หัวส่าย...หางกระดิกสารพัดสูตรนิรโทษ จุดชนวนประเทศวิกฤต

วันที่ 19 เม.ย. 2555 เวลา 08:26 น.
หัวส่าย...หางกระดิกสารพัดสูตรนิรโทษ จุดชนวนประเทศวิกฤต
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้จังหวะเทศกาลสงกรานต์โคจรรอบประเทศไทยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา พร้อมกับประกาศยืนยันหนักแน่นว่าจะกลับบ้านในปีนี้ให้ได้

ส่งผลให้เครือข่ายพรรคเพื่อไทยออกมาเปิดเผยแนวทางการเสนอ พ.ร.บ.ปรองดองรองรับแนวคิด “นายใหญ่” กันอย่างล้นหลาม

เท่าที่สกัดได้ในขณะนี้มีอย่างน้อย 6 แนวทาง

1.นพดล ปัทมะ ถือว่ามีความใกล้ชิดกับนายใหญ่มากที่สุดในฐานะเป็นที่ปรึกษากฎหมาย โดยมือขวา พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้นี้เสนอให้ออก พ.ร.บ.ปรองดอง ผ่านกระบวนการของพรรคการเมืองขนาดเล็กหรือภาคประชาชนไม่ใช่จากพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันเสียงครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนน้อง (ยิ่งลักษณ์) ช่วยพี่ (ทักษิณ)

หากมองถึงความเป็นไปได้ถึงแนวทางนี้นับว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงพอสมควร เพราะสถานะของ นภดล ที่ผูกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน พรรคขนาดเล็กอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา หนึ่งในพันธมิตรตลอดกาลของอดีตนายกฯ ทักษิณได้ออกมาตอบรับแนวทางนี้ทันที

สะท้อนได้จากคำให้สัมภาษณ์ล่าสุดของ “บรรหาร ศิลปอาชา” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

“ขณะนี้บรรยากาศการปรองดองยังเป็นไปด้วยดี ซึ่งหากออกเป็นกฎหมายปรองดองได้ก็เป็นเรื่องดี โดยต้องออมชอมกันทุกฝ่าย”

 

2.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เป็นขุนพลข้างกาย พ.ต.ท.ทักษิณอีกรายหนึ่ง โยนหินถามทางสร้างความปรองดองด้วยการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 34 เดือน และเนื้อหาในร่างกฎหมายฉบับนี้จะต้องมีฐานจากข้อมูลของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

แนวทางนี้ใช้ คอป.เป็นฐานสร้างความชอบธรรมกับการปรองดอง หลังจากก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยใช้งานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า แต่ไปไม่รอดเนื่องจากถูกโจมตีหนักจึงเปลี่ยนมายืมมือ คอป.ซึ่งทำงานด้านการปรองดองแห่งชาติอยู่

เป็นไปได้ว่าถ้า คอป.มีรายงานผลการศึกษาออกมาอย่างสมบูรณ์คาดว่าภายในไม่กี่เดือนนี้ รัฐบาลเตรียมจะนำข้อเสนอของ คอป.มาขยายผลเพื่อเป็นกฎหมายต่อไป

3.เสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย หลังจากเงียบหายไปนานแต่ภายหลังเมื่อได้พบ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงสงกรานต์จึงแสดงวิสัยทัศน์สร้างประตูปรองดองฉบับพ่อเฒ่า คือ เสนอกฎหมายปรองดองให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านแต่มีเงื่อนไขที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องไม่ได้เงินจากคดียึดทรัพย์ 4.6หมื่นล้านบาทคืน

สูตร “ป๋าเหนาะ” น่าสนใจไม่แพ้แนวทางอื่นๆ ซึ่งตรงกับข้อเสนอ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซียพอดีว่า “การกลับบ้านมันอาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่จะไม่เรียกร้องขอเป็นผู้นำประเทศอีก ส่วนของถูกยึดไว้นั้นผมคงไม่เรียกร้องกลับคืน”

4.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ให้ภาคประชาชนหรือคณะบุคคลที่มีความเป็นกลางที่ได้รับการยอมรับจากสังคมเป็นฝ่ายเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง และเมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ต้องเปิดให้ถ่ายทอดสดต่อหน้าประชาชน 510 วัน

5.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอวาทกรรม “พาทักษิณกลับบ้าน”โดยยกร่าง พ.ร.บ.ปรองดองมาก่อนใครในพรรคเพื่อไทย แต่ยังทำไม่ได้เพราะยังไม่ได้รับสัญญาณ มาวันนี้เจ้าตัว กระทบกระเทียบคนในพรรคด้วยกันที่สูตรปรองดองช่วยทักษิณมากมาย ทั้งที่ก่อนหน้าเงียบเป็นเป่าสาก อย่างไรก็ตาม สูตรของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่สุดอาจต้องพับไปเพราะพรรคเพื่อไทยมีท่าทีว่าจะไม่เป็นเจ้าภาพเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง แล้ว

6.พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ สุชาติ ลายน้ำเงิน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นอีกส่วนที่พยายามเสนอสูตรสำเร็จปรองดองโดยให้มวลชนเข้าชื่อ 1 หมื่นคนออกกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาและให้ พ.ต.ท.ทักษิณนั่งเครื่องลงสนามบินสุวรรณภูมิโดยมีคนเสื้อแดงต้อนรับ

ทั้ง 6 พิมพ์เขียวอย่างน้อยที่ปรากฏขณะนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางการเมืองในเวลานั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่า พรรคเพื่อไทยจะเดินเกมอย่างไร

บนความฮึกเหิมต่อการเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ที่เชื่อว่าจะสำเร็จแน่ เพราะถ้าเทียบเสถียรภาพของรัฐบาลในขณะนี้กับปลายปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นคนละเรื่อง โดยปีที่แล้วเจอปัญหาน้ำท่วม “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แทบจะเจียนอยู่เจียนไปบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หากไปคิดทำ พ.ร.บ.ปรองดองอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนขณะนี้อายุรัฐบาลสั้นแน่นอน

แต่เวลานี้ถึงจะมีปัญหาเศรษฐกิจเข้ามากวนใจบ้างจริง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อเสถียรภาพใหญ่ของรัฐบาลมากนัก อาศัยแค่การชี้แจงตามสถานการณ์ก็สามารถประคับประคองไปได้เรื่อยๆ

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีมวลชนคนเสื้อแดงมาทำหน้าที่ผนังทองแดงกำแพงเหล็กคุ้มครองรัฐบาลอีกชั้นหนึ่ง ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งเป็นอีกเท่าตัว สวนทางกับมวลชนต่อต้านรัฐบาล กำลังอ่อนแรงอย่างน่าใจหาย

เห็นได้จากการประชุมแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ไม่ได้มีการกำหนดการเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างเป็นรูปธรรมออกมา มีเพียงแต่การเตรียมยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดกับ สส.และ สว.ที่ร่วมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น

เมื่อรัฐบาลเสถียรภาพเข้มแข็งและพร้อมด้วยปัจจัยแวดล้อมอีกสารพัดไม่ว่าจะเป็นมวลชนผู้ให้การสนับสนุน หรือมวลชนฝ่ายต่อต้านไม่มีพลังสร้างความระคายให้รัฐบาลจึงเป็นโอกาสดีที่จะชิงจังหวะนี้เร่งการนิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อสนองคำบัญชานายใหญ่

กระบวนการเหล่านี้คาดว่า จะเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างในสมัยประชุมสามัญทั่วไประหว่างวันที่ 1 ส.ค.28 พ.ย.

ที่สุดแล้วการปรองดองสูตรหัวส่ายหางกระดิกครั้งนี้ย่อมเป็นที่สร้างความอิ่มเอมให้กับประชาชนผู้รัก พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ในทางกลับกันกำลังสร้างคลื่นความขัดแย้งอีกระลอกให้กับสังคมอย่างน่าวิตก