เสธ.หนั่น ปูทาง นายกฯคนกลางสองขั้ว

วันที่ 24 ก.ย. 2553 เวลา 05:53 น.
การเดินสายกระชับความปรองดอง ภายใต้การนำของ “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีใครสนใจเสียงเล็กๆ ที่ประกาศปณิธาน กลางงานวันเกิดครบ 75 ปี ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเขาจะเดินหน้าสร้าง “ความปรองดอง”

โดย......ทีมข่าวการเมือง

จนมาถึงวันที่ เสธ.หนั่น เปิดตัวกระบวนการหิ้ว “ส้มโอ” และ “มะขามหวาน” เข้าพบแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และยืนยันว่าเป็นการกระทำในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับพรรคใด สีใด

ประเด็นสำคัญอยู่ที่หลังการเข้าพบ เสธ.หนั่น ออกมายืนยันว่า “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” หนึ่งในแก๊งสามเกลอ แกนนำ นปช. ตอบรับที่จะเดินหน้าสร้างความปรองดองและพร้อมให้ความร่วมมือโดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ

พร้อมตบท้ายด้วยการที่ “ณัฐวุฒิ” ยังฝากให้ เสธ.หนั่น เป็นคนกลางการประสานกับกลุ่มต่างๆ

หลังจากนั้นไม่กี่วัน “เสธ.หนั่น” เดินสายต่อเนื่องไปยังบ้านพระอาทิตย์ พบปะ สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ก่อนตกผลึกออกมาเป็น 4 ข้อสรุปที่ทั้ง “สนธิ” และ “เสธ.หนั่น” เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน

1.ต้องรักษาหลักนิติรัฐ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องหยุดการสนับสนุนให้เกิดความรุนแรงและใช้พรรคการเมืองแก้ปัญหาเรื่องคดีความให้ตัวเอง และให้ทาง นปช. ยอมรับคำตัดสินของศาล

2.กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องแยกตัว กับกลุ่มที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน เช่น สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ จักรภพ เพ็ญแข ใจ อึ๊งภากรณ์

3.ต้องร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

4.ต้องปฏิรูปนักการเมือง เพราะปัญหาใหญ่ของชาติเกิดจากนักการเมือง

“หากกลุ่ม นปช. ทำได้ทั้ง 4 ข้อ โดยเฉพาะเรื่องการยอมรับคำตัดสินของศาล เพื่อรักษาหลักนิติรัฐ ผมและกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมลืมเรื่องเก่า และจับมือปรองดองกับกลุ่มเสื้อแดง” สนธิ ระบุ

นี่จึงเป็นก้าวสำคัญระหว่างการฟื้นสัมพันธ์ “เหลืองแดง” จากการจุดประกายของ “เสธ.หนั่น” ที่เริ่มต้นจะขยายวงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ในรายละเอียดเงื่อนไขลึกๆ จะมีบางข้อที่เป็นไปได้ยากก็ตาม

ทว่า “เสธ.หนั่น” ยังประกาศเดินหน้าพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ก่อนจะนำมาประมวลหาจุดร่วมที่เห็นพ้องต้องกันเพื่อปูทางไปสู่ความปรองดอง

รวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็น “เงื่อนไข” สำคัญในกระบวนการก้าวสู่ความปรองดอง โดย “เสธ.หนั่น” ระบุว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะคุยกัน แต่จัดคิวไว้เป็นลำดับท้ายๆ เมื่อทุกอย่างสุกงอม

“อดีตนายกฯ นั้นถ้าถึงเวลาก็ต้องพูดกัน และผมจะบอกว่าอดีตนายกฯ ทักษิณหยุดเถอะ ให้วางมือทางการเมืองแล้วหันหน้ามา ให้หยุดจริงๆ ท่านหยุดไม่ต้องสนับสนุนไปมา ทำร้ายประเทศ ผมว่าผมพูดกับคุณทักษิณได้ หากจะให้เดินทางไปหาก็ได้ แต่ถ้าในประเทศผมก็เดินเข้าหาได้ทุกฝ่าย”

ไม่แปลกที่กระบวนการ “ปรองดอง” ของ เสธ.หนั่น จะได้รับการตอบรับดีเกินคาด หากเทียบกับความพยายามปลุกกระแสมวลชนมาขับเคลื่อน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จากฝั่งภูมิใจไทย เพราะ เสธ.หนั่น รู้ดีว่า เป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จ

เสียงตอบรับท่วมท้น ล้วนมาจาก “ต้นทุน” ของอดีตมือประสานสิบทิศ ที่เคยสร้างตำนานปั้นนายกฯ มานักต่อนัก ทั้งการผ่านเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองอย่างโชกโชน ทั้งช่วงเมษาฮาวาย การต้องอดทนรอกับ 5 ปีที่ถูกเว้นวรรคทางการเมือง

เสธ.หนั่นยังผ่านมาแล้วหลายพรรค ทั้งประชาธิปัตย์ ก่อนตัดสินใจออกไปก่อตั้งพรรคมหาชน ที่จุดกระแสแข่งกับไทยรักไทยไม่ขึ้น จากนั้นมาปักหลักที่ ชาติไทยพัฒนา ถือเป็นมือประสานคนสำคัญในแวดวงการเมือง

แต่ไม่อาจปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นได้ ว่าเบื้องหลังการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเพราะหวังไว้กับตำแหน่ง นายกฯ แบบไม่ต้องลงทุนลงแรง หรือการเดินเกมเพื่อนำไปสู่ “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่แม้จะเป็นความจริง แต่ก็คงไม่มีใครออกมายอมรับ

เพราะที่ผ่านมามือประสานสิบทิศอย่าง “เสธ.หนั่น” ดูจะเนื้อหอมไม่น้อย เนื่องจาก 1.บุคลิกที่ประนีประนอม 2.อยู่พรรคชาติไทยพัฒนาที่ไหลได้ทั้งสองขั้วในสถานการณ์การเมืองที่ต้องการตัวเชื่อมอย่างพรรคขนาดกลาง 3.บารมีที่สั่งสมในอดีต

หากจำกันได้ ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เคยออกมายืนยันข่าวว่าครั้งหนึ่ง “เสธ.หนั่น” ถูกฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทย ทาบทามไปนั่งเก้าอี้นายกฯ หากความพยายามพลิกขั้วสำเร็จ

แม้ เสธ.หนั่น จะส่งสัญญาณเตรียมวางมือลงจากเก้าอี้รองนายกฯ หลายรอบ พร้อมส่งไม้ต่อให้ “ลูกยอด” ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ แต่จังหวะและโอกาสดูจะยังไม่เอื้ออำนวย จนสุดท้ายหวังสร้างชื่อทิ้งทวนมาเป็นแกนนำเดินสายสร้างความปรองดอง

เหตุผลสำคัญที่ต้องเป็น “เสธ.หนั่น” เพราะนอกจาก “บารมี” ที่ยังพอหลงเหลืออยู่ เขายังมีสายสัมพันธ์ที่ต่อได้ถึงทุกสี ทุกกลุ่ม ไม่เสียชื่อมือประสานสิบทิศ

ทั้ง “เพื่อไทย” ที่ไล่มาตั้งแต่แกนนำสำคัญในพรรค ล้วนยังแนบแน่นเหมือนเคย ทั้ง พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยงยุทธ ติยะไพรัช ฯลฯ ไม่เว้นแม้แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ

ด้าน “เสื้อแดง” ไม่ว่าจะเป็น วีระ มุสิกพงศ์ หรือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ล้วนแต่แนบแน่นกับ เสธ.หนั่น

ปีก “เสื้อเหลือง” นอกจาก “สนธิ ลิ้มทองกุล” แล้ว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ยังเป็นอีกคนสนิทของ “เสธ.หนั่น” ตั้งแต่เมื่อครั้งร่วมชะตากรรม สมัย “เมษาฮาวาย”

รวมไปถึงเครือข่ายขุมกำลังทหารแก่อย่าง พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร และ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีต จปร.7 ที่ยังเดินเกมการเมืองลึกๆ

ฝั่ง “ประชาธิปัตย์” เครือข่ายที่สร้างไว้สมัยเป็นอดีตเลขาธิการพรรค ก็ยังเหนียวแน่น สส. หลายคนที่เคยประกาศตัวเป็น “เด็กเสธ.” ก็ยังเข้านอกออกในบ้านสนามบินน้ำจำนวนไม่น้อย

รวมทั้งพรรคเล็กพรรคน้อย ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หรือ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ก็แน่นปึ้กกับ เสธ.หนั่น

ส่วนจะเดินหน้ากระบวนการ “ปรองดอง” ไปได้ไกลแค่ไหน จะถึงฝั่งฝันหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา แต่อย่างน้อย สิ่งที่ เสธ.หนั่นกำลังขับเคลื่อนในเวลานี้ทำให้หลายฝ่ายเริ่มต้องหันมามอง กับกระแสปรองดองที่เริ่ม “จุดติด” แล้วในเวลานี้