ไทยหละหลวมเป้าก่อการร้าย

  • วันที่ 14 ก.พ. 2556 เวลา 08:15 น.

ไทยหละหลวมเป้าก่อการร้าย

โดย...ปริญญา ชูเลขา

การที่รัฐบาลออกมาประกาศว่ามีกลุ่มก่อการร้าย “อัลกออิดะห์” เตรียมถล่มกงสุลสหรัฐ จ.เชียงใหม่ นั้น ย่อมมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว

ยิ่ง จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อระดับโลก เมื่อเจอข่าวมีกลุ่มก่อการร้ายมาป้วนเปี้ยน นักท่องเที่ยวคงผวาไม่กล้าเดินทางมาและคิดว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ คงจะประกาศเตือนพลเมืองของตัวเองไม่ให้เดินทางมายังพื้นที่สุ่มเสี่ยงเช่นกัน

นอกจากนี้ การออกมากระพือข่าวโดยที่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน กลุ่มผู้ก่อการร้ายจะโกรธแค้นมากขึ้นและจ้องลงมือกับประเทศไทย

แม้รัฐบาลมีเจตนาให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายลงมือปฏิบัติการได้ แต่การออกมากระพือโดยที่ยังไม่มีข้อมูลเด่นชัดเท่าที่ควร ผลร้ายก็จะตกกับประเทศอยู่ดี

ปัจจัยสำคัญที่กลุ่มก่อการร้ายคิดใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการโจมตีสหรัฐ เนื่องจากมาตรการรักษาความปลอดภัยอันหละหลวม เพราะในเชิงนโยบายรัฐบาลสนับสนุนเปิดเสรีการท่องเที่ยว จึงทำให้นักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติจากทั่วทุกมุมโลก สามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวก ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายจะเน้นประเทศที่เข้าออกง่าย มาตรการดูแลความปลอดภัยหละหลวม ง่ายดายต่อการหลบหนีหรือยากต่อการแกะรอยย้อนหลัง

ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวกรองของสหรัฐ ระบุว่า มีกลุ่มอัลกออิดะห์และกลุ่มซาลาฟิสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมติดอาวุธหนักที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในแอลจีเรียภายใต้รหัส “Billiard Ball” มีแผนถล่มสถานกงสุลสหรัฐประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางสหรัฐได้รายงานลับมายังรัฐบาล เพื่อให้ตามกลิ่นตั้งแต่สัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้ ได้แนบบัญชีลับรายชื่อของกลุ่มก่อการร้ายมากกว่า 20 คน ที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มนักรบซาลาฟิสต์ เช่น MR.UMAR AL KHATIB หัวหน้ากองพลน้อยซาลาฟิสต์ หัวหน้าในปฏิบัติการครั้งนี้ MR.BURHANIDIN JABIR เชื้อชาติอิริทเทียน MR.TAIB KAMAL เชื้อชาติแอลจีเรีย MR.ABD ALhadi al tahir เชื้อชาติเอธิโอเปีย MR.AHA ABOULRAZAK HAMZA เชื้อชาติซีเรีย MR.ABDALLAH AL KAMIL เชื้อชาติซีเรีย MR.ABD AL BARIBELHAJ เชื้อชาติแอลจีเรีย MR.MARWAN AL KHATIB MR.UMAR SHIHAB เชื้อชาติเยเมน MR.KHALIL AL QWADIR เชื้อชาติจอร์แดน MR.ABDALLAH เชื้อชาติปาเลสไตน์ MR.ABD AL AZIZ AL JALAI เชื้อชาติซูดาน MR.HARITHUSIF MR.NAJMUDIN เชื้อชาติอัฟกานิสถาน และ MR.ABD AL HAKIM เชื้อชาติโซมาเลีย

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามตรวจสอบระหว่างฝ่ายข่าวกรองพบว่ามีเพียง 78 รายชื่อเท่านั้นที่พบว่าพ้องกับฐานข้อมูลข่าวกรองที่ปรากฏว่าอยู่ในบัญชีดำที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และมีร่องรอยเข้าออกในประเทศไทย แต่ ณ ตอนนี้เผ่นออกนอกประเทศไปแล้ว

ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่ากลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ไม่มีฐานสนับสนุนในประเทศไทยแล้ว เนื่องจากฐานสนับสนุนย่อยโดยกลุ่มก่อการร้าย “เจมาห์ อิสลามิยาห์” (เจไอ) หรือ “อัลกออิดะห์แห่งเอเชีย” ที่ก่อตั้งเครือข่ายในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2540 ถูกทำลายไปแล้วตั้งแต่มีการจับกุม ริดวน อิซามุดดิน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ฮัมบาลี” แกนนำกลุ่มก่อการร้ายเจไอ เมื่อปี 2546 ดังนั้นเครือข่ายและอิทธิพลของ “อัลกออิดะห์” ได้หายไปจากสารบบหลายปีแล้ว

แม้แต่การจับกุม “อาทริส ฮุสเซน” ผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นเครือข่าย “เฮซบอลเลาะห์” ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และขยายผลไปพบโกดังเก็บสารประกอบระเบิดจำนวนมากที่ จ.สมุทรสาคร จนกระทั่งเกิดเหตุระเบิด 3 จุด ภายในซอยสุขุมวิท 71 โดยขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่านได้อีกหลายราย ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับข่าวถล่มสถานกงสุลสหรัฐใน จ.เชียงใหม่ เพราะกลุ่มเฮซบอลเลาะห์เปิดปฏิบัติการเพื่อตอบโต้อิสราเอลเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่จะเข้ามาก่อการร้ายเผ่นหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ดังนั้นนับจากนี้ไปสิ่งที่ทางฝ่ายความมั่นคงไทยต้องทำคือ แกะรอยควานหาหลักฐานว่าระหว่างที่บุคคลเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในเมืองไทยช่วงเวลาดังกล่าวเข้ามาทำอะไร หรือหากเข้ามาก่อการร้ายจริงซุกระเบิดไว้ตรงไหน ติดต่อกับใคร หรือมีเครือข่ายใดเป็นฐานสนับสนุนในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติงานข่าวกรอง การจะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะควรเกิดขึ้นเมื่อมีหลักฐานแน่ชัด หรือไม่ก็เป็นการปฏิบัติงานในทางลับไปเลย แต่การประโคมข่าวใหญ่โตโดยไม่สามารถตะครุบตัวบุคคลในบัญชีดำได้แม้แต่คนเดียว ในทางกลับกันกลับปล่อยให้หลุดมือไป ยิ่งถูกมองได้ว่าเป็นการทำงานด้านความมั่นคงเชิงตั้งรับมากกว่าทำงานเชิงรุก ที่ไม่อาจตามประกบผู้ต้องสงสัยได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาในประเทศไทย เพราะจุดอ่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยภายในหละหลวม

ดังนั้น จากนี้ไปรัฐบาลต้องเร่งให้ความสำคัญกับการจัดระบบรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เพราะสิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อการแก้ข้อกล่าวหาภาพลักษณ์ว่าไทยเป็น “ศูนย์กลางก่อการร้าย” ได้ในที่สุด

ข่าวอื่นๆ