รู้จักอาเซียน (จบ)

  • วันที่ 02 มี.ค. 2555 เวลา 13:25 น.

โดย...ธนพล ไชยภาษี

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2551 ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่อินโดนีเซีย ได้มีมติประกาศใช้กฎบัตรอาเซียนอย่างเป็นทางการ กฎบัตรที่ว่านี้ก็จะเสมือนหนึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญของสมาชิกอาเซียนที่ใช้ร่วมกัน เป็นมาตรฐานเดียวกัน และปูทางไปสู่การสร้างตลาดเศรษฐกิจเดียวกันในปี 2558 ที่จะถึงนี่แหละครับ

ภายในกฎบัตรอาเซียนนั้น ระบุไว้ว่าอาเซียนจะเป็นการรวมกลุ่มที่ค้ำจุนไว้ด้วย 3 เสาหลัก คือ การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน และประชาคมความมั่นคงอาเซียน

มองดูแล้วอาเซียนน่าจะไปได้สวย ถ้าอาเซียนเรามีความรู้สึกร่วมกันเป็นหนึ่งอย่างชัดเจน และเห็นแก่ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง

แต่สิ่งหนึ่งที่ถูกก่นด่ามากก็คือ อาเซียนออกกฎหมายซึ่งเปรียบเสมือนกฎหมายที่ชาติสมาชิกต้องเคารพและปฏิบัติตาม แต่อาเซียนขาดกลไกที่จะลงโทษชาติสมาชิกที่ละเมิดกฎบัตรนี้ ซึ่งในขณะนั้นพม่าถูกจับตามองอย่างหนักในฐานะประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมาแต่ไหนแต่ไร แต่อาเซียนก็ไร้ปัญญาที่จะจัดการปัญหานี้กับพม่า เพราะอาเซียนมีวัฒนธรรมร่วมกันที่จะไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศสมาชิก ซึ่งแนวคิดนี้เองที่ขัดต่อแนวทางการร่วมอยู่กันอย่างแท้จริง

กฎบัตรอาเซียนยังถูกทดสอบในด้านของการเป็นประชาคมความมั่นคงของภูมิภาค อาเซียนมีแนวคิดที่จะตั้งกองกำลังร่วมกันขึ้นเพื่อดูแลความสงบ ความมั่นคงในภูมิภาค แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิดที่ไม่เห็นหนทางที่จะปฏิบัติได้จริง

บททดสอบครั้งสำคัญคือ กรณีข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่เรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน ที่แม้ว่าอาเซียนจะพยายามเข้ามามีส่วนร่วมในปัญหานี้ในฐานะคนกลางเจรจาไกล่เกลี่ย

แต่แล้วในที่สุด เมื่อไทยบอกว่าปัญหานี้เป็นเรื่องภายในของไทย เป็นปัญหาทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชาเท่านั้น อาเซียนจะทำอะไรได้ ผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียก็เก็บกระเป๋าเก้อไม่สามารถเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ได้

นั่นคือตัวอย่างสำคัญของความล้มเหลวของอาเซียนยกแรกในด้านความมั่นคง เพราะเอาเข้าจริงสมาชิกอาเซียนยังคงรวมตัวกันแบบหลวมๆ เท่านั้น ครั้นจะยอมเสียอธิปไตยบางส่วนเพื่อส่วนรวม บอกได้เลยว่ายาก

ในทางเศรษฐกิจก็เช่นกัน หลายคนบอกว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่เราจะเป็นตลาดเดียวกันอย่างเสรี จะเปิดพรมแดนระหว่างกันให้การเคลื่อนย้ายของสินค้า ทุน และแรงงานเป็นไปอย่างเสรีนั้น จะเป็นไปได้สักกี่น้ำ เพราะหากไม่นับสิงคโปร์และบรูไนแล้ว อาเซียนที่เหลือเสมือนกับจับคนจนมารวมกลุ่มกัน ซึ่งต่างฝ่ายเอาแต่จะเข้าไปกอบโกยหาผลประโยชน์เท่านั้น ไม่ได้มีแนวคิดพื้นฐานของการเร่งสร้างเศรษฐกิจให้เจริญขึ้นด้วยกันแต่อย่างใด

น่ากลัวครับ

ข่าวอื่นๆ