"สุขุมพันธุ์-พงศพัศ" ชิงดำเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

  • วันที่ 09 ม.ค. 2556 เวลา 08:46 น.

"สุขุมพันธุ์-พงศพัศ" ชิงดำเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

วันสุดท้ายในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ชิงจังหวะลาออกก่อนครบวาระวันที่ 10 ม.ค. เพียงหนึ่งวัน

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

พร้อมประกาศไม่รักษาการในตำแหน่ง เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม เดินหน้าหาเสียงได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องมาพะวงกับเรื่องร้องเรียนที่จะตามมาไม่รู้จบ

ในขณะที่ “เพื่อไทย” ที่ฟุ้งว่าส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะนั้น ชัดเจนว่า เตรียมเปิดตัว “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในอีกไม่กี่วันนี้

เช็กกระแส “ศึกชิงดำ” ในโค้งแรกตอนนี้ “คุณชายหมู” มาแรงแซง “จูดี้อีเวนต์”

นิด้าโพล ล่าสุด สำรวจความเห็นคนกรุง 50 เขต 3,356 คน ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2555-4 ม.ค. 2556 24.08% ระบุว่าจะเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทิ้งห่าง 17.52% ที่ระบุว่าจะเลือก พล.ต.อ.พงศพัศ และ 40.46% ระบุว่ายังไม่แน่ใจ

หรือไล่ย้อนไปดูก่อนหน้านี้เล็กน้อย นิด้าโพล ซึ่งสำรวจความเห็นคนกรุง 50 เขต ในช่วงวันที่ 20-21 ธ.ค. 2555 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็ยังนำ พล.ต.อ.พงศพัศ 31.42% ต่อ 25.36% ในขณะที่กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจอีก 28.55%

จะมีก็เพียงแต่ผลสำรวจความเห็นของ “เอแบคโพลล์” ที่ พล.ต.อ.พงศพัศ เบียดเฉือนชนะ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ 32.1% ต่อ 31.7%

แต่เป็นการสำรวจความคิดเห็นโดยการสุ่มตัวอย่างจาก 16 จังหวัด ทั้งประเทศ ได้แก่ จ.จันทบุรี ลพบุรี ปทุมธานี ชลบุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ มุกดาหาร หนองคาย ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี ขอนแก่น พัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช 2,195 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 10-15 ธ.ค. 2555

นั่นทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ออกตัวว่าไม่ได้ให้น้ำหนักกับผลโพลที่สำรวจความเห็นทั้งประเทศ มากกว่าเฉพาะคน กทม.ที่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ

พร้อมกันนี้ยังได้นำเสนอผลโพลของตัวเอง ต่อคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าคะแนนยังนำคู่แข่งต่อเนื่อง ผลสำรวจวันที่ 12-17 ธ.ค. 2555 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังนำ พล.ต.อ.พงศพัศ 35% ต่อ 30%

แต่เอาเข้าจริงใช่ผลโพลที่ออกมาจะการันตีชัยชนะสมัยที่ 2 ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์

เพราะประการแรกผลสำรวจที่ออกมาในช่วงแรก “คุณชายหมู” ย่อมได้เปรียบในฐานะ “แชมป์เก่า” ซึ่งย่อมต้องเป็นที่รู้จักได้เห็นผลงานผ่านหน้าสื่อเป็นระยะ ในขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งเพื่อไทยต้นสังกัดยังไม่ประกาศความชัดเจนเสียที ยังไม่รวมกับกระแสภายในเพื่อไทยที่ยังไม่หยุดดัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขึ้นมาเป็นทางเลือกแบบไม่หยุดหย่อน

ผลสำรวจที่ออกมาสะท้อนได้เพียงแค่ฐานเสียง ซึ่งสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ต่อเนื่องและอยู่คงที่ในระดับนี้ ผ่านเครือข่าย สก. สข. ที่เหนียวแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคเพื่อไทยต้องยอมรับสภาพจุดอ่อนของตัวเอง

ประการที่สอง กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครคนใด ซึ่งถือเป็น “ตัวแปรสำคัญ” เพราะคิดเป็น 30-40% หากเทน้ำหนักไปสนับสนุนฝั่งไหน ย่อมทำให้เอาชนะศึกชิงดำครั้งนี้ได้ไม่ยาก การช่วงชิงฐานเสียงตรงนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น นับจากนี้เป็นต้นไปศึกช่วงชิงคะแนนเสียงระหว่างสองพรรคใหญ่คงจะต้องดุเดือด จากการเปิดฉากไล่ถล่มกันและกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ประเดิมวันลาออกของ “คุณชายหมู” วันนี้ เจ้าตัวก็ต้องหอบคณะผู้บริหาร กทม. อีก 9 คน ไปรับทราบข้อกล่าวหาต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในข้อหาร่วมกันประกอบกิจการรถราง โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทานจาก รมว.มหาดไทย ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 จากกรณีที่ต่อสัญญาขยายระยะเวลาสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสออกไปอีก 13 ปี จากระยะเวลาสัมปทานที่เหลืออยู่ 17 ปี รวม 30 ปี

ประเมินแล้วคงจะเป็น “แผลใหญ่” ให้ฝ่ายตรงข้ามรุมถล่มต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง ของ กทม.และงบลอกท่อระบายน้ำของ กทม. ที่เพื่อไทยคอยถล่มอยู่เป็นระยะและคงจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง

รวมทั้งโครงการก่อสร้างสนามกีฬาบางกอกฟุตซอลอารีนาที่แม้จะเร่งก่อสร้างจนแล้วเสร็จ แต่สุดท้ายฟีฟ่าก็ไม่ประกาศรับรองให้ใช้เป็นสนามแข่ง อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องการก่อสร้างที่เพื่อไทยชงเรื่องให้ดีเอสไอสืบสวนสอบสวน ว่า อาจเข้าข่ายทำผิด พ.ร.บ.ฮั้ว หรือไม่

เวลานี้ “ประชาธิปัตย์” จึงชิงจังหวะความได้เปรียบออกตัวเดินหน้าไปก่อนด้วยเริ่มต้นเปิดเกมหาเสียง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนผ่านเครือข่าย สก. สข. สส. พร้อมซอยย่อย 9 โซน วางคนประสานงานเข้าไปดูแลรับผิดชอบ

ในขณะที่ “เพื่อไทย” เวลานี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะประกาศตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ จึงยิ่งอาจจะทำให้เสียเปรียบกับผู้สมัครหน้าใหม่ที่จะต้องเร่งลุยหาเสียง

แต่ “จูดี้อีเวนต์” ที่อาศัยจังหวะที่ไม่ทันประกาศลงชิงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ก็อาศัยบทบาทในฐานะ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ป.ป.ส. ออกมาเรียกกระแสล่วงหน้าเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะการปรากฏตัวขึ้นป้ายโครงการบ้านอุ่นใจคู่กับนายกรัฐมนตรี

ซึ่งเวลานี้กำลังถูกดักคอจ้องเอาผิดว่าอาจเข้าข่ายขัดกฎหมายเลือกตั้ง ทำให้ต้องระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น

อีกปมปัญหาที่คาดว่าจะถูกขุดคุ้ยมาถล่มในช่วงต่อจากนี้ คือเรื่องอื้อฉาวตั้งแต่สมัยเรียนเมืองนอกที่เคยเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อยู่พักหนึ่ง ที่อาจจะตามมาหลอกหลอนอีกครั้ง

จากนี้ศึกชิงดำระหว่างทั้งสองคนคงดุเดือดต่อเนื่อง เพื่อที่จะวัดกันสุดท้ายในวันเลือกตั้ง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ