โยกย้ายอธิปบดีคลังฝ่ายการเมืองสลับใหญ่

  • วันที่ 27 ส.ค. 2556 เวลา 08:50 น.

โยกย้ายอธิปบดีคลังฝ่ายการเมืองสลับใหญ่

โดย...นายเกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

หากเป็นไปตามแผนที่ฝ่ายการเมืองกำหนดไว้ การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้จะมีโผการโยกย้ายผู้บริหารระดับอธิบดีของกระทรวงการคลังที่คุมถังเงินของประเทศ

อื้ออึงกันทั้งกระทรวงว่าจะมีการปรับทัพครั้งใหญ่หลายตำแหน่งที่สำคัญ

สาเหตุหนึ่งที่จะมีการปรับตำแหน่งกันยกใหญ่ เนื่องจาก เบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากร สร้างประวัติศาสตร์ข้าราชการไทยถูกปูนบำเหน็จขึ้นเป็น รมช.คลัง ทำให้ตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรว่างลง จึงต้องปรับหมากกันใหม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนในเรื่องการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกปลอมของกรมสรรพากรร่วม 6,000 ล้านบาท ที่มีการพาดพิงถึงผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรเข้าไปเกี่ยวข้องจนร้อนฉ่ากันไปทั้งกรม

ในการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังนั้น ในตำแหน่งของ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ถือว่าแน่นปึ้ก แม้ว่าจะมีข่าวถูกโยกออกจากตำแหน่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์เศรษฐกิจขาลง การดำเนินมาตรการร้อนๆ ทั้งจำนำข้าว การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท การกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ไม่มีใครเหมาะที่จะนั่งกุมบังเหียนใหญ่ของกระทรวงมากไปกว่าอารีพงศ์อีกแล้ว

แม้ว่าจะมีคนหนุ่มหลายคนที่สามารถขึ้นเป็นปลัดกระทรวงได้ ไม่ว่าจะเป็น สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง

ขณะเดียวกัน ก็มีการเสนอคลื่นแทรกเข้ามาด้วยการโยก อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเข้ามาเป็นปลัดกระทรวงการคลัง แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะเศรษฐกิจส่อแววว่าจะทรุดยาว จึงต้องการคนที่รู้ช่องทางในการสกัด

ส่งผลให้การโยกย้ายคลังนี้ไฮไลต์อยู่ที่กรมภาษีเป็นหลัก

ว่ากันว่า ฝ่ายการเมืองจากมุ้งต่างๆ ออกกำลังภายในกันสุดฤทธิ์ เพื่อดันเด็กในคาถาของตัวเองให้ขึ้นไปนั่งเป็นเสนาบดีของกรมภาษี

กรมศุลกากรนั้นอื้ออึงกันตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว เมื่อ เจ๊แดง ล็อกเป้าไว้ให้ ราฆพ ศรีศุภอรรถ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ไปนั่งคุมเก้าอี้อธิบดีกรมศุลกากร

แม้ว่า ราฆพ ว่าที่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่จะก้าวหน้าในตำแหน่งราชการอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด จากผู้อำนวยการปราบปราม มาเป็นรองอธิบดีกรมศุลกากร ก่อนมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังภายในเวลาแค่ 89 เดือน

ชื่อของ ราฆพ นั้นดังสนั่นไปทั้งย่านริมคลองประปาคลองเตยแหลมฉบัง ยันเชียงใหม่ ชนิดที่ใครสายไม่แข็งต้องถอยไป

แม้ว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายการเมืองเคยมีสัญญาใจไว้กับ สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ว่าจะให้กลับมานั่งอธิบดีกรมศุลกากรอีกครั้งเมื่อเบญจาเกษียณอายุราชการ หลังจากที่เจ้าตัวยอมลุกจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้เบญจามาเป็นอธิบดีกรมใหญ่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสมชายได้แจ้งกับผู้ใหญ่ขอนั่งในตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิตเหมือนเดิม

เพราะเห็นว่ารุ่นน้องอดีตผู้บริหารกรมศุลกากรมาแรง ไปไหนใครก็บอกว่าราฆพนอนมา

กระนั้นก็ตาม ใช่ว่าเส้นทางของราฆพจะสดใสไร้ขวากหนาม ในเมื่อข้าราชการระดับ 10 หลายคนที่จ่อคิวขึ้นอธิบดีและมีอาวุโสกว่า

เมื่อประกอบกับปัญหาในเรื่อง “ไม้พะยูงล็อตใหญ่” ที่มีการขนออกไปจากราชอาณาจักรไทย ทั้งๆ ที่มีคำสั่งห้ามส่งออก ที่พร้อมจะเล็ดลอดออกมาขย่มคนในระดับอธิบดี

ผนวกกับปัญหาใหญ่ที่ต้องสะสางเรื่องการนำเข้ารถหรูที่เสียภาษีไม่ถูกต้องให้สะเด็ดน้ำ

ทำให้มีข้อเสนอว่า ฝ่ายการเมืองควรเปิดทางให้คนกลางที่ไม่ใช่ลูกหม้อกรมศุลกากรเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ จะทำให้การแก้ปัญหาได้เนื้อได้หนังมากกว่าให้ลูกหม้อที่อาจจะเกิดอาการหยิกเล็บเจ็บเนื้อ

ทำให้มีการเก็งกันว่า หากฝ่ายการเมืองเห็นด้วยกับแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ม้ามืดที่จะได้มาเป็นอธิบดีกรมศุลกากรครั้งนี้ คือ สมชัย เพื่อสางปัญหาต่างๆ ในกรมศุลกากรอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอชื่อของ ประภาศ คงเอียด ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษี เคยเป็นถึงหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาล สไลด์เข้าเป็นอธิบดีกรมศุลกากรได้ไม่นาน แถมยังสามารถสกัดปัญหาว่าด้วยเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น และสานสัมพันธ์กับตำรวจ ดีเอสไอได้เป็นอย่างดี

ประภาศ แม้เข้ามาทำงานในกระทรวงการคลังไม่นาน แต่มีความใกล้ชิดฝ่ายการเมืองและพรรคเพื่อไทยมาก เป็นผู้พิพากษาใหญ่มากความสามารถเกี่ยวข้องกับภาษีหุ้นตระกูลชินวัตร เคยทำงานที่กรมสรรพสามิตมาก่อนในช่วงเริ่มต้นอาชีพราชการ ก่อนสอบชิงทุนไปเรียนกฎหมายที่ฮาร์วาร์ด ฝีไม้ลายมือ ความเก่งในการทำงานไม่เป็นสองรองใคร

ที่สำคัญนายใหญ่การันตี...

“ราฆพ-สมชัย-ประภาศ” 3 คนนี้คือคู่ชิงเก้าอี้อธิบดีกรมศุลกากร

สำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรที่ร้อนฉ่านั้น แม้ สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากรคนปัจจุบันจะสนิทแนบแน่นกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะนักเรียน วตท.รุ่นเดียวกัน แต่ไม่น่าจะทานกระแสกรณีการทุจริตการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มปลอมที่ยอดความเสียหายน่าจะพุ่งไปถึง 6,000 ล้านบาทได้

เมื่อผนวกกับการเปิดหน้าออกมาขย่มกระบวนการทำงานของศุลกากรที่เป็นต้นตอของการตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการมีการส่งออกจริงหรือไม่ก่อนส่งให้กรมสรรพากรคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออก ซึ่งเท่ากับเป็นการดึงเอา เบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง อดีตอธิบดีกรมศุลกากร ที่ปัจจุบันคุมกรมภาษีมาเปื้อนโคลนด้วย ยิ่งทำให้กระเพื่อมหนัก

ปรากฏการณ์ที่อารีพงศ์ออกมาแถลงข่าวและตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการกระทรวงการคลังถึง 18 คน เป็นระดับซี 9 ถึง 4 คน คือสิ่งที่บอกเหตุว่า สาธิตไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ในฐานะที่เป็นเจ้ากรมและปล่อยให้มีการทุจริตสร้างความเสียหายจำนวนมาก

ขนาดว่ามีเสียงอื้ออึงออกมาในปลายสัปดาห์และต้นสัปดาห์นี้ว่าจะมีคำสั่งย้ายสาธิตออกมานั่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง

สำหรับว่าที่อธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ ชื่อที่แรงที่สุดไม่มีใครเกินหน้า รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลังด้านรายได้ อดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร และอดีตอธิบดีกรมบัญชีกลางอีกแล้ว

รังสรรค์นั้นเป็นลูกน้องเก่าเบญจา เดินตามกันมาในตำแหน่งงาน และปัจจุบันก็ทำงานเป็นมือไม้ให้ รมช.คลังหญิงผู้ทรงพลัง

แถมเป็นผู้ผลักดันในเรื่องการตรวจสอบการคืนภาษีปลอมที่เอิกเกริกอย่างแข็งขัน

รังสรรค์นั้นถือเป็นคู่แข่งตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรมาตลอด และต้องไม่ลืมว่าการโยกย้ายปีที่ผ่านมา ชื่อของรังสรรค์ขึ้นแท่นเป็นอธิบดีกรมสรรพากรแทนสาธิต จ่อเข้า ครม.มาแล้วหนึ่งครั้ง แต่มีการดึงเรื่องออกก่อนเสนอเข้า ครม. ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ทำให้รังสรรค์พลาดตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรไปอย่างฉิวเฉียด

ขณะที่ สุทธิชัย สังขมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง อดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร นั้นเป็นเพียงการโยนหินถามทางเท่านั้น

พลาดพลั้งไปจากนี้ ให้พิจารณา ประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ อดีตอธิบดีกรมศุลกากร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร ผู้ทำงานด้านการตรวจสอบภาษี และภาษีรายใหญ่มาอย่างเชี่ยวชาญ แม้จะมีภาพความใกล้ชิดกับกลุ่มคิง พาวเวอร์ แต่ประสงค์นั้นถือว่า ครบเครื่องต้มยำ ทำงานรุกรับเร็วเข้าเป้าตามนโยบายแน่นอน

นอกจากตำแหน่งกรมภาษีแล้ว อาจมีการโยกย้ายในกรมเล็ก ด้วยการขยับ นริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กลับเข้ามานั่งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อเปิดทางให้รุ่นน้องๆ ได้นั่งตำแหน่งอธิบดีโชว์ฝีมือบริหารงานบ้าง

ผู้ที่มาแรงที่สุด คือ จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง ดูแลด้านทรัพย์สิน ซึ่งดูแลกรมธนารักษ์โดยตรงอยู่ ที่ผ่านมาสมัยจักรกฤศฏิ์นั่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ทำผลงานการบริหารงานหนี้ไว้เป็นอย่างดี ได้รับรางวัลการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลายรางวัล

อย่างไรก็ตาม ยังมีคู่แข่งที่เป็นลูกหม้อของกรมธนารักษ์ ทั้ง อำนวย ปรีมนวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และ ประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะทำให้การทำงานในตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์เดินหน้าได้ทันที เพราะเป็นคนเก่ารู้งานด้านที่ดินธนารักษ์ดุจรู้ฝ่ามือ

ถึงตอนนี้โผการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการคลังอยู่ในมือของฝ่ายการเมืองแล้ว ใครขยับเก้าอี้ไหนล้วนแล้วแต่มีฝ่ายการเมืองหนุนหลังแทบทั้งสิ้น

เก้าอี้แต่ละตัวมีเป้าประกบชัดเจน...

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ