กฎเหล็กคุมพรรค ห้ามคนนอกครอบงำ

วันที่ 02 ธ.ค. 2560 เวลา 08:55 น.
กฎเหล็กคุมพรรค ห้ามคนนอกครอบงำ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง กำหนดไว้ในข้อ 6 ว่าการจดทะเบียน ข้อ 6 บุคคลซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองในแนวทางเดียวกันและมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้จํานวนไม่น้อยกว่า 500 คน อาจร่วมกันดําเนินการเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองได้

โดยคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้าร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองจะต้องมีคุณสมบัติและต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่สำคัญ คือ ต้องไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ต้องไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติ มิชอบในวงราชการ

นอกจากนี้ ยังต้องเป็นบุคคลไม่เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจําคุก เพราะกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ขณะเดียวกันเมื่อมีการตั้งพรรคการเมืองแล้ว จะต้องจัดทำข้อบังคับของพรรค โดยข้อ 12 ของระเบียบดังกล่าวบัญญัติว่าข้อบังคับต้องไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ (2) ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (3) อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ (4) ครอบงําหรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ

การกําหนดข้อบังคับในลักษณะที่เป็นการให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิก กระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมจะกระทํามิได้

ข้อ 21 ในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างน้อยในแต่ละปีพรรคการเมืองต้องมีกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

(1) ส่งเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครอง

(2) ร่วมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีเหตุผล และความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนประกอบกัน

(3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมือง

(4) ส่งเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี

(5) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชน์ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน

ข้อ 22 ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน พรรคการเมืองต้องดําเนินการให้มีจํานวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และต้องเพิ่มจํานวนสมาชิกให้มีจํานวนไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน ภายใน 4 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน และจัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง บัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด อย่างน้อยภาคละ 1 สาขา โดยแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขานั้นตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป

ขณะที่บทบัญญัติเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองก็มีความน่าสนใจเช่นกัน โดยอยู่ในข้อ 54 ของระเบียบดังกล่าว ซึ่งกำหนดเงื่อนไขที่อาจนำไปสู่การเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองได้ 3 ประการ

1.กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

2.กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

3.กระทําการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง (แสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน) มาตรา 28 (ยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิก กระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา พรรคการเมือง) มาตรา 30 (ชักจูงใจมาเป็นสมาชิกพรรคโดยมิชอบ) มาตรา 36 (ตั้งสาขาพรรคการเมืองนอกราชอาณาจักร)

มาตรา 44 (รับบริจาคจากผู้บ่อนทำลายชาติ) มาตรา 45 (สนับสนุนให้บุคคลคุกคามความสงบเรียบร้อย) มาตรา 46 (รับเงินจากผู้อื่นเพื่อให้ผู้นั้นได้รับตำแหน่งทางการเมือง) มาตรา 72 (รับเงินบริจาคโดยมีแหล่งที่มาของเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย) หรือมาตรา 74 (รับเงินบริจาคจากบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย) ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

4.มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกําหนด

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการไต่สวนแล้วมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทําการดังกล่าว ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต