2556 บททดสอบนายกฯ เพื่อพี่

วันที่ 28 ธ.ค. 2555 เวลา 09:44 น.
2556 บททดสอบนายกฯ เพื่อพี่
โดนโขกสับทุกวิถีทาง แต่วันนี้นายกฯ ปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังยืนหยัดเป็นนายกรัฐมนตรี ได้โดยไม่บอบช้ำอย่างที่หลายฝ่ายสบประมาทไว้ตั้งแต่แรก

โดย...สุภชาติ เล็บนาค 

แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองเลย และมีเวลาสู้ศึกระหว่างหาเสียงเพียงแค่ 49 วันก่อนเลือกตั้ง แต่ในที่สุด 1 ปีครึ่งของรัฐบาลชุดนี้ นายกฯ ปู และ ครม.ก็ไม่ได้สะดุดอะไรมากจนเป็นปัญหามัดตัว เหมือนกับที่นอมินี 2 คน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เจอเมื่อ 4 ปีก่อน

1 ปีที่ผ่านมา นายกฯ ปู ถูกโจมตีหลายเรื่อง เช่น กรณี ว.5 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ที่นัดพบปะพูดคุยกับนักธุรกิจแบบอินไซเดอร์ หรือการอ่านโพย อ่านสคริปต์ พูดผิดพูดถูก รวมถึงไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ ถามเรื่องการรับมือกับอุทกภัย รวมถึงการแก้ปัญหาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่กลายเป็นแผลใหญ่ รั่วไหลและผลาญงบประมาณประเทศ

ถามว่าทำไมนายกฯ ปู ถึงยังยิ้มสวย แต่งตัวงามสง่า เดินเฉิดฉายอยู่ได้ในวันนี้ ก็จะพบว่านายกฯ ปู ไม่ได้อยู่ได้ด้วยตัวเองคนเดียว หากแต่อยู่ที่ทีมงานที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระดมกันมาเป็นมันสมองให้ เริ่มตั้งแต่ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ซึ่งถูกส่งมาเป็นเลขาธิการนายกฯ คอยกลั่นกรองข้อมูล รวมถึงจัดการวาระงานให้นายกฯ ปู จนเป็นคนที่นายกฯ ขาดไม่ได้คนหนึ่ง

ส่วนภาพใหญ่ก็ได้บ้านเลขที่ 111 อาทิ ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการ หรือ วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ คอยทำหน้าที่ดูแลการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ประชานิยม ให้เป็นไปตามที่วางแผนไว้แต่แรก ส่วนในพื้นที่รัฐสภานั้น นายกฯ ปู มีมือขวาที่เชี่ยวกราก เขี้ยวลากดินอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ คอยต่อปากต่อคำกับฝ่ายตรงข้ามให้ และ สส.เสื้อแดงเป็นผนังกำแพงตอบโต้แทนรัฐบาล

ขณะที่ด้านนอกสภานั้น หนีไม่พ้นแนวร่วมคนเสื้อแดงที่คอยปกป้องนายกฯ ปู อย่างเข้มแข็ง แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้างบางครั้ง เมื่อ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนสำคัญ ไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี จนน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ทั้งจตุพร และธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานคนเสื้อแดงก็ถือคติว่าจะต้องยึดภาพการปกป้องรัฐบาลไว้ให้ได้

แต่สุดท้ายที่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือ บารมีของทักษิณ เจ้าของนโยบายประชานิยมให้น้องสาวใช้หาเสียง และวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนช่วยรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้กรอบ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ”

เหล่านี้จึงทำให้นายกฯ ปู อยู่ในโอบอ้อมของเหล่ากุนซือน้อยใหญ่และพี่ชายที่เป็นแรงดึงดูดสร้างคะแนนนิยมให้กับคนชั้นล่าง รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านเผด็จการ อย่างที่ฝ่ายนักวิชาการอ้าง เพื่อจำใจสนับสนุนทักษิณ

ว่ากันว่า ภาพความเป็นผู้หญิงของยิ่งลักษณ์ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าเปิดเกมชนตรงๆ เพราะจะทำให้กลายเป็นภาพรังแกผู้หญิง จึงเลือกที่จะหันไปโจมตีเรื่องการทุจริต แต่ “WomanTouch” หรือเสน่ห์ผู้หญิงที่เรียบร้อยไม่ก้าวร้าว ทำให้สามารถสร้างคอนเนกชันให้กับผู้เล็กผู้ใหญ่ได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในกองทัพหรือชนชั้นนำที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพรรคเพื่อไทยมาก่อน จนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ขึงตึงเหมือนแต่ก่อน

ขณะเดียวกัน ภาพความใหม่และไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน ก็ทำให้คนไทยเลือกที่จะให้โอกาส ลืมความผิดพลาดในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การอ่านผิดอ่านถูก หรือการตอบคำถามที่ตะกุกตะกัก ไม่เชี่ยวชาญแบบที่อดีตนายกฯ คนก่อนๆ เคยสร้างมาตรฐานไว้ก่อนหน้านี้

แต่ในปี 2556 เชื่อขนมกินได้เลยว่า ยิ่งลักษณ์จะต้องเดินบนถนนที่ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อมากขึ้นแน่นอน เพราะนโยบายประชานิยมหลายตัวเริ่มพ่นพิษ เช่น โครงการรับจำนำข้าว ที่จะเริ่มออกดอกออกผลในปีนี้ ตั้งแต่ต้นทางที่โรงสีไปจนถึงปลายทางอย่างสต๊อกข้าวของรัฐบาลที่จะล้นมากขึ้น รวมถึงงบประมาณที่รั่วไหลจะมีปัญหารุนแรงมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่ได้รับการควบคุมที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ตามมาด้วยโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท ที่จะเริ่มเบิกจ่ายเงินกันตั้งแต่ต้นปี 2556 เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องจากนักวิชาการและวิศวกรเป็นจำนวนมาก ว่า แผนงานและเป้าหมายของรัฐบาลแต่ละเรื่องไม่มีเป้าหมาย ขณะเดียวกันก็ไม่แน่ใจว่าผลงานของแต่ละบริษัทจะสามารถแก้ปัญหาด้านทรัพยากรน้ำของประเทศได้จริงหรือไม่ ที่สำคัญที่สุดก็คือจะป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในแต่ละโครงการได้อย่างไร

หรือเรื่องที่สร้างความตะขิดตะขวงใจให้กับชนชั้นกลางในเมืองอย่างโครงการรถคันแรก ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่จะออกสู่ท้องถนนตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปีหน้า ก็จะทำให้การจราจรในเมืองใหญ่ต้องพบกับวิกฤตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาจฟาดไปถึงรัฐบาลได้พอเจ็บๆ คันๆ

ไม่นับรวมปัญหาที่ส่อจะเป็นวิกฤตการเมือง อย่างการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการจัดเวทีประชาเสวนา 108 เวทีทั่วประเทศ เพื่อความปรองดองของประเทศ ซึ่งหาก 24.5 ล้านเสียง เป็นเรื่องหมูๆ จริง คำถามที่ถามต่อมาก็คือว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนั้นมีหลักใหญ่ใจความเพื่ออะไร

ถ้าคำตอบที่ออกมาหนีไม่พ้นการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ให้พ้นผิด ก็จะเป็นตัวการสำคัญที่นายกฯ ปู ต้องเผชิญหน้ากับกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง

แต่หากสลัดภาพออกได้ด้วยการ

กระชับอำนาจคนของตัวเองเข้ามามากขึ้น และขจัดปัญหาภาพลักษณ์การทุจริตเชิงนโยบายในแต่ละโครงการออกได้ คะแนนนิยมก็จะพุ่งสูงขึ้นจนฉุดไม่อยู่ แต่หากตีกรรเชียงไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือยึดแต่เพียงว่าจะช่วยพี่ชายอย่างเดียว โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะฉุดคะแนนนิยมให้ทรุดต่ำต่อไป เพราะภาพลักษณ์ความเป็นผู้หญิงและความประสีประสาทางการเมืองไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาอ้างได้ตลอด

เหล่านี้คือเส้นทางที่นายกฯ ปู เลือกได้ ว่าจะให้รัฐนาวาของตัวเองล่องไปทางไหน จะกระชับอำนาจโดยตัดขาด มีอิสระจาก “พี่คนแรก” ไม่ใช้อำนาจช่วยเหลือคนคนเดียว หรือจะทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ผลของการกระทำจะชี้วัดทิศทางการเมืองปีหน้าและคะแนนนิยมในตัวนายกฯ ปูในที่สุด

บทความแนะนำ