สดศรีส่องรูรั่วเรือกกต.

  • วันที่ 02 มี.ค. 2561 เวลา 10:41 น.

สดศรีส่องรูรั่วเรือกกต.

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

กลายเป็นประเด็นให้หลายภาคส่วนวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม เมื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับผิดชอบกำกับดูแลงานด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ตัดสินใจตบเท้าเข้าสมัครรับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.

ท่ามกลาง 1 ใน 5 เสือ คือ บุญส่ง น้อยโสภณ กกต. รับผิดชอบด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือน ส.ค. นั่นทำให้จะเหลือเพียง 3 กกต. ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม และเป็นกลาง

“ถ้าเหลือ กกต.อยู่ 4 คน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ถ้าเหลือ กกต.3 คน จะมีปัญหาเรื่องกรณีการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ไม่สามารถทำได้ ดังนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องอนาคต อย่าไปสมมติ ถึงวันนั้นค่อยไปว่ากัน แต่ทุกเรื่องมีทางออกอยู่” คำยืนยันจาก ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. 

ผนวกกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ประกาศชัดเจนเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าจะเกิดการเลือกตั้งในเดือนก.พ. 2562 จึงต้องมาลุ้นว่าเรื่องดังกล่าวจะลงเอยอย่างไร

สดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.รับผิดชอบงานด้านกิจการพรรคการเมือง ให้มุมมองต่อประเด็นดังกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เพราะ 5 คน ขาดไป 1 คน และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ฉบับปัจจุบัน ระบุไว้ว่าให้ดำเนินการได้เท่าที่จำเป็น ซึ่งอาจจะต้องตีความหมายว่า “เลือกตั้งได้หรือไม่”

“อาจจะมีความขลุกขลักเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนมากต้องเกินมา 1 เพราะถ้า 2 ต่อ 2 เท่ากัน เวลาลงคะแนน เพื่อให้คนหนึ่งลงคะแนนชี้ขาด แต่ถ้า 2 ต่อ 2 จะไม่มีคนชี้ขาด และจะบอกว่าให้ประธานลงคะแนนได้อีก 1 คะแนนก็ตาม ส่วนใหญ่ก็จะไม่ทำกัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ”

ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ทราบว่า สมชัย ทำไมถึงตัดสินใจไปลงสมัครเลขาฯ เพราะจริงๆ แล้วคนที่เป็น กกต. จะไม่ไปที่อื่น เพราะระดับต่ำกว่า อีกอย่างการเป็นเลขาฯ ช่วงเวลานี้หลายฝ่ายบอกยังไม่เหมาะสม เพราะว่าการที่ยังไม่มี กกต.ชุดใหม่มา และ กกต.ชุดเก่าเป็นอย่างนี้อีก จะออกไปเป็นเลขาฯ ก็คงเป็นประเด็น

“จริงๆ แล้วการเลือกเลขาฯ ขึ้นอยู่กับ กกต.และ 4 ท่านจะลำบากใจมาก เพราะถ้าเลือกท่านสมชัย คนก็จะบอกว่าท่านเล่นพวกกัน แต่ถ้าท่านไม่เลือกก็จะผิดใจกัน จริงๆ แล้วทั้ง 4 ท่าน ควรจะเลื่อนการสรรหาเลขาฯ ออกไป ซึ่งขณะนี้เลขาฯ ตัวจริง ก็ไม่มี หลังจากท่านภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาฯ ถูกให้ออกไป และเอารองเลขาฯ มาแทนตลอดเวลาจนถึงขณะนี้”

สดศรี ระบุว่า ในช่วงวิกฤตแบบนี้และเป็นอำนาจของ กกต.ทั้ง 5 คน ควรเลื่อนการสรรหาออกไป และเหมาะที่สุดควรให้ กกต.ชุดใหม่ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะว่าเคยมีตัวอย่างกรณี ภุชงค์ อดีตเลขาฯ ซึ่งอยู่คาบเกี่ยวระหว่าง กกต.ชุดเก่าและชุดปัจจุบันคือชุดใหม่ขณะนั้น และท้ายสุดชุดปัจจุบันไม่เอา

“การต่อสัญญาเลขาฯ จะดำเนินการลักษณะปีต่อปี และมีการประเมินผลงาน สมมติถ้าท่านสมชัย ได้เป็นเลขาฯ และบังเอิญชุดใหม่ไม่เอาขึ้นมา มันจะเกิดประเด็น เพราะที่ผ่านมาก็มีการฟ้องร้องกันระหว่างเลขาฯ กับ กกต.ว่าให้ออกไป มันเป็นความขัดแย้งกันในองค์กรนี้มาโดยตลอด หากเลือกสมชัยเป็นเลขาฯ ชุดนี้ และชุดใหม่เข้ามาแล้วไม่เอา ปัญหาจะเกิดขึ้น และไม่ดีต่อองค์กร ซึ่งองค์กรนี้ถูกมองมาตลอดว่าไม่ราบรื่น อยู่กันแบบไม่สมานฉันท์กันเท่าไร”

ส่วนการต่ออายุ กกต.ชุดปัจจุบัน โดยประธานอาจจะหมดวาระหากมีการเลือกตั้งตามที่นายกฯ ระบุ ซึ่งอาจเกิดปัญหาตามมาได้นั้น สดศรี ย้ำว่า การเลือก กกต.ชุดใหม่ ใช้เวลา 3 เดือน หรือ 90 วัน ถ้านับเวลาและทำกันจริงๆ โดยไม่มีปัญหา เหมือนชุดที่ 1 ก็น่าจะทัน เนื่องจากกรรมการสรรหาใช้ชุดเดิม

ขณะเดียวกัน ถ้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและผู้พิพากษายินดีจะมาเป็น กกต. ก็จะเลือกได้ภายใน 3 เดือน ก่อน บุญส่ง จะมีอายุครบ 70 ปี ปัญหาเหล่านี้ก็จะจบไปในทันที แล้วสำคัญคือ หากเลื่อนการเลือกเลขาฯ ออกไปสักระยะ เพราะเมื่อไม่มีตัวจริงมานานทำไมต้องเร่ง ควรให้รองเลขาฯ ซึ่งทำหน้าที่รักษาการทำหน้าที่ไปก่อน จะเหมาะสมและไม่มีช่องว่างเหลืออยู่

“สำคัญตรงนี้ ถ้า สนช.เลือก กกต.ชุดที่จะเกิดขึ้นใหม่ภายใน 3 เดือนทุกอย่างจะจบเรื่อง และควรทำให้ทันตามกรอบเวลาซึ่งไม่ยากอะไร แต่ที่สำคัญที่สุดคือ จะมีคนสมัครหรือไม่ เพราะเหมือนกับว่าเล่นไม่เลือกใครเลย คนก็มีความรู้สึกว่าสมัครแล้วจะเสียหรือไม่ เพราะบางคนสะสมชื่อเสียงมานานแต่มาตกม้าตายช่วงสมัคร กกต.แล้วไม่ได้ มันจะเกิดความรู้สึกไม่ดีสำหรับคนอยากสมัครเข้ามา ผ่านการสรรหาเลือกจากศาลฎีกาเข้ามา จะเสียความรู้สึกมาก”

ขณะที่ สนช.ไม่สามารถชี้แจงได้เลยทำไมถึงโละทั้งหมด 7 คน ถ้ามาครั้งที่ 2 ถ้า สนช.เลือก 2 คน หรือจะโละทั้งหมดก็คงอยู่กันยาก สนช.ต้องให้คำตอบชัดเจนว่าเพราะอะไร การที่ผู้สมัครผ่านการคัดเลือก หรือกรรมการสรรหา หรือผ่านที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา น่าจะเป็นข้อยุติได้ครึ่งหนึ่ง เพราะได้ผ่านคุณสมบัติเหมาะสม และจะมาอ้างถึงเรื่องไม่มีประสบการณ์คงไม่ได้

“ทุกชุดที่ผ่านมาไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยเป็นพนักงาน กกต.มาก่อน ถ้าจะเอามีประสบการณ์ก็ต้องเอามาจากพนักงาน กกต. หรือกระทรวงมหาดไทย ต้องระบุมาอย่างนั้น เพราะถ้าเอาจากศาลก็ไม่มีประสบการณ์ในการเลือกตั้ง ถึงแม้ดูแลกฎหมายเลือกตั้ง แต่ตัดสินคดีเลือกตั้งเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการทำงาน ดังนั้นอยู่ที่ สนช.จะเลือกได้หมดหรือไม่”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ