สนิมแดงกินรัฐบาล คุมไม่อยู่ กระทบปรองดอง

วันที่ 17 พ.ค. 2555 เวลา 07:12 น.
สนิมแดงกินรัฐบาล คุมไม่อยู่ กระทบปรองดอง
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ไม่เพียงแต่สถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคปรับราคาแพงทั้งแผ่นดินจนยากที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกระชากลงมาแล้ว ความเคลื่อนไหวมวลชนคนเสื้อแดงกระจายตัวออกมากำหนดข้อเรียกร้องทางการเมืองด้านต่างๆ ก็กำลังล้มทับรัฐบาล

ห้วงเวลาไม่กี่วันเกิดปรากฏการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะที่มิใช่ได้รับการเป่านกหวีดจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สามารถเรียกแขกได้ครั้งละจำนวนมากๆ

หรือถ้าให้มองเป็นการวอร์มอัพเช็กความพร้อมก่อนชุมนุมใหญ่ร่วมรำลึก 2 ปี สี่แยกราชประสงค์ ตามที่แกนนำทางการเมืองอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ และคนอื่นๆ ตั้งเป้าให้มากันมากๆ ก็มิใช่ประเด็นนี้อีก

หากแต่หลายสถานการณ์ผุดขึ้นจากแกนนำธรรมชาติมากกว่าแกนนำทางการเมืองออกมาเคลื่อนไหว

ดังกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงก้าวหน้า ที่สนับสนุนแนวคิดของนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ และคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.) ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เกี่ยวกับความผิดหมิ่นสถาบัน ซึ่งภายหลัง “อากง” อำพล ตั้งนพคุณ เสียชีวิตในเรือนจำ นักวิชาการที่รับบทเป็นนักเคลื่อนไหวด้วย หยิบโยงการเสียชีวิตของอากง ขอให้รัฐบาลแก้ไขมาตรา 112 อีกครั้ง ทั้งที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยประกาศท่าทีไปแล้วไม่ขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ถ้ารัฐบาลตอบรับแก้ไขมาตรา 112 ทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองทันที เพราะจะมีกลุ่มคนที่ต้องการพิทักษ์รักษาสถาบันออกมาต่อต้าน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีผลย้อนกลับไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้าบ่มเพาะความไม่พอใจต่อท่าทีรัฐบาลมากขึ้น

 

เช่นเดียวกับกลุ่ม แดงธรรมชาติ ที่ออกมาแสดงตนเคลื่อนไหวต่อฝ่ายเห็นต่าง เช่น กรณีกลุ่มคนเสื้อแดงพัทยาขับมอเตอร์ไซค์ล้อมรถดาราสาว ตั๊ก บงกช ด้วยความไม่พอใจที่ดาราสาวโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กต่อต้านการกระทำของเสื้อแดงก้าวหน้าแห่ศพอากง แม้เหตุการณ์จะไม่เกิดการกระทบกระทั่ง แต่นั่นเป็นสัญญาณไม่สู้ดีนักที่กำลังนำไปสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้เห็นต่างในไม่ช้าหากรัฐบาลควบคุมไม่ได้

ขณะที่กลุ่มแดงก้าวหน้าไม่พอใจรัฐบาลก็เกิดการสุมไฟความขัดแย้งลุกโชน จากกรณีการขยายหมู่บ้านเสื้อแดง ที่ลงไปปักเสาเข็มในพื้นที่ภาคใต้ จนชาวภูเก็ตออกมารวมตัวต่อต้าน ลุกลามถึงขั้นมีการเผาหมู่บ้านเสื้อแดงที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ถึงแม้แกนนำคนเสื้อแดงออกมาให้เหตุผลการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในพื้นที่ภาคใต้เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลต่อต้านยาเสพติด

แต่ผู้คนในพื้นที่ได้รับอีกชุดความคิด ผ่านหน่วยความมั่นคง กอ.รมน. ถึงเป้าหมายหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อต้องการสลายอุดมการณ์ประชาธิปไตยปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศด้วยการสร้างรัฐไทยใหม่ เมื่อข้อมูลไม่ตรงกัน ความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้น อีกทั้งพื้นที่ภาคใต้เป็นฐานเสียงขนาดใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ถูกจับโยงไปถึงพรรคเพื่อไทยเข้ามาขยายพื้นที่หาเสียงทางการเมือง ย่อมส่งผลกระทบถึงการหาเสียงในทุกพื้นที่

เมื่อการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงสร้างตัวอย่างต่อต้าน แล้วยังเดินหน้าขยายหมู่บ้านแดงต่อไปอีก โดยเฉพาะโซนบลูสกาย ยิ่งจะนำไปสู่การเผชิญหน้ารุนแรง หากรัฐบาลไม่ตัดไฟแต่ต้นลมแต่เป็นไปในลักษณะให้ท้ายสนับสนุน ก็ยิ่งจะทำให้แนวทางปรองดองด้วยการสลายสีสลายกลุ่มไม่มีทางสำเร็จ

จังหวะเดียวกันก็มีกลุ่มเสื้อแดงที่ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะรักษาผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการตั้งตัวขึ้นมาเป็นแดงสุวรรณภูมิ ชุมนุมกดดันรัฐบาล หลังคนเสื้อแดงถูกเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิข่มขู่และกล่าวหาว่าเป็นมาเฟียเก็บค่าจอดรถ รวมถึงกรณีเหยื่อแดงกดดันกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้เร่งจ่ายค่าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง และยังมีความพยายามตั้งกลุ่มแดงอิสระออกมาหลายกลุ่มเพื่อกดดันรัฐบาลให้ทำตามข้อเรียกร้อง ซึ่งการเคลื่อนไหวทั้งหมดล้วนถ่ายทอดออกมาถึงความน้อยเนื้อต่ำใจพาดพิงถึงแกนนำ นปช.ได้ดี แต่ลืมบุญคุณพวกเขา

นอกจากมรสุมคนเสื้อแดงก่อตัวรุมรัฐบาลจากภายนอก สภาพภายในพรรคเพื่อไทย ที่ต้องเกาะเกี่ยวกับแกนนำเสื้อแดงก็เกิดความไม่ลงรอยในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นโรคปทุมธานี ที่คนเสื้อแดงลงโทษพรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้สนามเลือกตั้งนายก อบจ. และเลือกตั้งซ่อม สส.ปทุมธานี เขต 5 มาถึงการแย่งชิงส่งผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี ที่ทำให้เห็นถึงการแตกเหล่าแตกกอของคนเสื้อแดง

เช่นเดียวกับกรณีเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ก็มีความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง

ภาวะการแย่งชิงการนำย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นเอกภาพภายในพรรคเพื่อไทย ตรงนี้เหมือนพรรคเพื่อไทยรับสัญญาณได้ ล่าสุดจึงมีความพยายามปรับโครงสร้างพรรค กำหนดโซนวางตัวคนดูแลพื้นที่ให้ชัดเจน ทั้งเขต กทม. ต่างจังหวัด เหตุผลส่วนหนึ่งเพื่อลดบทบาทกลุ่มเสื้อแดงการเมืองที่เริ่มมีอิทธิพลเหนือพรรค

ตระกูล มีชัย อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนว่า “การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เห็นอยู่ ณ ปัจจุบันได้ถูกติดอาวุธทางปัญญาจากแกนนำ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องอันตรายหากไม่สามารถควบคุมได้ เพราะแต่ละกลุ่มต่างหวังผลประโยชน์ทางการเมืองให้กับตัวเอง ดังนั้นต้องจับตาไปที่ผู้กำหนดยุทธศาสตร์ของพรรค ว่าจะจัดการกับปัญหาอย่างไร ซึ่งอย่าลืมว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเคารพผู้บังคับบัญชาในระดับหนึ่ง หากผลประโยชน์ที่เสื้อแดงต้องการไม่ได้ ก็อาจเป็นเรื่องที่ย้อนกลับมาหาตัวเองได้เช่นกัน”

นั่นเป็นความเห็นของอาจารย์รัฐศาสตร์ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงภายนอกและเสื้อแดงภายในพรรคกลายเป็นสนิมเกาะกินใจรัฐบาล จากสภาพที่เคยเป็นผนังแดงกำแพงเหล็ก แต่การแตกตัวเป็นอิสระเติบโตถึงขั้นสร้างบ้านเป็นของตัวเอง พร้อมที่จะปลดแอกแยกย้ายทางใครทางมัน

เมื่อเป็นเช่นนี้มีผลต่อการคอนโทรลถึงขั้นเอาไม่อยู่ และกระเทือนถึงเป้าหมายสร้างความปรองดอง ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังประนีประนอมกับชนชั้นนำเพื่อเป้าหมายแลกกับนิรโทษกรรม จะได้กลับบ้าน เพราะเมื่อคุมเสื้อแดงไม่ได้ ก็ไม่สามารถรับประกันท่าทีของกลุ่มต่างๆ ได้ โดยเฉพาะกลุ่มแดงอุดมการณ์ที่สนับสนุนแก้มาตรา 112 ที่เริ่มออกมาตรวจสอบแกนนำ นปช. และรุกแก้มาตรา 112 หนักหน่วงขึ้น