เนวิน-สุเทพจัดทัพ 48 ผู้ว่าฯ เตรียมรับมือเลือกตั้ง

วันที่ 29 ก.ย. 2553 เวลา 07:16 น.
ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี เป็นหัวโต๊ะการประชุม ได้อนุมัติการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 48 ตำแหน่ง ตามที่ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” รมว.มหาดไทย เป็นผู้เสนอ โดยมี “มานิตวัฒนเสน” ปลัดกระทรวง เป็นผู้ลงนามแต่งตั้ง ก่อนที่จะเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้งที่ธรรมเนียมปฏิบัติต้องให้ปลัดกระทรวงคนใหม่เข้ามาแต่งตั้ง

โดย.....ทีมข่าวการเมือง

ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี เป็นหัวโต๊ะการประชุม ได้อนุมัติการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 48 ตำแหน่ง ตามที่ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” รมว.มหาดไทย เป็นผู้เสนอ โดยมี “มานิตวัฒนเสน” ปลัดกระทรวง เป็นผู้ลงนามแต่งตั้ง ก่อนที่จะเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้งที่ธรรมเนียมปฏิบัติต้องให้ปลัดกระทรวงคนใหม่เข้ามาแต่งตั้ง

แต่ปรากฏว่า “มงคล สุระสัจจะ” ยังมีปัญหาเพราะถูกร้องปมทุจริตการเช่าคอมพิวเตอร์ โดยการแต่งตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้เป็นไปอย่างเร่งรีบเพราะเพิ่งมีการสอบวิสัยทัศน์รองผู้ว่าฯ เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 24 ก.ย.เท่านั้น แต่ฝ่ายการเมืองได้เร่งรีบทำให้เสร็จสิ้น เพราะสัปดาห์นี้ถือเป็นสุดท้ายของปีงบประมาณ หากล่วงเลยไปอาจเกิดปัญหาได้

และเป็นไปตามคาดเมื่อพบว่าการแต่งตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ ไม่ต่างจากการแต่งตั้งครั้งอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เพราะทั้งพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ล้วนแล้วแต่มีการผลักดันคนใกล้ชิดของตัวเองลงในพื้นที่ซึ่งเป็นฐานเสียงของตัวเองเพื่อหวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะการเตรียมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

เห็นได้ชัดเจนจากผู้ว่าฯ สายพรรคภูมิใจไทย ที่มีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง ทั้งนายเนวิน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ต่างได้ดิบได้ดีไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ ในพื้นที่เป้าหมายที่ภูมิใจไทยต้องการปักธงให้ได้โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน โดยส่ง “ระพี ผ่องบุพกิจ” ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ที่ย้ายไปผู้ว่าฯ นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่เกรดเอ ในภาคอีสาน เพราะมี สส.มากเป็นอันดับ 2 รองจาก กทม. และเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันทางการเมืองสูง ซึ่ง “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” รมช.มหาดไทย เจ้าของพื้นที่กำลังถูกกดดันในพื้นที่อย่างหนักจากการแย่งชิงพื้นที่นี้ ทั้งจาก “ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” พรรคเพื่อแผ่นดิน และ “พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ” ของพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ ยังมีการดันให้ “ธานี สามารถกิจ” สิงห์แดง รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่เดียวกับ “ศักดิ์สยาม” ที่ขยับจากรองผู้ว่าฯ ชลบุรี มาเป็นผู้ว่าฯ ปทุมธานี โดยปีที่ผ่านมา “ธานี” ได้เข้ามาเป็นคณะทำงานของ “ศักดิ์สยาม” จนถือว่าเป็นมือขวาของ “ศักดิ์สยาม” เลยทีเดียว อีกทั้งปทุมธานียังเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในภาคกลางด้วย รวมถึง “สุทธิพงษ์จุลเจริญ” สิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะทำงานของ “ศักดิ์สยาม” อีกคน รองผู้ว่าฯ นครนายก ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ นครนายก เช่นกัน

นอกจากนี้ ฝ่ายการเมืองของพรรคภูมิใจยังได้ผลักดันคนสนิทลงในพื้นที่ที่ขนาดใหญ่ที่หวังว่าจะปักหลักให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ด้วยการแต่งตั้ง “เสริม ไชยณรงค์” รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งการแต่งตั้ง“สุรพล สายพันธ์” จากรองผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ไปเป็นผู้ว่าฯ อุบลราชธานี เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะตอนนี้ที่ “สุพล ฟองงาม” สส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อาจจะทำให้การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงกระเพื่อมอีกก็ได้

การแต่งตั้ง “สมชัย หทยะตันติ” ผู้ว่าฯพิจิตร ไปเป็นผู้ว่าฯ เชียงราย พื้นที่ของ “สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ภาคเหนือ การย้าย “เริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี” จากผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ไปเป็นผู้ว่าฯ นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ของ “ศุภชัย โพธิ์สุ” รมช.เกษตรและสหกรณ์ รวมถึง “สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต” ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู ไปเป็นผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ขณะที่ “สมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ” จากผู้ว่าฯ สกลนคร ไปเป็นผู้ว่าฯ ขอนแก่น พื้นที่ของนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย

“กิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์” รองผู้ว่าฯ ราชบุรี ขึ้นไปเป็นผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา พื้นที่ของ “สุชาติ ตันเจริญ” และ “วิชิต ชาตไพสิฐ” รักษาการผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ไปเป็นผู้ว่าฯ ชลบุรี พื้นที่ของนายสนธยา คุณปลื้ม ที่มีข่าวว่าจะมาเป็นหัวหน้าทีมภาคตะวันออกของพรรคภูมิใจไทย และมีการโยก “เสนีย์ จิตตเกษม” ผู้ว่าฯ ชลบุรี ไปเป็นผู้ว่าฯ น่าน เพราะมีข่าวไม่กินเส้นกับ “สนธยา”

ขณะที่ฝั่งประชาธิปัตย์ก็ไม่น้อยหน้า โดยการทำโผนาทีสุดท้ายที่อาคารสิริภิญโญ ช่วงดึกวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่าน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งตัวแทนเพื่อนำโผผู้ว่าฯ โควตาพรรคประชาธิปัตย์ให้กับ “เนวิน” เพื่อฝากฝังคนของตัวเองลงพื้นที่ทั้งภาคใต้และภาคตะวันออก อาทิ “ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล” รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ขยับไปเป็นผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เพื่อวางเกมการเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ “ธีระยุทธ” เคยเป็นอดีตนายอำเภอเกาะสมุย ทำให้มีความใกล้ชิดกับ “สุเทพ” เป็นอย่างมาก

รวมถึง “ธำรง เจริญกุล” รองผู้ว่าฯ สงขลา ไปเป็นผู้ว่าฯ พังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน “ตรี อัครเดชา” รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ของ “อัญชลี วานิช เทพบุตร” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี “ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย” จากผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ไปเป็นผู้ว่าฯ ระยอง พื้นที่ของ “สาธิต ปิตุเตชะ” สส.พรรคประชาธิปัตย์ด้วย

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือการย้ายผู้ว่าฯ เพื่อไปดูแลและควบคุมมวลชนฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดนี้ที่รัฐต้องควบคุมการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากการแต่งตั้ง “ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” ผู้ว่าฯ นครปฐม ที่ถูกย้ายไปเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง โดยหวังว่าจะให้ “ม.ล.ปนัดดา” ผู้ว่าฯ ราชสกุล ผู้นี้ซึ่งแสดงตัวปกป้องสถาบันมาโดยตลอด น่าจะปราบคนเสื้อแดงได้

ในทางตรงกันข้ามกับผู้ว่าฯ ในพื้นที่สีแดงที่ผลงานไม่เข้าตาต่างถูกเด้งเข้ามาเป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทยกันเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็น “ศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์” ผู้ว่าฯ ลำบาง “ปรีชา บุตรศรี” ผู้ว่าฯ ปทุมธานี “ธวัชชัย ฟักอังกูร” ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด และ “วันชัย สุทธิวรชัย” ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ ที่ต้องเข้ามาตบยุงที่สำนักผู้ตรวจฯ เพราะไม่สามารถตอบสนองฝ่ายการเมืองได้

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้ฝ่ายการเมืองไม่ต้องการให้ถูกวิจารณ์ว่าเอาแต่พวกสิงห์แดง รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจทำให้ถูกโจมตีได้ ทำให้โผครั้งนี้มีการผสมกันไปทั้งสิงห์แดง สิงห์ดำ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) สิงห์ทอง รัฐศาสตร์ รามคำแหง และสิงห์ขาว รัฐศาสตร์ เชียงใหม่ และที่สำคัญทั้งหมดนี้เห็นได้ชัดว่า การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯ ครั้งนี้ ภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ต่างวินวินด้วยกันทั้งคู่