ถอดรหัสกรรมการร่างรธน.

  • วันที่ 11 ก.ย. 2558 เวลา 09:06 น.

ถอดรหัสกรรมการร่างรธน.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หลังสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ  ทำให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ขึ้นมาใหม่จำนวน 21คน ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2558

ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ สปช.ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามกำหนดการแล้ว คสช.ต้องดำเนินการแต่งตั้งให้เสร็จก่อนวันที่ 6 ต.ค. แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศจะเลือกให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 22 ก.ย.นี้

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กำหนดสเปกคุณสมบัติของกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไว้ 3 ข้อ ด้วยกัน คือ 1.มีความรู้ด้านกฎหมายเป็นหลัก 2.ต้องรู้สถานการณ์ในวันนี้ ทั้งอดีตและวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่จะมาต้องเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจก็กลับไปเป็นแบบเดิม 3.ต้องรู้เจตนาของตัวเอง รัฐบาล และ คสช.

สำหรับชื่อผู้ที่จะมากุมบังเหียนประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีโผหลากหลาย อาทิ “มีชัย ฤชุพันธ์” อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  “อมร จันทรสมบูรณ์” อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา “อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรี “พรเพชร  วิชิตชลชัย” ประธาน สนช.

ทว่านาทีนี้ชื่อ  “มีชัย” มาแรงที่สุด โดยมี “อมร” มาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ

เหตุผลที่ทำให้มีชัยดูเป็นที่โดดเด่นขึ้นมา ส่วนหนึ่งมาจากท่าทีของ คสช.ที่ไม่ต้องการจะเริ่มต้นเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด แต่จะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์” มาเป็นต้นแบบในการจัดทำ เพียงแต่ปรับปรุงเนื้อหาในส่วนที่เป็นปัญหาเท่านั้น

หาก คสช.ยืนอยู่บนเหตุผลที่ว่านี้ เท่ากับว่ามีชัยเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีชัยกับบวรศักดิ์เป็นคนที่ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน และยิ่งในฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์ด้วยแล้วย่อมทำให้มีชัยรู้ดีว่าจุดอ่อนในร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์อยู่ตรงไหน และน่าจะแก้ไขได้โดยง่าย

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่มีชัยเป็นคนที่อยู่ในใจของ คสช. คือบารมีที่อยู่ในตัวของมีชัย

ต้องไม่ลืมว่ามีชัยมีดีกรีเป็นถึงผู้นำของฝ่ายนิติบัญญัติมาก่อน ทั้งตำแหน่งประธาน สนช.และประธานวุฒิสภา บารมีตรงนี้ที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญต่อการร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากธรรมชาติของการร่างรัฐธรรมนูญต้องอยู่บนการต่อรองเรื่องผลประโยชน์และการบริหารความขัดแย้งด้วย

ด้วยบารมีของมีชัยอาจมีส่วนช่วยให้มีชัยตบโต๊ะได้เสียงดังและกรรมการร่างฯ อีก 20 คนมีความเกรงใจและยอมรับการตัดสินใจของอดีตประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

ทั้งหมดเวลานี้ขึ้นอยู่กับมีชัยจะตอบตกลงหรือไม่  แต่ถ้ามีชัยปฏิเสธด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพ คสช.ต้องออกแรงหาคนมานั่งหัวโต๊ะใหม่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยืนยันว่า “มีชัย” ปฏิเสธ ส่วน “อมร” ก็มีปัญหาสุขภาพ จากนี้ต้องรอดูใครจะอยู่ในใจ คสช.อีก

นอกเหนือไปจากตำแหน่งประธานกรรมการร่างฯ ที่มีความน่าสนใจแล้ว ปรากฏว่าการหาตัวกรรมการร่างฯ อีก 20 คนก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองเช่นกัน

โดยมีการคาดการณ์ว่า คสช.อาจใช้สูตร “10-5-5” หมายความว่า 10 คนจะเป็นโควตาของ คสช. ส่วนที่เหลือจะแบ่งกันระหว่าง “สนช.-อดีต กมธ.ยกร่างฯ”

การคงไว้ซึ่งอดีต กมธ.ยกร่างฯ นั้นเป็นความต้องการของ คสช.ที่อยากแสดงให้เห็นว่าการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯ ที่ผ่านมาไร้ความหมายและอยากให้เข้ามาช่วยสานงานต่อ โดยบุคคลที่อยู่ในข่ายที่ คสช.เตรียมเชิญ อาทิ สุจิต บุญบงการ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ บรรเจิด สิงคะเนติ ปรีชา วัชราภัย เป็นต้น

ด้านโควตาของ สนช. เริ่มปรากฏความเคลื่อนไหวไปที่การทาบทาม “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธาน สนช.คนที่ 1 แต่มีแนวโน้มสุรชัยจะปฏิเสธ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 กำหนดให้กรรมการร่างฯ ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี

ขณะเดียวกัน สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปัจจุบันเป็นสมาชิก สนช. กำลังถูกเทียบเชิญด้วยเช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้ จะแจ้งไปว่าส่วนตัวเคยทำหน้าที่นี้มาแล้วเมื่อการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ก็ตาม

ส่วนคนนอกที่ คสช.กำลังเล็งไว้มีอยู่หลายคน เช่น สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลิขิต ธีรเวคิน นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คือ คนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้จักต้องได้รับความเชื่อมั่นเชื่อถือจากประชาชน มิเช่นนั้นก็จะมีเสียงต่อต้านยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านมาและจะทำให้ประเทศยิ่งวิกฤต

ข่าวอื่นๆ