กอช.ผลตอบแทนงาม4-9%'ทำได้จริง...ไม่ได้โม้'

  • วันที่ 14 มิ.ย. 2559 เวลา 08:46 น.

กอช.ผลตอบแทนงาม4-9%'ทำได้จริง...ไม่ได้โม้'

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การเผยแพร่โฆษณาเพื่อหาสมาชิกของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่ชูจุดขายให้ผลตอบแทนงาม 4-9% สร้างความ ฮือฮาให้วงการเงิน การลงทุน ไม่น้อย เพราะให้ผลตอบแทนสูงมากในภาวะที่ดอกเบี้ยออมทรัพย์เตี้ยติดดิน ใกล้ 0% แม้แต่การลงทุนในตลาดหุ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทน 4-9% ในภาวะปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

สมพร จิตเป็นธม เลขาธิการ กอช. ระบุว่า สมาชิก กอช.จะได้ผลตอบแทน หรือจะเรียกว่าผลประโยชน์ที่ 4-9% อย่างแน่นอน ไม่ได้เป็นการประชาสัมพันธ์เกินจริง ไม่ได้โอเวอร์ หรือทำไม่ได้ เพราะการคิดผลตอบแทนดังกล่าว กอช.คำนวณจากผลตอบแทนขั้นต่ำที่คิดตามเงื่อนของ กอช.ที่เปิดให้แรงงานนอกระบบไม่อยู่ในระบบประกันใดๆ ที่มีอายุ 15-60 ปี สามารถสมัครเป็นสมาชิกกองทุน โดยสมาชิกเลือกจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนได้ปีละไม่เกิน 1.32 หมื่นบาท

นอกจากเงินสมทบของสมาชิกแล้ว รัฐบาลจะมีการจ่ายสมทบให้อีกต่างหาก แบ่งเป็นสมาชิกที่อายุ 15-30 ปี รัฐจะจ่ายอีก 50% ของเงินสมทบ แต่ไม่เกิน 600 บาท/ปี สมาชิกอายุ 30-50 ปี รัฐจ่ายสมทบ 80% ของเงินสมทบ แต่ไม่เกิน 960 บาท/ปี และอายุ 50 ปีขึ้นไป รัฐสมทบ 100% แต่ไม่เกิน 1,200 บาท/ปี

การจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมของรัฐ จึงถือเป็นแต้มต่อเพราะทำให้สมาชิก กอช.ได้ผลตอบแทนก้อนแรกทันที โดยหากสมาชิกอายุ 15 ปี และจ่ายเงินสมทบเต็มเพดานปีละ 1.32 หมื่นบาท รัฐบาลต้องจ่ายสมทบให้สมาชิกรายนั้น 600 บาท คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 4% ต่อปี สมาชิกอายุ 30-50 ปี จ่ายสมทบ 1.32 หมื่นบาท รับจ่ายสมทบ 960 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 7% กรณีสมาชิกอายุ 50 ปีขึ้นไป จ่ายสมทบ 1,200 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 9% ซึ่งผลตอบแทน 4-9% เป็นผลตอบแทนแรกที่สมาชิก กอช.จะได้ทันที

การจ่ายเงินสมทบตามกฎหมายของ กอช. ยังเปิดทางให้มีการทบทวนทุก 5 ปี และจ่ายให้สูงสุดถึงปีละไม่เกิน 6,000 บาท ซึ่งหากรัฐบาลมีฐานะการเงินการคลังที่แข็งแรง ก็มีโอกาสที่รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเพิ่มในอนาคตอีกด้วย

นอกจากนี้ ผลตอบแทนในรูปเงินสมทบ จากภาครัฐแล้ว สมาชิกยังจะได้ผลตอบแทน ต่อที่ 2 คือ ผลประโยชน์จากการที่กองทุนนำเงินสมทบไปบริหารหาผลประโยชน์ให้ ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ชัดว่า หาก กอช.มีกำไร ให้นำเงิน ดังกล่าวจัดสรรให้กับสมาชิก หากมีผลขาดทุน รัฐบาลจะชดเชยให้กับสมาชิกขั้นต่ำไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ในช่วงเวลานั้นๆ เท่ากับสมาชิกไม่มีขาดทุน มีแต่ได้กับได้ เพราะเมื่อนาผลประโยชน์จากการลงทุนไปรวมกับเงินสมทบของรัฐบาล ก็จะทำให้สมาชิกได้ผลตอบแทนมากกว่า 4-9%

สมพร เปรียบเหมือนว่า ปิ่นโต 4 ชั้น ชั้นแรกเป็นข้าว ชั้น 2 เป็นกับข้าว ชั้น 3 เป็นกับข้าว ขั้น 4 เป็นของหวาน กอช.เป็นเหมือน หลักประกันให้สมาชิก คือ มีข้าวและกับข้าว ชั้น 2 เพื่อให้อยู่ได้หลังเกษียณ เพราะเปิดให้ สามารถออมเงินที่เริ่มต้นจากจำนวนไม่ได้มาก ส่วน กับข้าวชั้น 3 และขนมหวานนั้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกที่อาจจะต้องมีการออมหรือการลงทุนด้านอื่น เข้ามาเสริม

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับ กอช.อย่างมาก ตามกฎหมายได้เปิดทางให้คนที่อายุเกิน 60 ปี สมัครเป็นสมาชิกเป็นเวลา 10 ปี โดยสมัครได้ถึงวันที่ 25 ก.ย. 2559 นี้เท่านั้น ขณะเดียวกันยังเปิดทางให้คนที่อายุเกิน 50 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี หากสมัครสมาชิกภายในวันดังกล่าวจะเป็นสมาชิกได้ 10 ปี แต่หากสมัครหลังวันดังกล่าวจะเป็นสมาชิกได้ถึงอายุ 60 ปีเท่านั้น

กอช.ไม่ได้ดีสำหรับแรงงานนอกระบบที่สูงวัยเท่านั้น แต่ยังดีสำหรับวัยรุ่นที่ยังไม่ได้ทำงาน เพราะ กอช.เปิดรับสมัครสมาชิกได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี เพื่อให้รู้จักการออมที่ให้ผลตอบแทนดี เมื่อเรียนจบทำงานและเป็นสมาชิกระบบประกันอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) บัญชีการออมของ กอช.ก็ยังคงสภาพอยู่ไม่ได้หายไปไหน สมาชิกจะเลือกว่า จะส่งเงินสมทบต่อก็ได้ หรือไม่จ่ายต่อก็ได้ แต่หากจ่ายต่อ รัฐบาลจะ ไม่จ่ายเงินสมทบให้ แต่กองทุนก็จะบริหารเงินสมทบทั้งหมดให้จนถึงอายุ 60 ปี

การสมัคร กอช.ตั้งแต่อายุน้อยๆ จึงถือว่า ได้เปรียบ เพราะปัจจุบันมีคนทำงานที่อยู่ใน ระบบจำนวนมากอยากเป็นสมาชิก กอช.เพื่อเป็นอีกช่องทางในการออมที่ให้ผลตอบแทนดี แต่ทาไม่ได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดว่าสมาชิก กอช.ต้องไม่อยู่ในระบบประกันอื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฮอตไลน์ของ กอช.จะได้รับคำถามจาก ประชาชนมากที่สุดว่า ทำไมเขาถึงสมัครเป็นสมาชิกไม่ได้

ดังนั้น การเป็นสมาชิก กอช. จึงเป็นการออมที่ให้ผลตอบแทนสูง เป็นเครื่องมือหนึ่งของรัฐบาลที่จะดูแลชีวิตความเป็นอยู่หลังเกษียณให้อยู่ดี มีศักดิ์ศรี อย่างพอเพียง รู้จักออม ไม่ได้รอแต่ความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยรัฐยอมควักกระเป๋าให้ผลตอบแทนก้อนโตกับสมาชิก เป็นแต้มต่อให้สมาชิกได้ผลตอบแทนสูง 4-9%

ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้และได้จริง ไม่ได้เป็นเรื่องเกินเอื้อมแต่อย่างไร

ข่าวอื่นๆ