เก้าอี้ สมช.พ่นพิษ "ปู" ภูมิแพ้คุณธรรม

วันที่ 03 มิ.ย. 2556 เวลา 08:42 น.
เก้าอี้ สมช.พ่นพิษ "ปู" ภูมิแพ้คุณธรรม
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

“เพื่อนข้าราชการอีกมากที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ผู้ที่มีอำนาจ นายกฯ รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ไม่ตั้งบนพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม ทำร้ายข้าราชการที่ดี ผลกรรมตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน”

“ผมรับราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี ข้าราชการที่ถูกรังแกขอให้ภูมิใจเกียรติภูมิตัวเอง ยึดผลประโยชน์ประชาชนต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมกลับคืนมา และขอร้องข้าราชการที่นอกลู่นอกทางเลิกประจบสอพลอ เล่นพรรคเล่นพวกเสียที”

คำกล่าวชนิดเปิดฉากจัดเต็มของถวิล เปลี่ยนศรี ภายหลังทราบคำสั่งศาลปกครองกลางให้สำนักนายกรัฐมนตรีคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หลังจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงนามโยกย้ายให้ไปประจำห้องเย็นทำเนียบฯ ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. 2554 และให้พ้นตำแหน่งเลขาฯ สมช.เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2554

เป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน 24 วัน ที่เจ้าตัวทนทุกข์และใช้เวลาพิสูจน์การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมผ่านกระบวนการยุติธรรม

คำสั่งศาลปกครองกลางจึงเหมือนตราประทับรับรองถวิลไม่ได้บริหารงานบกพร่อง ตรงกันข้ามคมหอกกลับย้อนพุ่งใส่ผู้บังคับบัญชาสำนักนายกฯ นั่นคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบสั่งโอนย้ายข้าราชการระดับสูงอย่างไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม

จึงอย่าได้แปลกใจ ธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯ ต้องรีบเปิดตำรากฎหมายหารืออัยการสูงสุดเพื่อเตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด

อาการดิ้นสู้ครั้งนี้หวังผลท้าพิสูจน์ขอสู้ถึงฎีกา

ในเมื่อข้อกฎหมายศาลปกครองเปิดช่อง กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ถูกร้องสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน จากนั้นต้องมาลุ้นกันต่อว่าผลการตัดสินจะยืนตามศาลปกครองกลางหรือพลิกเป็นอย่างอื่น

ไม่เพียงแต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะสามารถนำมาอ้างได้ว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายที่มีอยู่ตามปกติ

อีกอย่างสร้างความชอบธรรมตามสไตล์การเมืองฝ่ายบริหารยกเหตุแจกแจงไม่ได้ยื้อคืนเก้าอี้เลขาฯ สมช. ทั้งๆ ที่สังคมวงกว้างมองกันออกหวังลากคดีให้ยาวออกไปนานที่สุด

ตามกระบวนการศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคำอุทธรณ์ต้องให้เวลาผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาไต่สวนหักล้างข้อกล่าวหาในระยะเวลาหนึ่ง ยิ่งถ้าเทียบเคียงจากกรณีถวิลต่อสู้คดีในศาลปกครองกลางกินเวลานาน 1 ปี 8 เดือน ดังนั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่ศาลปกครองสูงสุดอาจตัดสินคดีหลังถวิลเกษียณไปแล้ว โดยที่เหลืออายุราชการอีกแค่ 1 ปี

อีกประการ ยิ่งลักษณ์ไม่รีบด่วนสรุปคืนตำแหน่งให้ถวิล เพราะจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในส่วนของผู้บริหารระดับสูงล้มเป็นโดมิโน โดยเฉพาะกรณีของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบัน ซึ่งเคยอยู่ในชะตากรรมเดียวกับถวิลในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ถูกโยกย้ายให้มาประจำสำนักนายกฯ ก่อนเปลี่ยนเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อุตส่าห์เลือกมือไม้ที่ไว้วางใจได้อย่าง พล.ท.ภราดร ขึ้นมาเป็นเลขาฯ สมช.

ไม่ใช่แต่ยิ่งลักษณ์ต้องทำตามใบสั่งคุณขอมาจากแดนไกล ในส่วนการทำงานของ พล.ท.ภราดร ประจักษ์ชัดเข้าได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย

แม้แต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีสายความมั่นคงต้องใช้บริการหารือบ่อยครั้ง แถมยังมอบหมายให้ พล.ท.ภราดร เป็นหัวหน้าคณะเจรจาสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เคยหารือเป็นการภายในกับแกนนำบีอาร์เอ็นนำร่องไว้ก่อนแล้ว

หากยิ่งลักษณ์เลือกถวิลกลับคืนเก้าอี้เลขาฯ สมช. คำถามที่ตามมาถึงคนเคยใหญ่และรู้ใจอย่าง พล.ท.ภราดร ซึ่งเป็นผู้บริหารเทียบเคียงระดับ 11 จะไปอยู่ตำแหน่งใด

ถ้าจะให้โยกย้ายเข้าไลน์ปลัดกระทรวง ในเมื่อไม่มีตำแหน่งว่างอีกทั้งไม่เหมาะกับงาน เห็นทีจะต้องกลับมาตบยุงในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายประจำอันเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ถวิลเคยนั่งอยู่ ยิ่งจะเกิดสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างคนรู้ใจกับรัฐบาลทำกันอย่างนี้หรือ

แม้ถวิลจะตีกันไว้ก่อนไม่ขอรับตำแหน่งอื่นนอกจากตำแหน่งเลขาฯ สมช. โดยยืนยันไม่ได้เป็นคนของนักการเมืองพรรคใด พร้อมทำงานกับทุกรัฐบาล

แต่สภาพที่เห็นและเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทิ่มหมัดตรงด้วยการให้ปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเปิดเผยข้อมูลชายชุดดำอยู่เบื้องหลังการสร้างความวุ่นวายจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองปี 2553 เรียกได้ว่าทุกถ้อยคำเป็นคุณต่ออดีตรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่เป็นโทษต่อคนในรัฐบาลเพื่อไทย เป็นเช่นนี้หากได้คืนตำแหน่งเลขาฯ สมช. ไม่ต่างกับน้ำกับน้ำมันที่ยากจะเข้ากันได้

เหมือนเช่นสภาพการทำงานของถวิลช่วงที่นั่งเป็นที่ปรึกษานายกฯ จนถึงขั้นที่ถวิลเคยออกมายอมรับว่า แม้ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษา แต่นายกฯ ไม่เคยเรียกมาขอคำปรึกษาแต่อย่างใด

ภาวะกระอักกระอ่วนจะให้กลับคืนสู่ตำแหน่งเลขาฯ สมช.หรือไม่ จึงกลายเป็นเงื่อนปมผูกมัดยิ่งลักษณ์จนเกิดสภาพวุ่นเป็นลิงแก้แห

ตอกย้ำชัดโรคภูมิแพ้คุณธรรมกำลังกำเริบลามกระทบโครงสร้างบริหารงานบุคคลชาติต้องเสียศูนย์

บทความแนะนำ