โปรยประชานิยม หาเสียงเลือกตั้ง

วันที่ 28 ธ.ค. 2560 เวลา 09:40 น.
โปรยประชานิยม หาเสียงเลือกตั้ง
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยิ่งอยู่ในตำแหน่งนานเท่าไรเริ่มเข้าใกล้กับการเป็นนักการเมืองเข้าไปทุกขณะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวประกาศตลอดว่าตัวเองไม่ได้เป็นนักการเมือง

แม้จะประกาศยืนยันหนักแน่นมาตลอด แต่การกระทำกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เพราะเริ่มมีราศีของการเป็นนักการเมืองมากขึ้นทุกวัน ดังจะเห็นได้จากการลงพื้นที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรค่อนข้างถี่ในช่วงปลายปีเช่นนี้

โมเดลของ ครม.สัญจรเป็นรูปแบบที่รัฐบาลหลายสมัยต่างนำมาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ได้ใช้การ ครม.สัญจรเพื่อพบประชาชนและจัดสรรโครงการสำคัญลงไปในพื้นที่เป้าหมายสำคัญของการจัดประชุม ครม.สัญจรไม่ได้มีเพียงแค่การอนุมัติโครงการหรือนโยบายเท่านั้น แต่หมายถึงการหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าไปในตัวด้วย

จึงไม่แปลกว่าทำไมการเลือกตั้งในปี 2548 พรรคไทยรักไทยของทักษิณถึงได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์อย่างถล่มทลาย

จากรัฐบาลทักษิณมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ ต่างกัน คนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง ส่วนอีกคนหนึ่งมาจากการรัฐประหาร แต่การบริหารงานและการบริหารคะแนนความนิยมทางการเมืองแทบไม่มีความแตกต่างกันเท่าไรนัก

ล่าสุด การประชุม ครม.สัญจรของบิ๊กตู่ที่ จ.สุโขทัย เพิ่งได้อนุมัติโครงการชื่อว่า “โครงการของขวัญปีใหม่ 2561” รวมทั้งหมด 85 โครงการครอบคลุมทั้งประชาชนทั่วไป ผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกร เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของโครงการจะเน้นไปที่การช่วยเหลือด้านการเงินเป็นสำคัญ อย่างโครงการ เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชน โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะคืนดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าร้อยละ 30 ของจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระในช่วงวันที่ 1 ม.ค. 2561-31 ธ.ค. 2561 สำหรับลูกค้าที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2560 ไม่เกิน 3 แสนบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับของขวัญเป็นเกษตรกรจำนวน 2.3 ล้านราย

เช่นเดียวกับโครงการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อยทั่วไป และบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ มีอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและมีระยะเวลากู้ยืมสูงสุดถึง 40 ปี รวมทั้งมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด ระยะเวลายื่นคำขอกู้ไม่เกินวันที่ 28 ธ.ค. 2561 หรือเมื่อธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อเต็มวงเงินโครงการแล้ว

การแจกของขวัญดังกล่าวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการนำนโยบายประชานิยมมาใช้กับการบริหารประเทศในปัจจุบัน ไม่แตกต่างไปจากช่วงปลายรัฐบาลทักษิณก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2548 พลังของประชานิยมที่รัฐบาลทักษิณนำมาใช้นั้น ส่งผลให้เป็นรัฐบาลแรกที่สามารถอยู่ได้ จนครบ 4 ปี โดยไม่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรกลางคัน

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอีกรัฐบาลที่มีอายุครบ 4 ปีต่อจากรัฐบาลทักษิณ ดังนั้นด้วยสถานการณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากการรัฐประหารไปสู่การเลือกตั้งจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสวงหาคะแนนความนิยมตุนไว้ก่อน

ทั้งนี้ เป็นเพราะระยะหลังมานี้คะแนนความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ค่อยสูงเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ความไม่โปร่งใสของรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาล แต่ที่เป็นปัญหาหนักสุดเห็นจะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยเข้าตาเท่าไรนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลเพิ่งประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น แต่กลับสวนทางกับเงินในกระเป๋าของประชาชนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้เอง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์  หรือ คสช.จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยการตั้งพรรคการเมืองใหม่ในนามทหาร หรือมาเป็นนายกรัฐมนตรีทางลัดด้วยวิธีการพิเศษที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 รองรับเอาไว้ ก็ต้องสร้างความนิยมให้เพิ่มขึ้น เพราะการจะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้นั้นไม่ได้อาศัยแต่เพียงอำนาจเท่านั้น แต่ยังต้องได้รับการยอมรับด้วย

“ประชานิยม” จึงเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับการปูทางสู่การเป็นรัฐบาลอีกครั้งของ คสช.