ดึง '3พี' ร่วมรัฐบาล แผนหลอน 'เนวิน'

วันที่ 12 ต.ค. 2553 เวลา 07:36 น.
กำลังเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไทย เพราะอยู่ดีๆ ก็เกิดกระแสโหมสะพัดว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ด้วยสารพัดสูตรทางการเมือง แต่สูตรหนึ่งที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ การปรับพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล และให้พรรคเพื่อแผ่นดินในกลุ่มของ 3พี (พินิจ จารุสมบัติ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี) เข้ามาแทนที่

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

กำลังเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไทย เพราะอยู่ดีๆ ก็เกิดกระแสโหมสะพัดว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ด้วยสารพัดสูตรทางการเมือง แต่สูตรหนึ่งที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ การปรับพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล และให้พรรคเพื่อแผ่นดินในกลุ่มของ 3พี (พินิจ จารุสมบัติ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี) เข้ามาแทนที่

จังหวะเวลาของกระแสข่าวที่เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับการลาออกของ “สุเทพเทือกสุบรรณ” จากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.สุราษฎร์ธานี ซึ่งหากมองในด้านหนึ่งแล้วก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สามารถปรับ ครม.ได้ บวกกับ ครม.ชุดล่าสุดก็ทำงานมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อเดือน มิ.ย.

เช่นเดียวกับปัญหาความไม่โปร่งใสจากการ บริหารราชการ หรือการจัดซื้อจัดจ้างในบางกระทรวง ซึ่งสังคมกำลังให้ความสนใจถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น ก็เป็นความชอบธรรมของนายกฯ เช่นกันในการตัดเนื้อร้ายออกเพื่อรักษาร่างกายเอาไว้

ด้วยปัจจัยเหล่านี้หากนายกฯ จะเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีอีกรอบ โดยเฉพาะกับรัฐมนตรีบางคนที่อยู่ในตำแหน่งเดิมมานาน ก็ไม่น่าเกลียดอะไร แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาจริงหรือไม่เท่านั้น

กระนั้น ความเป็นไปได้ก็ยังลำบากอยู่ เพราะตัวเลข สส.ของกลุ่ม 3พี ตอนนี้ยังเป็นปัญหาหนักใจอยู่ว่ามีกี่คนกันแน่ เพราะเดิมมีอย่างเป็นทางการและเลือดแท้ 17 คน ที่ร่วมโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของภูมิใจไทย แต่เมื่อมีการปรับ ครม. และพรรคภูมิใจไทยได้ดึง “ไชยยศจิรเมธากร” และ สส.ของพรรค 35 คนไปอยู่ด้วย ทำให้ตัว สส.ในกลุ่มตอนนี้น่าจะเหลือประมาณ 1012 คนเท่านั้น

ครั้นกลุ่ม 3พี จะไปดึง สส.กลุ่ม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่มีอยู่ประมาณ 5 คน มาร่วมเป็นพันธมิตร ก็เป็นการยากพอสมควร เพราะ สส.กลุ่ม พล.ต.อ.ประชา ได้ไปจับขั้วกับพรรคมาตุภูมิเอาไว้ที่มี สส.อยู่เดิม 3 คน รวมกันเป็น 8 คน ผนวกกับความบาดหมางที่มีต่อกันตั้งแต่อยู่ชายคาพรรคเดียวกันเมื่อครั้งการกีดกันไม่ให้ พล.ต.อ.ประชา ได้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ยังคงเป็นความคับแค้นใจกันอยู่ถึงปัจจุบัน

ดังนั้น ตัวเลข สส.น้อยที่มีแบบจำกัดจำเขี่ยของกลุ่ม 3พี เลยทำให้ข่าวการปรับ ครม.บนสูตรเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาลยังเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากอยู่

แต่ไม่ได้หมายความว่ากลุ่ม 3พี จะไม่ได้พยายามแสวงหาการกลับมาเป็นรัฐบาล

โดยกลุ่ม 3พี เองก็ได้มีความพยายามติดต่อประสานงานกับกลุ่มการเมืองหลายส่วนเช่นกัน เพื่อเป็นการหาพันธมิตรทางการเมือง ตั้งแต่การวิ่งเข้าหา “บรรหาร ศิลปอาชา” แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในพรรคร่วมรัฐบาล และเป็นแกนนำที่แต่ละพรรคค่อนข้างให้ความเกรงใจ

นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังพรรคประชาธิปัตย์ผ่านทาง “กรณ์ จาติกวณิช” รมว.คลัง ซึ่งถือว่าเป็นการหักหน้า “สุเทพ” ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล เพราะกลุ่ม 3พี ทราบดีว่า “สุเทพ” นั้นมีความแนบแน่นกับทาง “เนวิน ชิดชอบ”แกนนำพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างมาก ทำให้หากประสานงานกับพรรคประชาธิปัตย์โดยผ่านสุเทพ มีความเป็นไปได้สูงที่การกลับเข้ามาร่วมรัฐบาลอาจจะต้องล่มไม่เป็นท่าก็เป็นได้

ประกอบกับตอนนี้ “กรณ์” เริ่มปรากฏชื่อการเข้ามาเป็นนายกฯ สำรองสำหรับกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์อาจถูกยุบพรรค และเป็นบุคคลที่กุมการเคลื่อนไหวของงบประมาณประเทศ ยิ่งทำให้เป็นปัจจัยชวนหอมหวานให้กลุ่ม 3พี ต้องสร้างความร่วมมือกับ รมว.คลัง คนนี้เอาไว้

ที่สำคัญ ยังปรากฏรายงานสำคัญว่า ได้มีการปรึกษาหารือกับ “พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป” หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี เกี่ยวกับเหตุบ้านการเมืองด้วย

ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 3พี ตอนนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าความพยายามในการกลับเข้ามาร่วมรัฐบาลยังคงมีอยู่ แม้ว่า ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน จะออกมาปฏิเสธเส้นทางสู่ทำเนียบรัฐบาลก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ถึงแกนนำ 3พี จะไม่สนใจเข้าร่วมรัฐบาลในตอนนี้ แต่เมื่อดูจากท่าทีของ สส.ในเครือข่ายของ 3พี ที่ผ่านมา กลับมีพฤติกรรมทอดไมตรีไปยังรัฐบาลมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ซึ่งต่างล้วนสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้แทบทั้งสิ้น หรือการแสดงตนเพื่อเป็นองค์ประชุมในห้องประชุมสภาเวลาที่จะมีการลงมติในร่างกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลเสนอเข้ามา เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่ม 3พี เองก็ยังอ่อยรัฐบาลเพื่อให้ทอดสะพานอยู่ไม่มากก็น้อย

การที่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 3พี ต่างฝ่ายยังแสดงเยื่อใยต่อกันและกันอยู่อย่างนี้ จนทำให้เรื่องนี้สามารถสร้างกระแสขึ้นมาในสังคมการเมือง ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

เพราะด้านหนึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสยบความโอหังของพรรคภูมิใจไทยได้ในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยตอนนี้กุมอำนาจต่อรองทางการเมืองภายในรัฐบาลค่อนข้างสูง เพราะมีตัว สส.ในมือถึง 53 คนบวกกับกลุ่มทุนอีกสารพัด ก็เข้ามาให้การสนับสนุนกันแบบอุ่นหนาฝาคั่ง เรียกได้ว่าขาดเพียงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น

ความอหังการแบบนี้ส่งผลเสียต่อการกุมสภาพภายในรัฐบาลของอภิสิทธิ์เป็นอย่างมาก เพราะแตะพรรคภูมิใจไทยได้ไม่มากนัก แต่เมื่อมีกลุ่ม 3พี เข้ามาพร้อมกับพันธมิตรทางการเมือง ย่อมเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังพรรคภูมิใจไทยต้องปรับพฤติกรรมเช่นกัน

เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกอะไรหากพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 3พี จะต่อตัดบัวให้เหลือใยเอาไว้บ้าง เพราะอย่างน้อยก็เป็นการสร้างพันธมิตรทางการเมืองกันแบบหลวมๆ เพื่อรอจังหวะและโอกาสอันเหมาะสมในการแสวงหาลู่ทางกำจัดพรรคภูมิใจไทยต่อไป