คุมเบ็ดเสร็จร่าง รธน.

  • วันที่ 21 พ.ย. 2557 เวลา 09:33 น.

คุมเบ็ดเสร็จร่าง รธน.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

วิษณุ เครืองาม​ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และมีชัย ฤชุพันธุ์ ถือเป็น 3 เสาหลัก ที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญสำหรับควบคุมดูแลการผลิตร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

แม้ที่ผ่านมากระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญจะพยายามออกแบบ “กลไก” และ “ ขั้นตอน” ดึงให้ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ด้วยเหตุผลเพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการ “ตั้งธง” หรือ ​“ใบสั่ง” จากคณะรัฐประหาร

แต่ต้องยอมรับว่าการดึงตัวแทนประชาชนจากแต่ละสาขาวิชาชีพและแต่ละภูมิภาคมาร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ถึงจะช่วยลดเสียงวิพาษ์วิจารณ์แต่ก็ทำได้เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น

เพราะหากไล่เรียงจาก 36 กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าไม่ได้แหกโผหรือแตกต่างไปจากรายชื่อที่หลายฝ่ายเก็งเอาไว้ก่อนหน้านี้มากเท่าไหร่​

ทั้งที่ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ได้กำหนดสัดส่วนที่มาไว้ชัดเจน เริ่มตั้งแต่จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.)​สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลุ่มละ 5 คน และจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 20 คน รวมทั้งประธานกรรมาธิการที่ คสช. เป็นผู้เลือกอีก 1 คน

หรือหากพิจารณาลึกลงไปในรายละเอียดจะเห็นว่าสัดส่วน​ สปช. ที่มีจำนวนมากที่สุดถึง 20 คน ​สรรหามาจาก สปช.​ 250 คน ก่อนหน้านั้นมีกระบวนการคัดกรองหลายรอบ กว่าจะได้รับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช. มีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 7,000 คน

กระบวนการรับฟังความคิดเห็นทั้งการเชิญตัวแทนจากแต่ละพรรคการเมือง องค์กรอิสระ เข้าให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงกระบวนการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่ระหว่างการออกแบบวิธีการเพื่อให้สอดรับกับบรรยากาศที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ล้วนแต่เพื่อสร้างแนวร่วมสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเกราะป้องกันในอนาคตหากจะมีผู้คัดค้านหรือต้องการจะแก้ไข

 ทว่าปัญหาอยู่ตรงที่กลไกเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย และหลายต่อหลายเรื่องล้วนแต่เป็นปัญหาที่สังคมมีความเห็นแตกต่างจนไม่รู้ว่าจะหาข้อสรุปสุดท้ายอย่างไร

 ทางออกสุดท้ายจึงหนีไม่พ้น 3 เสาหลัก อย่าง วิษณุ-บวรศักดิ์-มีชัย ที่ถือเป็นปรมาจารย์และมีประสบการณ์ร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายสำคัญมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญช่วยเอกซเรย์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ

 เร่ิ่มตั้งแต่ วิษณุ เครืองาม เนติบริกร ซึ่งหลายรัฐบาลเรียกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐประหาร รอบนี้วิษณุถูกดึงตัวเข้าไปเป็นที่ปรึกษา คสช.ตั้งแต่แรก พร้อมมีส่วนวางกรอบกติกา ทิ้งเชื้อฝังเงื่อนไขเอาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญช่ัวคราว 2557 ซึ่งเป็นกรอบที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องยึดเป็นแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น

นอกจากจะเป็นผู้ร่วมวางกรอบแล้ว คสช. ยังวางตัว วิษณุ มานั่งเก้าอี้รองนายกฯร่วมควบคุมทิศทางการบริหารในครม. ​ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับการกำกับดูแลร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ต้องการ

เมื่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 36 เปิดช่องไว้ชัดเจนว่า ให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ ครม.​ และ คสช. ​และให้ ครม.​ หรือ คสช.​เสนอความคิดเห็นหรือยื่นคำขอแก้ไขเพ่ิมเติมได้ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ

นี่จึงเป็นช่องทางฉุกเฉินที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก สำหรับให้ ครม.​ และ คสช.เข้ามาเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรที่ไม่ได้ดั่งใจ ​

สำหรับมีชัยเที่ยวนี้แม้จะไม่ได้เปิดหน้าเข้ามาคลุกวงในแบบเต็มตัว แต่ด้วยประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงมายาวนาน​ คสช.​ จึงดึงมานั่งมาเป็นสมาชิก คสช. เพื่อร่วมเป็นหูเป็นตาเอกซเรย์ร่วมตรวจทานร่างรัฐธรรมนูญอีกทางหนึ่ง

ชัดเจนเมื่อล่าสุด คสช.ยังมอบหมายให้มีชัยเป็นคณะกรรมการติดตามการทำงานและให้คำเสนอแนะต่อ คสช. ต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ​

ที่สำคัญ​อำนาจของ คสช.​ที่ไม่ได้แค่เปิดช่องให้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ยังมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 ให้ หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของ คสช. มีอำนาจสั่งการระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ไม่ว่าจะการกระทำนั้นจะมีผลในทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ หากเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ

​สำหรับ บวรศักดิ์ รอบนี้ถูกวางตัวจาก คสช. มารับตำแหน่งสำคัญอย่างประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรรมนูญ ควบคุมกระบวนการผลิตในชั้นยกร่าง

เริ่มตั้งแต่กำหนดกรอบ โครงสร้าง วางประเด็น กระบวนการพิจารณา ไปจนถึงการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ หน้าที่สำคัญคือการตกผลึกหาข้อสรุปในชั้นกรรมาธิการ โดยเฉพาะเวลานี้พบว่ามีหลายต่อหลายประเด็นที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อสรุปร่วมกันได้

​อีกบทบาทหนึ่ง บวรศักดิ์ยังนั่งเป็นรองประธาน สปช.คนที่หนึ่ง ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมระหว่างต้นทาง สปช. ที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนดกรอบให้ สปช.ต้องเสนอแนะต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญ

นอกจากขั้นตอนยกแรกกับการร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ​ภายใน 120 วัน นับจากได้รับข้อเสนอจาก สปช.​แล้ว ​ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 37 ยังกำหนดให้กรรมาธิการยกร่างปรับแก้ไขยกที่สองตามข้อเสนอของ ครม. หรือ สนช.

บทบาทของทั้ง วิษณุ บวรศักดิ์ มีชัย จึงเป็นสามประสานสำคัญกับการกำหนดทิศทางร่างรัฐธรรมนูญ​และไม่แปลกที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจกลายเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จที่จะชี้ขาดทิศทางรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ต้องการในที่สุด

ข่าวอื่นๆ