รถยนต์คันแรกซ่อนพิษหวานวันนี้...ขมวันหน้า

วันที่ 25 ก.ค. 2555 เวลา 08:22 น.
รถยนต์คันแรกซ่อนพิษหวานวันนี้...ขมวันหน้า
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ยังวิ่งเต้นกันไม่ลงตัวสำหรับการขยายเวลามาตรการรถยนต์คันแรก ที่ล่าสุดถูกชักออกจากการพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ก่อนเข้าประชุม ครม. ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ที่กำกับดูแลกรมสรรพสามิต ยืนยันว่าได้นำเรื่องนี้ให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบแน่นอน

การดึงวาระรถยนต์คันแรกออกโดยไม่ได้รับการชี้แจงว่า ยังมีเงื่อนไขอะไรไม่ลงตัวจนทำให้ ครม.พิจารณาไม่ได้ กลายเป็นประเด็นที่หลายคนสงสัยว่ามีอะไรแอบแฝง

ทั้งๆ ที่ผ่านมาก็มีความชดเจนแล้วว่า การขยายเวลาโครงการรถยนต์คันแรก จะขยายเวลาในการส่งมอบเท่านั้น ส่วนเงื่อนไขอื่นยังเหมือนเดิม คือ ต้องซื้อรถภายในปีนี้ และได้คืนเงินไม่เกิน 1 แสนบาท หลังจากซื้อรถไปแล้ว 1 ปี

ดังนั้น เงื่อนปมปัญหาจึงอยู่ที่การขยายเวลาส่งมอบรถยนต์ว่า ควรเป็นเวลาเท่าไร ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนกับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกันก็สร้างความปั่นป่วนให้กับผู้ประกอบการรถยนต์ เพราะการขยายเวลาออกไป ย่อมมีผลกระทบกับยอดขายรถยนต์และแผนการผลิตรถยนต์ใหม่ออกสู่ตลาดทันที

เพราะการขยายเวลาส่งมอบรถยนต์ ทางกระทรวงการคลังโยนหินถามทางมาตั้งแต่ 3 เดือน ซึ่งผู้ประกอบการรถยนต์ออกมาขานรับ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าไม่ทัน ทำให้ต้องปิดรับการจองรถ

การขยายเวลาออกไปทำให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเวลาการผลิตรถเพื่อขายได้เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีค่ายรถยนต์ใหญ่ที่มีแผนเปิดตัวรถอีโคคาร์รุ่นใหม่ในไตรมาสแรกของปีหน้า วิ่งเต้นฝ่ายการเมืองให้มีการขยายเวลาเพิ่ม เพราะกลัวว่าจะขายรถอีโคคาร์ไม่ได้ตามเป้า เพราะคนส่วนใหญ่เร่งซื้อรถเพื่อให้ได้สิทธิรถคันแรก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ค่ายรถใหญ่จึงมีการวิ่งเต้นฝ่ายการเมือง เพื่อให้มีการขยายเวลาส่งมอบรถออกไปอีก จนกรมสรรพสามิตออกมาเปิดเผยจะเสนอ ครม.ให้ขยายเวลาการส่งมอบรถยนต์ออกไปอีก 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2556 โดยคนซื้อรถต้องเป็นชื่อเดียวกับใบจองซื้อเท่านั้น จึงจะได้สิทธิรถคันแรก

การเคาะขยายเวลารอบใหม่ดูเหมือนจะลงตัว แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า มีข้อเสนอที่ไม่ได้ระบุว่าจากฝ่ายใด ว่าไม่ต้องกำหนดขยายเวลาส่งมอบรถยนต์ ขอให้จองซื้อรถภายในปีนี้เท่านั้น ส่วนจะส่งมอบกันอีกกี่วันกี่เดือนหรือกี่ปีข้างหน้า ก็ถือว่าได้สิทธิรถยนต์คันแรก

เงื่อนไขการขยายเวลาที่ยังลื่นไถลออกไปเรื่อยๆ เป็นเหตุผลให้เรื่องการขยายเวลารถคันแรกเป็นโรคเลื่อนนับครั้งไม่ถ้วน

การขยายเวลาออกไปแบบไม่มีกำหนด มองแล้วเป็นประโยชน์กับค่ายรถยนต์ทุกค่าย เพราะเป็นการตัดประเด็นปัญหาผลิตรถไม่ทันออกไปทันที

แต่หากดูให้ลึกค่ายรถใหญ่ที่วิ่งฝ่ายการเมืองให้ขยายเวลาออกไป จะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะค่ายรถดังกล่าวจะปรับแผนรถยนต์อีโคคาร์ที่จะเปิดตัวในปีหน้าขึ้นมาเปิดตัวรถภายในปีนี้ และเปิดขายใบจองให้ลูกค้าได้รับสิทธิรถคันแรกทันที

ทำให้ขายได้ทั้งรถเก่าและใหม่

ที่สำคัญเมื่อขายรถได้มากขึ้น ก็ไปตัดยอดขายของคู่แข่งให้น้อยลงอีกทางหนึ่งด้วย

การขยายเวลามาตรการรถคันแรก นอกจากจะส่งผลดีกับผู้ประกอบการแล้ว ยังส่งผลดีกับผู้ซื้อรถยนต์ด้วย เพราะสามารถซื้อรถตรงกับใจที่อยากได้ เพราะก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ขยายเวลา มีผู้ซื้อรถจำนวนไม่น้อยที่ต้องซื้อรถที่ตัวเองชอบน้อยกว่า เพื่อให้ได้รับส่งมอบรถทันภายในปีนี้ เพื่อให้ได้สิทธิรถคันแรก

ขณะเดียวกันการขยายเวลามาตรการรถคันแรก ทำให้รัฐบาลได้คะแนนเสียงจากชนชั้นกลางที่อยู่ระหว่างสร้างเนื้อสร้างตัวไปเต็มๆ

กลายเป็นโลโก้ติดตัวขับรถคันแรกที่ได้คืนเงินแสนบาท

ผลจากการขยายมาตรการรถคันแรก เชื่อว่าจะทำให้ยอดการขายรถยนต์ในปีนี้แตะ 1.2 ล้านคัน จากที่ตั้งเป้าไว้ 1.1 ล้านคัน โดยเชื่อว่าจะมีผู้ใช้สิทธิพุ่งทะลุยอด 5 แสนราย ตามที่รัฐบาลตั้งไว้

การขยายเวลามาตรการรถคันแรก ยังส่งผลดีกับธุรกิจต่อเนื่อง ประกันภัย ธุรกิจตกแต่งรถยนต์ ไปจนถึงธุรกิจล้างรถยนต์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่กิตติรัตน์ออกมาค้านธนาคารโลกออกมาเตือนไทยให้ลดโครงการประชานิยม โดยยืนยันว่า มาตรการรถคันแรกส่งผลดีมากกว่าผลเสีย

อย่างไรก็ตาม มาตรการรถคันแรกเป็นภาระจากงบประมาณจำนวนไม่น้อย จากที่เดิมประมาณการว่าจะต้องใช้เงินถึง 3 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายคืนให้กับผู้ซื้อรถ

แต่ตอนนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะต้องจ่ายเพิ่มกว่าเท่าตัว

มีการประมาณการเบื้องต้นว่า หากรัฐบาลขยายเวลารับรถออกไปแบบไม่มีกำหนด อาจจะทำให้มีผู้มีสิทธิใช้รถคันแรกถึง 1 แสนคัน หรือมากกว่าเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ถึง 1 เท่าตัว

นั่นหมายความว่า รัฐบาลจะต้องสูญเงินภาษีไปถึง 6 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายคืนให้กับผู้ซื้อรถในปีถัดไป

โดยภาระงบประมาณจะเริ่มเกิดตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 และ 2557 เป็นเสียส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นการสร้างภาระให้กับงบประมาณที่มีอยู่จำกัดให้ตึงตัวมากขึ้น โดยงบประมาณที่ยังเป็นขาดดุลเมื่อมีภาระเข้ามาเพิ่ม ทำให้ต้องขาดดุลมากขึ้นในที่สุด

นอกจากนี้ มาตรการรถคันแรกเป็นโครงการประชานิยม ที่เป็นการดึงเงินในอนาคตมาใช้ ซึ่งวันนี้มาตรการนี้มีส่วนเร่งให้ยอดการรถพุ่ง แต่หลังจากหมดมาตรการธุรกิจขายรถยนต์ก็อาจจะตกอยู่ในสภาพซบเซา เพราะมีการเร่งซื้อรถไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่องต้องซึมไปด้วย

ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า ในแง่ภาพรวมเศรษฐกิจของไทย ที่ยังมีปัจจัยลบจากวิกฤตยุโรป การเร่งโครงการประชานิยม ดึงกำลังซื้อในอนาคตมาใช้ อย่างนโยบายรถคันแรก หาก 12 ปีข้างหน้าไทยได้รับผลกระทบจากยุโรปอย่างรุนแรง ประเทศจะไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก เพราะถูกใช้ไปหมดแล้ว

ข้อสังเกตดังกล่าว ตรงกับคำเตือนของธนาคารโลก ที่ต้องการให้ไทยลดโครงการประชานิยม ลด แลก แจก แถม เพื่อเก็บกระสุนไว้รับมือวิกฤตยุโรปที่ยังจะลากยาวไปหลายปี

การไม่ฟังเสียงเตือนของรัฐบาล เป็นการลากเศรษฐกิจจมอยู่ในกองพิษของโครงการประชานิยม

ก่อนหน้านี้รัฐบาลขยายเงื่อนไขโครงการพักหนี้เสียไม่เกิน 5 แสนบาท เป็นพักหนี้ดีไม่เกิน 5 แสนบาท ทำให้ธนาคารรัฐและรัฐบาลต้องควักเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท โปะในโครงการนี้

โครงการรับจำนำข้าวต้องใช้เงิน 3 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่ง 9 หมื่นล้านบาท ซุกไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และอีก 2.1 แสนล้านบาท รัฐบาลต้องกู้เงินมาให้ ธ.ก.ส. และการจำนำรอบใหม่จะเริ่มขึ้นในไม่ช้า ต้องใช้เงินไม่น้อยกว่าเดิม

หากรัฐบาลไม่เร่งระบายข้าวออกไป ก็มีปัญหาขายขาดทุน ขายแล้วมีการทุจริตจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

มาถึงวันนี้รัฐบาลยังสวนกระแสขยายเวลามาตรการรถคันแรกแบบนันสต็อปไม่มีกำหนดเวลาส่งมอบ ทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มเป็นเท่าตัว ซึ่งเป็นการฟ้องให้เห็นชัดว่า มาตรการรถคันแรกเป็นมาตรการหวานอมขมกลืน

คนซื้อ ผู้ประกอบการชื่นมื่นกันวันนี้ก็จริง แต่ในอนาคตรัฐบาลแบกหนี้หลังแอ่น อาจชักหน้าไม่ถึงหลัง

เพราะต้องพะวงกับการหาเงินก้อนโตเพื่อนำมาโปะนโยบายซื้อใจที่ได้หาเสียงไว้