ดึงศัตรูเป็นมิตร อาวุธอุ้มทักษิณกลับบ้าน

วันที่ 30 มี.ค. 2555 เวลา 07:19 น.
ดึงศัตรูเป็นมิตร อาวุธอุ้มทักษิณกลับบ้าน
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย คือ ต้องพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านให้ได้

และต้องมาอย่างเท่ ...

4 ปีที่พรรคเพื่อไทยอยู่ในอำนาจรัฐ อย่างน้อยต้องปลดล็อกคดีความที่ศาลฎีกานักการเมืองได้ตัดสินจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ 2 ปี ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมย้อนหลังทุกคดีความหลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และน้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันแล้วว่า จะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแน่ แต่ยังไม่ใช่ช่วงนี้

“ทุกอย่างเป็นเรื่องของสภา ดิฉันก็เป็นเพียง 1 เสียงในสภาเท่านั้นเอง ที่สำคัญเชื่อว่าสมาชิกสภาทั้ง สส.และ สว.สุดท้ายแล้วจะทำเพื่อคนส่วนใหญ่”

ยุทธวิธีที่เดินแม้จะได้เปรียบจากเสียงข้างมากทั้งเสียงในสภา และเสียงของประชาชนที่พรรคเพื่อไทยชูเป็นจุดแข็งดังผนังทองแดงสู่การออกกฎหมายนิรโทษกรรมในอนาคต ยังเต็มไปด้วยแรงต้านจากกลุ่มคัดค้านที่เห็นว่า

เครือข่ายทักษิณใช้อำนาจเอื้อประโยชน์กับตนเอง

ประเทศยังมีโอกาสเกิดความรุนแรงได้ กระทั่ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เชื่อลึกๆ ว่า หากเร่งให้เกิดการปรองดองอย่างที่เป็นอยู่ ก็อาจเกิดสงครามกลางเมืองอีกรอบ

กลยุทธ์หนึ่งที่ฝ่ายทักษิณใช้ คือ สลายขั้วตรงข้ามให้อ่อนแรง และดึงมาเป็นมิตร ในภาวะที่ศัตรูเริ่มหมดพลัง ไม่อยากลงแรงต่อสู้ในระยะยาวที่เห็นว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะอยู่ในอำนาจอย่างน้อยอีกสมัย

 

ที่เห็นชัด กรณี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ผู้นำปฏิวัติขับไล่รัฐบาลไทยรักไทย โดยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มาสอบสวนคดีทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพวก

จากวันนั้น...

ปี 2549 “บิ๊กบัง” ล้มล้างทักษิณ

วันนี้ ปี 2555 “บิ๊กบัง” ลบล้างช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ

สถานะของ “บิ๊กบัง” ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทยโดยไม่ต้องรับผิด ในบทบาทใหม่ที่เป็นประธานกรรมาธิการปรองดองแห่งชาติ ที่เสนอให้ล้มคดีความของ คตส. โดยอ้างประเทศจะได้กลับมาสงบสุข

ขณะที่ นปช. ยังออกมาสนับสนุน และปกป้องอดีตประธาน คมช. ผู้นี้จนหลายคนเป็นงงกับจุดยืนของเสื้อแดงที่เคยประกาศไม่ปรองดองเผด็จการ โดยเฉพาะชื่อ นปช. ย่อมาจาก แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และไฉนวันนี้ได้กลับคำ ไม่ต่อต้านกับเผด็จการในอดีตแล้วหรือ?

การเมืองที่เปลี่ยนอุดมการณ์สุดขั้ว 360 องศาในช่วงเวลาไม่ถึงปี เกิดคำถามมากมายว่า นี่เป็นการปรองดองเพื่อคลี่คลายวิกฤตความขัดแย้งโดยแท้จริงหรือ ปรองดองเพราะผลประโยชน์ทางอำนาจลงตัว

การใช้ศัตรูอย่าง “บิ๊กบัง” มาเป็นพวก มีน้ำหนักสำหรับฝ่ายเพื่อไทยให้ช่วยทำลายผลพวงของการปฏิวัติ โดยเฉพาะคดีของ คตส. เพราะอย่างน้อย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้คำพูดของ “บิ๊กบัง” ที่ออกมารับผิดที่ตั้ง คตส.มาสร้างความชอบธรรมในการให้สัมภาษณ์สื่อ เพื่อเดินไปสู่การปรองดอง

อีกหนึ่ง ศัตรูที่กำลังกลับมาเป็นมิตร คือ พรรคภูมิใจไทย

ในอดีต พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของเนวิน ชิดชอบ สร้างความเจ็บแสบให้ “นายใหญ่” เพราะไปดึง สส.ออกจากพรรคทักษิณหลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบพรรค จนทำให้ฝ่ายทักษิณต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน เล่นเอา พ.ต.ท.ทักษิณ และขุนพลเสื้อแดงไม่เผาผีกับ สส.พรรคภูมิใจไทยที่ไปโหวตให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ถึงขั้นประกาศว่าใครกลับมาอยู่พรรคจะตัดมือให้หมด

เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว พรรคภูมิใจไทยไม่อยากเป็นฝ่ายค้านนาน วันนี้จึงค่อยๆ ถอนตัวเล่นบทกลางๆ เอียงไปทางรัฐบาล โดยลดภาพของเนวินลง ให้มุ่งมั่นทำเอาดีกับการทำทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด บุรีรัมย์.......ไม่ต้องกลับมาเล่นการเมืองซึ่งกลุ่ม 111 ที่เนวินสังกัด จะพ้นโทษ 5 ปี คดียุบพรรคไทยรักไทย ในเดือน พ.ค.นี้

ภูมิใจไทย ในยุคพรรคเพื่อไทยเป็นใหญ่ จึงให้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กลับมานำทัพแทน “เสี่ยเน” เพราะยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมกับข่าวสะพัดเริ่มทอดสะพานปรองดองไปพบนายเก่าที่เกาหลีใต้ ขณะที่ก๊กสมศักดิ์ เทพสุทิน ในภูมิใจไทย ก็ออกตัวแรงกว่าใครในพรรค พร้อมเป็นอะไหล่ร่วมรัฐบาลทุกโอกาส

ทิศทางของภูมิใจไทยมุ่งร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย จุดยืนและการลงมติของ สส. ในพรรคที่ผ่านมา ล้วนสอดคล้องกับพรรคเพื่อไทย ไม่ว่า การลงมติสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ การสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณารายงานของกรรมาธิการปรองดองฯ ในสมัยประชุมนี้ได้

ล่าสุด ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกภูมิใจไทย ก็ออกมาแสดงอาการหน่ายพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าไปล้อมกรอบ “บิ๊กบัง” ระหว่างการประชุมรัฐสภาวันก่อน พร้อมเผยจุดยืนว่าสนับสนุนให้ล้มคดี คตส. เพื่อนำไปสู่ความปรองดองเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย

การใช้ศัตรูอย่าง “ประธาน คมช.” และ “ภูมิใจไทย” ไม่ใช่แค่การทอนกำลังฝั่งตรงข้ามเท่านั้น แต่ยังเป็นอาวุธที่ใช้ทำลายเครื่องมือตรวจสอบรัฐบาลทักษิณ อย่าง คตส. และปลดล็อกคดีความที่ตัดสินไปแล้วผ่านการเตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรม

เพราะสถานีสุดท้ายอยู่ที่การยกมือสนับสนุน “พ.ร.บ.นิรโทษกรรม-ปรองดอง” ซึ่งในอนาคตไม่ช้าก็เร็ว รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภา หากมีมือของอดีตศัตรูอย่างภูมิใจไทยมาอยู่ข้างพรรคเพื่อไทย ก็จะถูกอธิบาย และสร้างกระแส ล้างโทษคืนดีต่อกัน ไม่ต่างจากปรากฏการณ์ที่อดีตประธาน คมช. แปรพักตร์มารัก พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างปัจจุบันทันด่วน

เกมนี้ยังโดดเดี่ยวพรรคประชาธิปัตย์ให้สังคมเห็นว่า เป็นพรรคเดียวที่คัดค้านการนิรโทษกรรม