ดึงเกมปลดล็อก เตะตัดขาฝ่ายค้าน คสช.

วันที่ 08 มิ.ย. 2561 เวลา 11:04 น.
ดึงเกมปลดล็อก เตะตัดขาฝ่ายค้าน คสช.
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

อย่างที่ทราบกันดีว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยกำลังจะมีขึ้นในปี 2562 เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีขึ้นในช่วงไหนของปีเท่านั้น ภายหลังร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. รวมไปถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 53/2553 ผ่านความเห็นชอบจากศาลรัฐธรรมนูญไปเป็นที่เรียบร้อย

เรียกได้ว่าเงื่อนไขที่แต่ละฝ่ายเคยกุมขมับว่าอาจจะเป็นปัญหาในอนาคตนั้น ได้รับการคลี่คลายลงเป็นที่เรียบร้อย

ตัดภาพมาที่ คสช.ซึ่งแสดงท่าทีตอบรับกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมยืนยันหลายครั้งว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นตามโรดแมปแน่นอน โดยไม่แสดงอาการยื้อแม้แต่น้อย 

แต่กระนั้นจะพบว่า คสช.ยังออกอาการยื้อเล็กน้อยในเรื่องเกี่ยวกับการปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ เพื่อแต่งตัวให้สอดรับกับสนามเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต

ปัญหาสำคัญของพรรคการเมืองในปัจจุบันคือ การทำไพรมารีโหวต เนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง สส. ระบุไว้เป็นหลักการในภาพรวมว่าพรรคการเมืองต้องจัดให้มีการทำไพรมารีโหวต มิเช่นนั้นพรรคการเมืองจะไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งในเขตนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นการทำไพรมารีโหวตในจังหวัดใด จังหวัดนั้นจะต้องมีสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองด้วย ซึ่งตอนนี้พรรคการเมืองแต่ละพรรคต่างได้จำนวนสมาชิกพรรคการเมืองกลับคืนมาเป็นจำนวนน้อยมาก ซึ่งอาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เมื่อต้องทำไพรมารีโหวตได้อย่างมีนัยสำคัญ

จึงเป็นเหตุผลที่พรรคการเมืองต่างเริ่มออกมาเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เพราะอย่างน้อยจะได้มีการกำหนดทิศทางในการทำงานของพรรคการเมืองต่อไป

แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นของพรรคการเมือง ดูเหมือนว่า คสช.จะยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องนี้อยู่ 

“เป็นเรื่องของตนเองในการพิจารณา ซึ่งจะมีการปลดล็อกเป็นกิจกรรมๆ ไป และบางอย่างจะต้องขออนุญาต เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เละก่อนถึงประชาธิปไตย หากปลดล็อกทั้งหมดจะรับรองได้หรือไม่ว่าจะไม่มีปัญหาแบบเดิมอีก ที่มีการด่าตามถนนหนทางและเดินทั่วไปกันหมด

ใครจะออกมารับประกันได้ว่าการหาเสียงหรือประกาศนโยบายตรงตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ใช่กฎหมายออกมาแล้วบอกว่าไปบังคับ ตัดสิทธิ หรือเพิ่มภาระ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ส่งสัญญาณออกมาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.

เหตุผลหนึ่งที่ คสช.ยังไม่ยอมผ่อนปรนเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการที่จะรักษาความได้เปรียบในทางการเมืองเอาไว้ให้อยู่ในมือ คสช.นานที่สุด

เวลานี้หากจะบอกว่า คสช.ตกอยู่ในที่ลำบากคงไม่แปลกนัก เพราะกระแสความนิยมของประชาชนที่มีต่อ คสช.ไม่ค่อยสู้ดีนัก ประกอบกับความต้องการที่จะสืบทอดอำนาจผ่านการลงเลือกตั้ง ทำให้เกรงว่าถ้าเปิดช่องให้กับพรรคการเมือง คสช.จะถูกรุมกินโต๊ะจากทุกพรรคการเมือง

ดูอย่างขณะนี้ที่ยังไม่มีการปลดล็อก ปรากฏว่าพรรคการเมืองยังสามารถออกมาแสดงท่าทีถล่มการทำงานของ คสช.ได้แทบทุกวัน หากเขี่ยลูกให้กับพรรคการเมืองด้วยการคลายกฎเหล็ก คสช.คงอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น กระแสสนใจของสังคมจะเทมาที่พรรคการเมืองอีกด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีกับ คสช.ที่ในยามนี้กำลังพยายามสร้างคะแนนนิยมผ่านการใช้งบประมาณและโครงการของรัฐเพื่อซื้อใจประชาชนในแต่ละพื้นที่ และต้องการที่จะสื่อสารออกไปเพียงฝ่ายเดียว เพราะการให้พรรคการเมืองประชุมและปล่อยนโยบายออกมาได้ เท่ากับว่าเป็นการฆ่านโยบายของ คสช.เอง นอกจากนี้อาจเป็นการตัดพลังดูดอดีต สส. ของ คสช.ไปในตัวด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กำลังแต่งตัวเพื่อสวมสูทนักการเมืองลงสนามเลือกตั้ง แต่การลงสนามเพื่อสู้กับฝั่งตรงข้ามนั้นต้องยอมรับว่าเป็นศึกที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีความเจนจัดมากนักเมื่อเทียบกับการบังคับบัญชากองทัพ การเลือกตั้งจะชนะได้ต้องอาศัยหลายกลยุทธ์ ต่างกับการบังคับบัญชาทหารที่ไม่ให้แตกแถว

เมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้ช่ำชองสนามเลือกตั้ง รู้กลิ่นและรู้อารมณ์ของสังคมเป็นอย่างดี คสช.จึงต้องพยายามใช้ยุทธวิธีที่ให้ตัวเองอยู่เหนือพรรคการเมืองมากที่สุด

เพราะฉะนั้นอย่าได้แปลกใจว่าถ้าการประชุมร่วมกับพรรคการเมืองและ คสช.ในช่วงเดือน มิ.ย. จะยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการปลดล็อกให้กับพรรคการเมือง

ที่สุดแล้วการปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองนั้นย่อมมีขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเวลานั้น คสช.พร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้ง