เจ๊หน่อยสยบนายใหญ่ภายในเพื่อไทยคุกรุ่น

วันที่ 11 ม.ค. 2556 เวลา 08:49 น.
เจ๊หน่อยสยบนายใหญ่ภายในเพื่อไทยคุกรุ่น
ท่าทีสนับสนุน “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

สวมเสื้อเพื่อไทยลงสนามชิงเก้าอี้ “พ่อเมือง กทม.” ของ “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แกนนำกลุ่ม กทม.พรรคเพื่อไทย เป็นที่แน่ชัดว่า “เจ๊หน่อย” ยอมศิโรราบต่อมติพรรคในการส่งตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.

แม้ออกปากพร้อมดัน สส.กทม.ให้ช่วยหาเสียงเต็มที่ แถมโปรยยาหอมว่า พงศพัศ สามารถสู้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แชมป์เก่าได้สบาย แต่ก่อนคำพูดนี้จะออกมา ต้องยอมรับว่าฤดูกาลคัดเลือกผู้สมัครหลายเดือนก่อนเกิดแรงกระเพื่อมไม่น้อยในเพื่อไทยระหว่าง “ขั้วหนุนเจ๊หน่อย” กับ “สายตรงทักษิณ”

ย้อนหลังไปก่อนหน้านี้กระแสความไม่พอใจในพรรคต่อ “เสียงชี้ขาด” ในการจิ้มตัวผู้ลงสมัครผู้ว่าฯ เพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนปะทุขึ้นในการประชุม สส. สก. สข. รวมทั้งอดีตและว่าที่ผู้สมัครรวมแล้วกว่า 400 คน ในวันที่ 14 ธ.ค. เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมเรียกร้องให้เจ๊หน่อยลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ เพราะเชื่อว่าจะสามารถชิงชัยเหนือคู่แข่งได้ และจะเป็นผลดีต่อ สก. สข. เพื่อไทยเอง เพราะที่ผ่านมา สก. สข. ประชาธิปัตย์ ผนึกกำลังกับผู้ว่าฯ พรรคเดียวกันคุมเสียงเบ็ดเสร็จมายาวนาน

ไม่เพียงเรียกร้องให้ส่งตัวเจ๊หน่อยลงสนาม สก. สข. เพื่อไทย ต่างแสดงความเห็นอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน หลายรายลุกขึ้นวอล์กเอาต์ออกจากที่เลขาธิการพรรค หาว่าพรรคมีความเผด็จการ ไม่เคยฟังเสียงของสมาชิกพรรคอย่างแท้จริง ปล่อยให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับใครคนหนึ่ง แต่กลับไม่คำนึงถึงเสียงส่วนรวม

สาเหตุใหญ่ที่ขั้ว กทม.เชื่อว่า เจ๊หน่อยจะชนะการเลือกตั้ง เพราะถือเป็นบุคคลที่คลุกคลีในสนาม กทม.มาตั้งแต่ยุคพรรคพลังธรรม แถมยังคุมทิศทางเลือกตัวสมัคร สส.กทม.ตั้งแต่ไทยรักไทยจนถึงยุคเพื่อไทย แต่แม้จะเจอลูกตื๊อขนาดไหนกลับไม่เป็นผล จนในที่สุดเจ้าตัวตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กสยบแรงกระเพื่อมขั้วตัวเองในพรรค ยืนยันชัดเจนจะไม่เป็นตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ

แต่ใช่ว่าเหตุผลของ “ขั้วหนุนเจ๊หน่อย” จะดูดีมีน้ำหนักฝ่ายเดียว เพราะเมื่อพลิกดูผลงาน สุดารัตน์ ในช่วงหลังพบบาดแผลใหญ่ไม่น้อย โดยเฉพาะศึกเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา จากที่พรรคเพื่อไทยคาดหวังเก้าอี้ผู้แทนกว่า 20 ตำแหน่ง แต่ปรากฏผลเลือกตั้งเพื่อไทยสอย สส.แบ่งเขตไปได้เพียง 10 เก้าอี้เท่านั้น ส่งผลให้โควตารัฐมนตรีมีเพียง “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ”รมว.ไอซีที หลุดเข้าป้ายไปเพียงรายเดียว

นอกจากบทพิสูจน์ปี 2554 จะไม่เข้าเป้าแล้ว เมื่อพลิกหน้าไปดูการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในอดีต ไทยรักไทยเคยตัดสินใจส่ง สุดารัตน์ ชิงตำแหน่งมาแล้วในปี 2543 แม้จะพุ่งทะยานได้ถึงอันดับ 2 แต่กลับแพ้หลุดลุ่ยให้ “สมัคร สุนทรเวช” กว่า 5 แสนคะแนน แต้มทิ้งห่างกว่าเท่าตัว หลังจากนั้นเมื่อไทยรักไทยเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัว ตลอด 10 ปี 4 สมัย ในสนามผู้ว่าฯ กทม.ขั้วไทยรักไทยไม่เคยคว้าชัยเหนือประชาธิปัตย์ได้แม้แต่ครั้งเดียว

อีกทั้งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหลังไทยรักไทยและพลังประชาชนถูกยุบพรรค เจ๊หน่อยยังเจอข้อหาทอดทิ้งพรรค หวังตั้งพรรคการเมืองใหม่ล้างคราบไทยรักไทยที่ไม่สามารถครองใจคนกรุงได้ ถึงขั้นมีการส่งคนใกล้ชิดอย่าง พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ไปจดทะเบียนตั้งพรรคในชื่อรัฐไทย ก่อนที่ข่าวคราวจะเงียบหายไป

เมื่อหันมาดูในพรรคเดียวกัน ยังสารพัดไปด้วย “หอกข้างแคร่” เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเจ้าพ่อฝั่งธนฯ ประกาศตัวยืนคนละฟากกับเจ๊หน่อยชัดเจน เพราะต้องการสลายมุ้งกลุ่มอำนาจของ สุดารัตน์ ที่คุมเสียง กทม.ในพรรคมายาวนาน ทั้งนี้ สารวัตรเหลิม ยังถือเป็นอีกหนึ่งสายตรงนายใหญ่ มีบทบาทและอิทธิพลในรัฐบาลไม่น้อยหน้าใคร จึงเป็นขวากหนามที่มองข้ามไม่ได้ เพราะถึงกับเคยออกตัวกั๊กเก้าอี้แคนดิเดตให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร.ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว

แม้ “บิ๊กอ๊อฟ” ไม่ถนัดเล่นการเมือง แต่หากเหลือ 2 ตัวเลือก สุดารัตน์พงศพัศ แน่นอนว่า รองฯ เฉลิม ย่อมต้องเชียร์สายตำรวจด้วยกัน ในขณะที่ พงศพัศ เอง แม้ต้องนำชีวิตข้าราชการมาแขวนบนเส้นด้ายการเมือง ทั้งที่ยังเหลืออายุราชการถึง 3 ปี และมีแนวโน้มว่าสามารถไต่ระดับไปถึงตำแหน่งของ ผบ.ตร.ได้ แต่ในเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงกับทาบทามเอง เจ้าตัวก็ยากจะปฏิเสธ

เสี้ยนหนามใหญ่ในพรรคใช่ว่าจะมีเพียง รองฯ เฉลิม เท่านั้น แต่ สุดารัตน์ ยังเจอตอเบ้อเริ่ม ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต่างทราบดีว่าบุคลิกหญิงแกร่ง มาดดี บริหารงานเป็นเลิศของเจ๊หน่อยนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการแย่งซีนผู้นำหญิงจากนายกฯ ปู เคสนี้ยิ่งสะท้อนว่า ยิ่งลักษณ์ เริ่มสยายอำนาจภายในพรรคเบ็ดเสร็จมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะรักษาคนใกล้ตัวไม่ให้หลุดผังคณะรัฐมนตรีได้แล้ว ยังสามารถสกัดคุณหญิงไม่ให้เข้าชิงผู้ว่าฯ ได้อีกด้วย

ดีกรีนายกฯ หญิงพ่วงน้องสาวนายใหญ่สำทับด้วยอีกหลายบาดแผลบีบให้ สุดารัตน์ ต้องเบนเข็มออกจากเส้นทางสู่ผู้ว่าฯ หญิง จึงเหลือเพียงเส้นทางธรรมที่เจ้าแม่ กทม.วาดทางลงล่วงหน้าไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ของตัวเองในขณะนี้เท่านั้น

อย่างไรก็ดี แม้ขณะนี้หวยจะออกที่ พงศพัศ เป็นที่เเน่นอนเเล้ว รอเพียงผ่านพิธีกรรมในวันที่ 15 ม.ค.เพื่อเคาะชื่ออย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ใช่ว่า พงศพัศ จะสามารถชะล่าใจได้ เพราะต้องยอมรับว่าจนถึงบัดนี้ยังคงมีเชื้อความไม่พอใจที่สั่งสมอยู่ในกลุ่ม สส. สก. สข.กทม.ที่ถือเป็นกำลังหลักในการหาเสียงสนามนี้ ความท้าทายจึงตกอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่าจะสามารถสลายอารมณ์ขุ่นมัวเหล่านี้ได้หรือไม่ เเละจะบริหารจัดการมิตรให้เห็นศัตรูคนเดียวกันได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นแนวร่วมที่ยังเห็นต่างจากพรรคเดียวกันอาจเข้าทางเเนวรบจน พงศพัศ ต้องตกม้าตายในที่สุด