ปรับทัพคลังกระชับพื้นที่บริหารเศรษฐกิจ

วันที่ 31 ส.ค. 2555 เวลา 08:05 น.
ปรับทัพคลังกระชับพื้นที่บริหารเศรษฐกิจ
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงการคลังล็อตใหญ่ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าฝ่ายการเมืองได้พยายามกระชับวงล้อมแขนขาของตัวให้เข้ามาคุมกรมกองด้านเศรษฐกิจมากขึ้น

โดยตำแหน่งที่มีการโยกย้ายล่าสุดมีถึง 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วยเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต ไปเป็นอธิบดีกรมสรรพากร แทนสมชาย พูลสวัสดิ์ ที่สลับตำแหน่งมานั่งเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต

มีการโยกมนัส แจ่มเวหา รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง แทนรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ที่ถูกโยกให้ไปนั่งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง

ขณะที่จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้ตรวจราชการ ได้ปรับขึ้นรับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) แทนจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ที่ถูกโยกไปเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง

ว่าไปแล้วการโยกย้ายดังกล่าว แม้จะการมีการพลิกโผกันบ้างในบางตำแหน่ง แต่ก็ไม่ได้สร้างความแปลกใจ เพราะคนที่ได้ขยับขึ้นล้วนเป็นข้าราชการที่มีความใกล้ชิดฝ่ายการเมืองสายชินวัตรทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม การโยกย้ายดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เมื่ออารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ยังนั่งอยู่ตำแหน่งเดิมเป็นปีที่ 3

เพราะตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศมาครบปี ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังเป็นข่าวถูกปลดออกจากตำแหน่งรายวัน เพราะถือว่าเป็นปลัดที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แต่งตั้งขึ้นมา

แต่จนแล้วจนรอดอารีพงศ์ ที่ก่อนหน้านี้เป็นมวยถูกชกจนกรรมนับทุกยกจนจะถูกจับแพ้ ก็ยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ และทำท่าจะอยู่ยาวครบ 4 ปี และได้ต่อวาระอีกเพราะอายุราชการยังเหลืออีกมาก

วงในกระทรวงการคลังประเมินว่า เหตุผลที่ปลัดกระทรวงการคลังยังเป็นคนเดิม เพราะนาทีนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน และโกอินเตอร์อย่างนี้ ไม่มีใครเหมาะสมมากกว่าอารีพงศ์

หากไม่ยึดมั่นถือมั่นว่า อารีพงศ์ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ถือว่าเป็นคนครบเครื่องรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาที่ดีกรีปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ ภาษาอังกฤษดี มีความรู้เข้าใจด้านเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ สามารถบริหารเศรษฐกิจไทยที่ต้องเตรียมพร้อมเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 และการพาเศรษฐกิจไทยไปเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ยังถือว่าเป็นข้าราชการที่มีภาพลักษณ์ที่มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่สูง เป็นคนที่ชาติตระกูลดี มารยาทงาม ทำให้ประสานงานกับฝ่ายการเมืองได้อย่างนิ่มนวล สร้างภาพลักษณ์ให้กับรัฐบาลที่กำลังชูเรื่องการปราบคอร์รัปชันทุจริต

ทั้งหมดเป็นจุดแข็งของอารีพงศ์ ที่ยังรั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังต่อไปได้ ไม่มีใครเบียดขึ้นมาแย่งตำแหน่งนี้ไปได้ในช่วงนี้

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีชื่อเบญจา ที่เป็นคนสายตรงคุณหญิงบ้านจันทร์ส่องหล้า ขึ้นมาเบียดแย่งตำแหน่งนี้ แต่อายุราชการที่เหลือเพียงปีเดียว ทำให้มีปัญหาการทำงานได้ไม่เต็มที่

หลังจากนั้นก็มีความพยายามดันเบญจา ไปนั่งเป็นอธิบดีกรมสรรพากร แทนสาธิต รังคสิริ ที่จะให้โยกมานั่งเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต แต่สาธิตก็ถือเป็นสายตรงคนใหญ่ในพรรคเพื่อไทย อีกทั้งยังเพื่อนร่วมรุ่นฝึกอบรมกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงสามารถปิดดีลภาษีโอ๊คเอม 1.2 หมื่นล้านบาท ไม่ยื่นอุทธรณ์เก็บภาษี ทำให้สาธิตรักษาเก้าอี้กรมสรรพากรได้อย่างเหนียวแน่น

สุดท้ายต้องโยกเบญจาไปนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมศุลกากร เพื่อเป็นการปูนบำเหน็จก่อนเกษียณอายุราชการ

การโยกเบญจาไปแทนสมชาย ถือเป็นคนสายเดียวกัน ทำให้การพูดคุยกันง่ายไม่มีปัญหา และสมชายอายุราชการเหลืออีกหลายปี สามารถที่จะโยกย้ายกลับมานั่งตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรในปีหน้า และยังเป็นตัวเต็งที่ฝ่ายการเมืองปั้นไว้เป็นปลัดกระทรวงการคลังคนต่อไปต่อจากอารีพงศ์

ขณะที่การโยกย้ายตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลาง ชื่อมนัสไม่ใช่คนอื่นไกลของคนตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะมนัสเคยเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งการตรวจสอบไม่พบผู้กระทำผิด

การดันมนัสเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง จึงเป็นการปูนบำเหน็จครั้งเก่า รวมทั้งมนัสก็เป็นลูกหม้อเก่ากรมบัญชีกลาง ต้องการให้เข้ามาเดินเครื่องเบิกจ่ายงบประมาณที่ยังอืดไม่เข้าตารัฐบาล ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่รังสรรค์ถูกปรับให้ไปเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง

ซึ่งในส่วนของรังสรรค์ ก็ถือว่าไม่ได้เป็นข้าราชการสายตรงชินวัตร เพราะที่ผ่านมาได้รับการผลักดันจากกลุ่มพรรคชาติไทย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลร่วม แต่พาวเวอร์ย่อมเป็นรองสายตรงชินวัตรอย่างช่วยไม่ได้

สำหรับการโยกย้ายจักรกฤศฏิ์ พ้นจากผู้อำนวยการ สบน. เพราะสร้างผลงานแสลงหัวใจรัฐบาล เรื่องการแถลงตัวเลขก่อหนี้บ่อยครั้งเกินไป ทำให้ฝ่ายค้านนำไปโจมตีย้อนเกล็ดรัฐบาล ที่เคยถล่มรัฐบาลประชาธิปัตย์ดีแต่กู้ แต่พอมาเป็นรัฐบาลต้องกลืนน้ำลายกู้สนั่นเมืองมากกว่าใคร

ขณะที่จุฬารัตน์ ที่ได้ขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการ สบน.คนใหม่ นอกจากต้องส่งผู้หญิงมาคุมเกมกระแสการกู้ที่ร้อนให้เย็นลงแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นอบรมกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มาเช่นกัน จึงเป็นโอกาสที่เพื่อนช่วยเพื่อนแลกเปลี่ยนกันอย่างลงตัว

การโยกย้ายทั้งหมด จะเห็นว่าข้าราชการสายตรงการเมืองได้ขึ้นคุมกรมกองเศรษฐกิจสำคัญของกระทรวงการคลังทั้งสิ้น ส่วนข้าราชการที่ไม่ใช้สายตรงก็ถูกปรับไปอยู่แถวสองเสียส่วนใหญ่

ยังมีข้าราชการนอกโผโยกย้ายอีกหลายคน ที่พยายามก้าวไปในตำแหน่งที่ใหญ่กว่า แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ใช่สายตรง ไม่ว่าจะเป็นนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่พยายามโชว์ผลงานไปเป็นอธิบดีกรมภาษี แต่ภาพที่เป็นอาจารย์สายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ที่เป็นคนที่ผู้มีบารมีต่างแดนไม่ไว้วางใจ ทำให้ความก้าวหน้าของนริศ เป็นเรื่องยากไปด้วย

หรือจะเป็นพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่พยายามขอกลับไปเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิตอีกครั้ง แต่ภาพผลงานยึดทรัพย์อดีตนายกฯ 4.6 หมื่นล้านบาท ของนายพงษ์ภาณุ สมัยที่เป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง ยังเป็นแผลในใจของคนในครอบครัวชินวัตร ทำให้นายพงษ์ภาณุ

ส่งผลให้การโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงการคลังล่าสุด สายตรงขึ้นยกแผง เป็นการกระชับอำนาจการบริหารเศรษฐกิจ ที่อยู่ในอาการย่ำแย่จากปัญหาทั้งภายในและภายนอกประเทศให้ทำงานได้รวดเร็วว่องไวไว้ใจได้มากขึ้น