ตัวจริงหลบสยบล่อเป้า!

  • วันที่ 09 ต.ค. 2555 เวลา 08:02 น.

ตัวจริงหลบสยบล่อเป้า!

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

ปล่อยออกมาหลายชื่อ ตัวเต็ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแทน ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ลาออกจากพิษอัลไพน์ จนทนแรงบีบในพรรคไม่ไหวต้องถอดหัวโขน “ผู้นำพรรค” ทิ้ง

ตามขั้นตอนพรรคเพื่อไทยกำหนดคัดเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่เป็นวันที่ 30 ต.ค. โดยที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค

ล่าสุด คณะกรรมการบริหารพรรคลงมติเลือก พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นั่งรักษาการหัวหน้าพรรคไปพลางก่อน เพราะอาวุโสสูงสุดในคณะกรรมการบริหารพรรครอปลายเดือนนี้ที่จะมีหัวหน้าพรรคคนใหม่

พรรคเพื่อไทยมีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น เนื่องจากเป็นอภิมหาพรรคอันดับหนึ่ง อัดแน่นด้วยหลายมุ้งจนซ้อนทับ เหยียบตาปลากันเป็นว่าเล่น

เช่น กลุ่มไทยรักไทยดั้งเดิม หรือกลุ่ม 111 กลุ่มพลังประชาชน ที่ถูกยุบพรรค มุ้งหัวหน้าก๊วน บิ๊กเนมในจังหวัด ช่วงหลังมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่เสียงดัง และกุมมวลชนพรรคเติบโตขึ้นมา

ทั้งหมดขึ้นตรงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และตระกูลชินวัตร ที่บรรดาน้องๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ควบคุม วางคน สั่งการพรรค เช่น เยาวภา-สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พายัพ ชินวัตร มุ้ง “โอ๊ค+บ้านจันทร์ส่องหล้า” กระทั่งยังมีมุ้งสายตรงนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร งอกขึ้นมาอีก

พรรคเพื่อไทยอาจยังไม่เป็นสถาบันทางการเมือง แกนนำพรรค บางส่วนเคยเสนอว่า ถ้าจะให้พรรคอยู่อย่างมั่นคงต้องก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ได้ก่อน

แต่จุดเด่นของพรรคเพื่อไทยคือ การจัดสรรผลประโยชน์ที่กระจายให้กับแกนนำมุ้งต่างๆ ค่อนข้างลงตัว เพราะยึดระบบโควตาและปรับ ครม.ตามเงื่อนเวลาที่กำหนดเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเก้าอี้รัฐมนตรีกันทุกกลุ่ม เรียกได้ว่า สส. แกนนำทุกคน อยู่อย่างมีหวัง ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ต่อคิวตามระบบอาวุโส

ขณะที่การคัดเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังคงอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงผู้เดียวว่าจะเลือกใครเหมือนการปรับ ครม.

ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคกว่า เปิดให้สมาชิกพรรคเสนอชื่อหัวหน้าพรรคมาแข่งกันและลงคะแนนเลือกตั้งโดยยึดเสียงข้างมาก

รายชื่อที่เสนอออกมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจนถึงวันนี้มีทั้ง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ตท.10 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พี่ชายคุณหญิงพจมาน กระทั่งยังมีชื่อ “เจ๊แดง” เยาวภา น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ กับเขาด้วย

ครบเครื่องบู๊บุ๋นและอธิบายความเป็นสายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ

ระดับแกนนำพรรคมีสองแนวคิดคนเป็นหัวหน้าพรรคควรมีคุณสมบัติเหมือน ยงยุทธ คือ เรียบง่ายไม่ต้องเด่นดัง มีบารมีระดับหนึ่ง

อีกปีกเห็นว่า ต้องเอาคนเก๋าๆ ที่มีเวลาทำงานให้พรรคมาเสริมแนวรุก เช่น ภูมิธรรม

พวกที่ให้รู้แล้วรู้รอด เสนอเอาสายเลือด “ชินวัตร+ดามาพงศ์” มาเป็นแทน เพราะไหนๆ ก็เป็นพรรคทักษิณแล้ว

แต่ที่สุดแล้ว ผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะมีสถานะเป็นผู้นำพรรคอันดับหนึ่งของประเทศ และเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศด้วยเสียงปาร์ตี้ลิสต์ 15.7 ล้านเสียง อาจไม่ใช่ตัวจริง

มีเสียงพูดที่หลอนกันในพรรคเพื่อไทยว่าหัวหน้าพรรคเป็นตำแหน่งที่รองรับการโดนเชือด!!

เมื่อเข้าสมการนี้จึงต้องหาผู้ที่มีคุณสมบัติพร้อมรับความเสี่ยง เหมือนที่พรรคเลี่ยงไม่ตั้งยิ่งลักษณ์เป็นหัวหน้าพรรค ทั้งที่เป็นนายกฯ แต่ลากให้ยงยุทธเป็นหัวหน้าพรรคต่อ เพื่อรองรับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย

สุดท้ายก็เป็นจริง...

เหมือนอดีตที่พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนเคยถูกยุบพรรค ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 111+37 รวม 148 คน ถูกตัดสิทธิการเมืองยกเข่ง 5 ปี

จากคำสั่งของคณะปฏิวัติและกฎเข้มในรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ระบุว่า พรรคใดถูกยุบให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคนั้นด้วยเป็นเวลา 5 ปี

เมื่อมาสู่ยุคพรรคเพื่อไทย จึงหาวิธีหลีกเลี่ยงบทลงโทษเหล่านี้ เพราะเชื่อว่าการเมืองยังสู้กันแรงและพรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นเป้าฝ่ายตรงข้ามอยู่

พรรคเพื่อไทยจึงผิดรูปผิดร่าง เพราะออกแบบบนความหวาดกลัว ป้องกันความผิดที่จะเกิดขึ้นกับขุนพลของพรรค

นายกฯ กับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงไม่ใช่คนเดียวกัน พร้อมกับลดจำนวนคณะกรรมการบริหารจากที่เดิมแต่งตั้งเป็นจำนวนมากเหลือเพียง 10 กว่าตำแหน่ง และคนที่มาเป็นต้องพร้อมรับชะตาที่อาจถูกเว้นวรรค 5 ปี

ขณะเดียวกันแกนนำพรรคต่างไม่มีใครอยากยื้อแย่งเป็นกรรมการบริหารพรรคเหมือนเคย เพราะกลัวจะหมดอนาคตทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศใหม่ๆ ความขัดแย้งคลี่คลายลง หลายคนในพรรคเห็นทิศทางบวก และไม่เชื่อว่าจะมีการยุบพรรคเกิดขึ้นอีก

แต่พรรคเพื่อไทยกลับทำลายบรรยากาศปรองดองเสียเอง เมื่อเล่นเกมฟื้นอำนาจอย่างรวดเร็ว โดยเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้แนวต้านทักษิณระบบตรวจสอบถ่วงดุลทำงานนำไปสู่การสั่งระงับแก้ไขรัฐธรรมนูญจากศาลรัฐธรรมนูญ และพรรคเพื่อไทยยอมพักรบการเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองไปก่อน

มาวันนี้การตรวจสอบขององค์กรอิสระยังคงเข้มข้นจากคดีอัลไพน์ที่ฟื้นคืนชีพเล่นงานยงยุทธ จนต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ในอนาคตยังมีอีกหลายคดีที่ฝ่ายตรงข้ามจะยื่นตรวจสอบรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ใช้อำนาจหมิ่นเหม่ขัดกฎหมายและส่อทุจริต ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังมีแผนเดินเกมแรงผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสี่ยงที่จะถูกฝ่ายคัดค้านยื่นเรื่องต่อองค์กรอิสระให้ระงับ

ไปๆ มาๆ คนที่จะมานั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอาจลงเอยด้วยสเปกแบบยงยุทธ พร้อมที่จะถูกเชือดทุกเมื่อ สุดท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ อาจไม่เอาตัวจริง เพราะกลัวถูกล่อเป้า เว้นเสียแต่จะรื้อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแก้บทลงโทษยุบพรรค และเว้นวรรค 5 ปีให้สำเร็จก่อน ถึงจะตั้งเบอร์ 1 ขึ้นมาเป็นผู้นำทัพ

 

ข่าวอื่นๆ