"นิรโทษ"ฟางเส้นสุดท้าย นปช.-ญาติเหยื่อ-เพื่อไทย

วันที่ 16 ก.ค. 2556 เวลา 08:33 น.
"นิรโทษ"ฟางเส้นสุดท้าย นปช.-ญาติเหยื่อ-เพื่อไทย
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

เปิดประชุมสภาเดือน ส.ค.นี้ ดีกรีอุณหภูมิการเมืองไทยจะร้อนปรอทแตก เพราะบรรดาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจะตบเท้าเข้าสู่การพิจารณาสมัยเดียวกันถึง 3 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ ฉบับ วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ และ 40 สส.พรรคเพื่อไทย ร่าง พ.ร.บ.การปรองดองแห่งชาติ ฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และเงื่อนไขใหม่ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนของ ญาติวีรชน เม.ย.-พ.ค. 53 ที่จ่อยื่นร่างให้ประธานสภา วันที่ 24 ก.ค.นี้

ย้อนปูมหลังชำแหละ 3 ร่างอีกครั้ง “ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน” ของวรชัยนั้นเป็นการเปลี่ยนเกมเดินของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลังประกาศจี้รัฐบาลเดินหน้าออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรม แต่ปรากฏว่าเป้าไม่ถึงฝัน เพราะแกนนำหวาดหวั่นเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 184

ทั้งนี้ ด้วยเนื้อหามาตรา 3 ของร่างฉบับวรชัย ที่นิรโทษเฉพาะประชาชน ไม่ครอบคลุม พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงทุกบรรดาแกนนำ ผู้สั่งการ ทำให้ร่างฉบับนี้สามารถฝ่าแรงต้านของฝ่ายค้าน ขอมติโหวตเลื่อนร่างไปพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนได้สำเร็จ

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ของ “สารวัตรเหลิม” อาศัยบารมีรองนายกฯ ขณะนั้นเกณฑ์ สส.พรรคลงนามสนับสนุนถึง 163 รายชื่อ จับมือ ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำแดงอุดรธานี ตั้งเวทีปราศรัยประกาศลั่นปีใหม่ต้องพา “นายใหญ่” กลับบ้าน ส่วนเนื้อหาหลักการในร่างไม่ต่างจากฉบับของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่นิรโทษหมดสิ้นทั้งมวลชน แกนนำ ทหาร ผู้สั่งการทุกฝ่าย ทั้งที่โมเดลเดียวกันนี้เคยสร้างฝันร้ายโกลาหลทั้งสภามาแล้วเมื่อกลางปี 2555

โดยล่าสุด “ญาติวีรชน เม.ย.-พ.ค. 53” ผนึกกำลังกับกลุ่ม “แดงวิชาการ” คลอด “ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน” จี้จุดอ่อนนักการเมืองว่า ที่ผ่านมาทุกร่างที่เสนอไม่เคยฟังเสียงญาติประชาชนผู้เสียชีวิต ทั้งยังเปิดช่องให้นิรโทษความผิดให้แก่ผู้สังหารทั้งระดับผู้ปฏิบัติการและผู้บัญชาการ

แนวคิดของทั้ง 3 ร่างต่างโมเดล ส่งผลให้แนวทางการต่อสู้ของแนวร่วม 3 ฝ่าย “เพื่อไทยนปช.กลุ่มญาติ” เกิดความเเตกเเยกส่งผลให้ความสัมพันธ์ร้าวแตกเป็น 3 ด้าน เพราะทั้ง 3 ร่างต่างมีปัจจัยและบริบทความขัดแย้งเฉพาะตัวแตกต่างออกไป และที่น่าสนใจคือ ความขัดแย้งนั้นกำลังบั่นทอนแนวร่วมเดียวกัน ได้เเก่

1.ร่างปรองดองของอดีตรองนายกฯ เฉลิม เรียกเสียงต้านระงมจากกลุ่มแดงอิสระ แดงสายวิชาการ และญาติผู้เสียชีวิต เพราะนิรโทษเหมาเข่ง สำแดงจุดยืนชัดเจนว่าเนื้อหาร่างที่ปล่อยทุกฝ่ายนั้นต้องการเกี้ยเซี้ยอำมาตย์ กองทัพ เพียงเพื่อเป้าหมายเดียว คือ พา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน โดยมองข้ามความรู้สึกญาติผู้เสียชีวิต อีกทั้งหากนิรโทษคนผิดเท่ากับเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิมทั้ง 14 ตุลาฯ 19 ตุลาฯ พฤษภาฯ 35 ที่คนสั่งฆ่าไม่เคยต้องรับโทษ

ขณะที่ท่าทีต่อร่างนี้ของ นปช.ถึงกับส่อออกอาการเป็นใบ้ เพราะยังมีเส้นใยและเกรงใจผู้ใหญ่ในพรรค รวมทั้งผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างพรรคและองค์กร จึงทำให้ส่งเสียงคัดค้านไม่ดังนัก ทำได้เพียงย้ำจุดยืนสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับวรชัย เท่านั้น

2.ร่างนิรโทษฉบับวรชัย กลายเป็นบททดสอบความจริงใจระหว่าง นปช. กับรัฐบาล เนื่องจากถูกเสนอร่างจ่อพิจารณาวาระแรก แต่อาจถูกแทรกคิวด้วยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 และร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จนแม่ทัพใหญ่ จตุพร พรหมพันธุ์ ต้องส่งเสียงคำราม หากลัดคิวเท่ากับเห็นเงินสำคัญกว่าประชาชน และเตือนรัฐว่า จากนี้หากประชาธิปไตยถูกปล้น อย่าหวังจะมีมวลชนออกมาปกป้องพรรคเพื่อไทย

3.ร่างนิรโทษฉบับญาติวีรชน นับเป็นปรากฏการณ์มวลชนที่น่าสนใจในการแตกขั้วเป็นอิสระจาก นปช.อย่างเต็มตัว เนื่องจากรับรู้สัญญาณว่า 3 ปีที่ผ่านมา นปช.พรรคเพื่อไทยไร้ความจริงใจในการเดินหน้าคดีความ 99 ศพ และช่วยเหลือนักโทษการเมือง เพียงแต่ใช้มวลชนเป็นข้ออ้างในการพยุงฐานอำนาจคานกับขั้วอำมาตย์เท่านั้น

“หากรัฐบาลมีความจริงใจจริง นักโทษการเมืองออกมาได้ตั้งแต่ปีแรกแล้ว แต่คุณปล่อยผ่านมาถึง 3 ปี ขออย่าเอานักโทษเป็นตัวประกันอีก เพื่อที่วันหนึ่งมีการเลือกตั้งจะไปหาเสียงอีกว่าหากเลือกพรรคท่าน จะสามารถนำนักโทษออกมาจากคุกได้ และเลิกเอาผู้เสียชีวิตไปโหนกระแสหาเสียงทางการเมืองเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะคุณไม่ได้มีความเป็นธรรมจริง”

“...ที่ผ่านมาทาง นปช.ไม่เคยช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง แถลงทุกสัปดาห์ในสิ่งที่เป็นนามธรรม เอาแต่พูดจับโกงเลือกตั้ง แต่ไม่เคยติดตามคดีความผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และไม่เคยทำสิ่งใดที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา” เสียงจาก พะเยาว์-ณัทพัช อัคฮาด มารดาและพี่ชาย กมนเกด พยาบาลอาสาเสียชีวิตในวัดปทุมฯ ส่งไปถึง นปช.และพรรคเพื่อไทย

นอกจากจะส่งสัญญาณไม่หลอมรวม นอกจากนี้เนื้อหาเกี่ยวกับการนิรโทษ “เจ้าหน้าที่ทหาร” ที่ยังคงกำกวมในร่าง พ.ร.บ.ฉบับวรชัย และ “ไม่เอาโทษ” ในร่างฉบับเฉลิมนั้น น่าสนใจว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับประชาชนของกลุ่มญาติวีรชนได้ระบุมาตรา 4 ของร่างอย่างชัดเจนในจุดยืนว่า

“...การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติการที่มิได้ฝ่าฝืนคำสั่งการบังคับบัญชา และ/หรือไม่ได้กระทำการเกินกว่าเหตุให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง

การกระทำของบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง ตลอดจนการสลายการชุมนุมไม่ว่าจะได้กระทำการในฐานะเป็นผู้สั่งการหรือผู้ปฏิบัติการ และไม่ว่าจะกระทำในขั้นตอนใดๆ รวมถึงการกระทำใดๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง หากการกระทำนั้นไม่สมควรแก่เหตุและ/หรือเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้บุคคลนั้นยังคงมีความผิดตามกฎหมาย!”

จึงกระจ่างใจเป็นอย่างยิ่งว่าการนิรโทษ “ทหาร” กำลังกลายเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ในความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อไทย นปช. และญาติผู้เสียชีวิตในเวลานี้ ส่วนสำคัญ คือ สถานการณ์สอดคล้องกับกรณี “คลิปลับ” ที่หลุดปล่อยแผนยุทธศาสตร์ออกมาชัดว่า ร่าง พ.ร.บ.ที่พา “ทักษิณ” กลับบ้าน ต้องขอไฟเขียวจากทหารผ่านความเห็นชอบของ “สภากลาโหม”

พ.ต.ท.ทักษิณ เเละรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จึงกำลังนับถอยหลังสู่ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะกุญแจสำคัญในการพาอดีตนายกฯ กลับบ้าน กลับกลายเป็นกุญแจดอกเดียวกันในการลงโทษ “ผู้เหนี่ยวไกสังหาร” ที่ญาติผู้เสียชีวิตรอคอยมาถึง 3 ปี

นอกจากนี้ ยังมีปมปัญหาประเด็นว่าจะพิจารณากฎหมายฉบับใดก่อนกัน ในวาระแรกของการเปิดสภาในเดือน ส.ค.นี้ ระหว่างร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาท และ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

ทั้งนี้ เนื่องจากแกนนำรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยต้องการดันร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ก่อน เนื่องจากต้องการเงินเหล่านี้ไปใช้สนองนโยบาย เผื่อเหลือเผื่อขาดหากต้องยุบสภา เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองเริ่มไม่น่าไว้วางใจ

ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงต้องการความจริงใจ จากรัฐบาลให้ดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก่อน เนื่องจากในช่วง 2 ปี เสื้อแดงบางส่วนยังติดคุกอยู่จึงต้องเร่งช่วยคนเหล่านี้ก่อน

ปมปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงกลายเป็นวังวน ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกับกลุ่มเสื้อแดง นปช. งานนี้แก้กันไม่ดีมีหวังพังกันไปข้างหนึ่ง