.สัญจร 4 ครั้งที่มีขึ้นในปี 2561

ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ. ที่ จ.จันทบุรี และตราด

สั่งการกระทรวงมหาดไทยโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองรับไปพิจารณาศึกษาการออกแบบก่อสร้างถนนเส้นทางเลียบชายทะเล จ.ชลบุรี และให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาสนับสนุนการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เส้นทางโดยการเพิ่มช่องทางจราจร โดยให้คำนึงถึงการเชื่อมโยงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC) และพื้นที่ระหว่างจังหวัดในภาค

ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-6 มี.ค. ที่ จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-หัวหิน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมไปถึงเดินหน้ายุทธศาสตร์การพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งของกระทรวงคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง (จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์) เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคมและระบบโลจิสติกส์

ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. ที่ จ.บุรีรัมย์ และสุรินทร์

พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เช่น โครงการพัฒนาแก้มลิงลุ่มน้ำชีเพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และจังหวัดใกล้เคียง โครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่แล้งซ้ำซาก จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เพื่อเร่งการระบายน้ำในฤดูน้ำหลากและเก็บน้ำไว้ในลำน้ำช่วงปลายฤดูฝน

ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย. ที่ จ.พิจิตร และนครสวรรค์

กำหนดแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศในระยะ 20 ปี ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาระบบคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เป็นศูนย์กลางโครงข่ายคมนาคมที่สำคัญของประเทศ เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างภาคกลางไปสู่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอาเซียน

ดังนั้น การประชุม ครม.สัญจรครั้งที่ 5 ในวันที่ 23-24 ก.ค. ที่ จ.อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ จึงไม่แปลกที่ ครม.จะเตรียมอนุมัติหลักการโครงการต่างๆ เกี่ยวกับจังหวัด ซึ่งจะเป็นที่ดึงดูดให้อดีต สส.ในพื้นที่หันมาเทใจให้กับรัฐบาล

พื้นที่ทางการเมืองของ จ.อุบลราชธานี และอำนาจเจริญนั้น เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่พรรคเพื่อไทยครองความเป็นใหญ่มานานพอสมควร แต่ถ้ามองลงในรายละเอียดแล้ว จะพบว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ครองพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ 100%

การเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2554 จ.อุบลราชธานี มี สส.ทั้งหมด 11 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 7 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน ส่วน จ.อำนาจเจริญ มี สส. 2 คน พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ได้ไปพรรคละ 1 คน

ไม่เพียงเท่านี้ บางพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยชนะพรรคคู่แข่งนั้นก็มีคะแนนห่างกันเพียงหลักพันหรือหลักร้อยคะแนนเท่านั้น เช่น จ.อำนาจเจริญ เขต 1 พรรคเพื่อไทยได้ 37,093 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ได้ 35,216 คะแนน จ.อุบลราชธานี เขต 10 พรรคเพื่อไทยได้ 33,903 คะแนน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้ 33,559 คะแนน

จากตัวเลขเลือกตั้งปรากฏออกมาจะเห็นได้ว่าโอกาสพรรคการเมืองอื่นก็ยังพอมีอยู่ นอกจากนี้ ด้วยระบบการเลือกตั้ง “จัดสรรปันส่วนผสม” ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เอื้อให้คะแนนของผู้แพ้ในระบบแบ่งเขต ช่วยเพิ่มจำนวน สส.บัญชีรายชื่อด้วย เรียกได้ว่างานนี้ไม่มีทางแพ้อย่างราบคาบให้กับพรรคเพื่อไทย

สถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยขณะนี้ ต้องยอมรับว่าไม่สู้ดีนัก โดยมีปัจจัยหลายประการ ไม่ว่จะเป็น แรงกดดันรอบด้านที่นายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ กำลังเผชิญอยู่ผ่านการถูกออกหมายจับหลายคดี หรือคดีอาญาของอดีต สส.หลายคนจากกรณีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ปัจจัยต่างๆ ที่ว่ามานี้ นักเลือกตั้งอาชีพย่อมมีสัญชาตญาณพิเศษรู้ว่าทิศทางลมที่กำลังพัดอยู่ในเวลานี้ ตัวเองควรยืนอยู่ฝ่ายไหนเพื่อให้ลอยไปตามลม เพราะการยืนต้านลมโดยที่ตัวเองยังไม่แข็งแรง โอกาสถูกพัดล้มทั้งยืนแบบไม่มีโอกาสกลับมาลืมตาอ้าปากได้นั้นมีค่อนข้างสูง

เมื่อทุกอย่างถูกเขี่ยลูกเข้าเท้า พล.อ.ประยุทธ์ มีหรือที่จะไม่ใช้โอกาสนี้ซัดให้เต็มข้อ ทั้งการเดินหน้าใช้ความได้เปรียบนี้สร้างผลงานซื้อใจประชาชนไปทีละจังหวัด รวมไปถึงการสร้างแรงดึงดูดให้กับอดีต สส. เพื่อสะสมเป็นเสบียงสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ