เด็ด "ยิ่งลักษณ์" สะเทือน "เพื่อไทย"

วันที่ 26 ม.ค. 2558 เวลา 07:31 น.
เด็ด "ยิ่งลักษณ์" สะเทือน "เพื่อไทย"
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ขีดเส้นใต้เอาไว้กับคำแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “ดิฉันจะต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และจะขอยืนหยัดอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนไทย” ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอนด้วยคะแนน 190 ต่อ 18 งดออกเสียง 8 เสียง และมีบัตรเสีย 3 ใบ ผนวกกับอัยการสูงสุดมีมติสั่งฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 123/1 จากโครงการรับจำนำข้าวที่ทำให้รัฐเสียหายถึง 5 แสนล้านบาท

หลังจากนี้ ยิ่งลักษณ์จะต้องเผชิญวิบากกรรมทั้งถูกปิดฉากเส้นทางการเมืองอย่างน้อยๆ 5 ปี และการไปสู้คดีต่อในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งภายใน 1 เดือนหลังจากนี้ อัยการสูงสุดจะส่งสำนวนฟ้องให้ศาล ซึ่งกระบวนการดังกล่าวไม่มีใครทราบได้ว่าฟ้าจะลิขิตโชคชะตาของยิ่งลักษณ์อย่างไร จะกำหนดให้เธอเดินเข้าสู่เส้นทางเดียวกันกับพี่ชายหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ ชะตากรรมขององคาพยพพรรคเพื่อไทย น่าเป็นห่วงเมื่อหัวขบวนถูกกุดหัว ขาดผู้นำทางการเมืองไปแล้ว แน่นอนว่าความสั่นคลอน ความไม่มั่นคงของพรรคจะต้องเกิดขึ้น ดังนั้นจากนี้ไปพรรคเพื่อไทยจะต้องเร่งหาตัวตายตัวแทนขึ้นมา ซึ่งถ้าไล่เรียงลำดับแล้วจะคัดสรรคนที่มาจากเครือญาติคงจะยาก เพราะช้ำไปหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (เจ๊แดง) ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อปี 2551 ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่มีความผิดยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จก่อนเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปี 2555 โดยทั้งหมดถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

หรือจะจับวางให้ทายาททางสายเลือด ทักษิณ ชินวัตร “โอ๊ค พานทองแท้-เอม พินทองทา-อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ก็คงจะไม่ได้ เพราะติดข้อจำกัดทั้งการยอมรับทางสังคม ไม่มีชั่วโมงบินในทางการเมือง รวมถึงเกม การเมืองที่คนตระกูลชินวัตรเองก็มองว่าถูกไล่ล่า และถูกขจัดให้ออกไปจากสารบบ หรือจะใช้สูตรหานอมินีขึ้นมาแทนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เพราะการหาคนในพรรคที่มีบารมีมากพอ หรือคนที่ไว้ใจได้นั้นยาก

และก่อนหน้านี้ นพดล ปัทมะ เคยให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวโพสต์ทูเดย์ถึงการปฏิรูปพรรคเพื่อไทยเพื่อรับมือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ว่า “หลังจากนี้คิดว่าบทบาทของท่าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะไม่ยุ่งเกี่ยวโดยตรงกับพรรคเพื่อไทย เพราะท่านทักษิณต้องการรักษาระยะห่าง อยากให้พรรคเพื่อไทยเติบโตแบบพรรคมหาชนที่ไม่ยึดติดกับตัวบุคคล แต่ยึดติดกับนโยบายเป็นหลัก ทั้งนี้คนที่จะเข้าไปยืนในรองเท้าของท่านไม่ง่าย ผู้นำในการเมืองรุ่นใหม่ไม่มีใครที่มีแสงในตัวเอง เราต้องพยายามสร้างผู้นำรุ่นใหม่ และเวลานี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร”

เมื่อรูปการณ์เป็นแบบนี้แล้ว คงไม่ผิดที่จะตีความว่า แพพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคขนาดใหญ่กำลังจะแตก เพราะไม่มีความแน่นอนหรือความมั่นคงในอนาคตทางการเมือง ส่งผลให้คนในพรรคอาจจะต้องเล็งหาขอนไม้ขอนใหม่เป็นที่ยึดเกาะ นอกจากนั้นยังสะเทือนต่อไปยัง “กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง” ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย อย่าลืมว่ามวลชนเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยนักการเมืองในพื้นที่ หาก สส.อ่อนแอมวลชนก็จะอ่อนแอตามไปด้วย ไม่มีน้ำเลี้ยงหมดแรงฮึด สุดท้ายโครงสร้างพรรคเพื่อไทยก็สั่นคลอน ไม่มีเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง

อย่าลืมว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้เข้ามายึดอำนาจ หรือฝั่งตรงข้ามทางการเมืองเป็นผู้ที่มีเครื่องมือมากสุดเวลานี้ โดยเฉพาะเครื่องมือทางอำนาจและทางกฎหมาย ที่สามารถสกัดกั้นหรือทลายความเข้มแข็งของพรรคเพื่อไทยให้หมดลงได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทักษิณจะสามารถทำได้ คือ การรอเวลาหยั่งสัญญาณความชัดเจนจากฝั่งตรงข้ามทางการเมืองว่าจะฝังกลบตระกูลชินวัตร ให้พอมีลมหายใจเดินเกมการเมืองอยู่ใต้ดินได้ หรือจะถอนรากถอนโคนตระกูลชินวัตรไม่ให้ได้เกิดทางการเมือง