ปีม้าพยศ ยักษ์ป่วน...โลกสะเทือน!

  • วันที่ 27 ธ.ค. 2557 เวลา 10:38 น.

ปีม้าพยศ ยักษ์ป่วน...โลกสะเทือน!

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

2014 ปีม้าพยศ กำลังจะผ่านพ้นไป และเป็นอีกปีที่โลกต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจอันยุ่งเหยิงที่สุดครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์กับการต่อสู้ การคัดง้างระหว่างขั้วมหาอำนาจ ไปจนถึงสภาพเศรษฐกิจโลกที่ถูกครอบงำด้วยความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด ไปจนถึงความไม่ชัดเจนในการขึ้นดอกเบี้ยของมหาอำนาจเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ ที่ทำให้กระแสทุนไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนาอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง

แต่ที่ตกตะลึงและคาดไม่ถึงคือความตกต่ำของราคาน้ำมันที่ร่วงลงหนัก จนอาจกลายเป็นการซ้ำเติมภาวะเงินฝืดของโลกอีกด้วย

เป็นข้อเท็จจริงที่ว่า ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับรัสเซียต่อปัญหายูเครนนั้นได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วโลก โดยเฉพาะทำให้ความเชื่อมั่นทั้งภาคธุรกิจ และผู้บริโภคดิ่งเหวกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะในสหภาพยุโรป จีน หรือญี่ปุ่น

ปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองโลกนี้ได้ฉุดความมั่นใจของนักลงทุนอย่างหนักหน่วง ทำให้นักลงทุนต่างวิ่งเข้าซบเงินเหรียญสหรัฐซึ่งกำลังถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยที่สุดในระยะนี้ ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้นแข็งค่ามากขึ้นที่สุดเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ ของโลก

ค่าเงินรูเบิ้ลรัสเซียเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้นได้อ่อนค่าลงไปแล้วถึง 53.5% ขณะที่ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนตัวลงไป 12.43% ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงไป 9.2% ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนลงไป 2.45%  ค่าเงินริงกิตมาเลเซีย อ่อนลงไป 6.04% ขณะที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนตัวลงมากที่สุดในรอบปี แตะ 33.11 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.

ยิ่งไปกว่านี้ ตลอดปีที่ผ่านมาโลกยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายที่ไม่ปกติจากธนาคารกลางสหรัฐอย่างรุนแรงเช่นกัน แม้ว่าในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เฟดจะประกาศยุติการใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ไปแล้ว แต่กระนั้นตลาดทุนโลกกลับต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ ความไม่แน่นอนนี้ได้ทำให้เกิดการไหลออกของทุนต่างชาติในตลาดทุนประเทศกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และฉุดให้ค่าเงินของหลายประเทศดิ่งลงอย่างรุนแรงเป็นระยะๆ เช่นกัน และสำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-25 ธ.ค.นั้น ทุนต่างชาติได้ไหลออกไปแล้วมากถึง 37,313 ล้านบาท

ราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงอย่างผิดปกติ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแย่งชิงตลาดกันระหว่างกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) และผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก รวมไปถึงการที่ผู้ผลิตน้ำมันจากแหล่งหินดินดาน หรือเชลออยล์ ในสหรัฐที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ได้ฉุดให้ราคาน้ำมันโลกดิ่งตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงท้ายปีนี้ โดยจากระดับราคาสูงสุดที่ราวๆ 107 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเดือน มิ.ย. ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบชนิดเบาในตลาดโลกลดลงมาอยู่ที่ราวๆ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเท่านั้น

ราคาน้ำมันที่ผิดปกติเช่นนั้น อาจจะส่งผลในเชิงบวกต่อผู้บริโภคทั่วโลก แต่กระนั้นในอีกด้านหนึ่งราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงจะยิ่งซ้ำเติมความเสี่ยงของเงินฝืดที่กำลังเป็นปัญหาทั่วโลกในขณะนี้ด้วย

ขณะที่รัสเซียได้กลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกมากที่สุดในช่วงท้ายปีนี้เช่นกัน จากผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรจากโลกตะวันตก ผนวกเข้ากับความตกต่ำของราคาน้ำมันและพลังงานอันถือเป็นรายได้หลักของรัสเซีย ได้ฉุดให้ค่าเงินรูเบิ้ลรัสเซียร่วงลงไปกว่า 50%  และคาดว่าในปีหน้าเศรษฐกิจรัสเซียจะเข้าสู่ภาวะถดถอยมากกว่า 3.6%

ส่วนมหาอำนาจจีนยังคงดูเหมือนว่าจะยังคงพอใจกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอันเป็นผลกระทบจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่โดยไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 7.3% และคาดว่าในปี 2015 นี้ จีนจะสามารถเติบโตได้เพียง 7.1% เท่านั้น วันนี้จีนไม่ใช่ตลาดที่จะพึ่งพาได้อีกต่อไปนัก

ปัญหาที่เกิดขึ้นในบริบทโลกได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ดังเห็นได้จากภาคการส่งออกของไทยที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ เนื่องจากตลาดส่งออกหลายแห่งของไทยเองต่างอยู่ในภาวะซึมเซา โดยตัวเลขจากกรมการค้าระหว่างประเทศ พบว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกไทยติดลบ 0.7% เฉพาะในเดือน พ.ย.การส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นปรับลดลงถึง 107% สหภาพยุโรปลดลง 5.2% ส่วนจีนลดลงไปถึง 18.7%

ปัญหาต่างๆ ที่กำลังรุมเร้าโลกในปีนี้ ยังไม่มีวี่แววว่าจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้ในเร็วๆ นี้ และยังจะส่งความวุ่นวายต่อเนื่องไปยังปีหน้าซึ่งยังจะต้องเป็นอีกปีสำคัญยิ่งที่ไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกันอย่างเข้มข้นมากกว่าเดิม

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ