6 เดือนฝ่ายค้าน ปชป.เก็บทุกเม็ด เปิดเกมรุก-อุดเกมรับ

วันที่ 24 ม.ค. 2555 เวลา 07:15 น.
6 เดือนฝ่ายค้าน ปชป.เก็บทุกเม็ด เปิดเกมรุก-อุดเกมรับ
โดย...ธนพล บางยี่ขัน

กลับสู่บทบาทถนัด!!! พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกตัวแรงในสถานะฝ่ายค้าน เกาะติด ตรวจสอบ เอาผิดการทำหน้าที่บริหารงานของรัฐบาลชนิดที่ไม่รอให้พ้นช่วงฮันนีมูน

ยังไม่ทันครบ 6 เดือน เครื่องไม้เครื่องมือตามกลไกรัฐสภาและช่องทางตามรัฐธรรมนูญ ถูกหยิบยกมาใช้เล่นงานเอาผิดตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ไล่ไปจนถึง สส.หลายเรื่อง

ประเดิมด้วย “รัฐมนตรีสายล่อฟ้า” “ดอกเตอร์ปึ้ง” สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ที่ฟิตจัดเร่งสร้างผลงานเอาใจนายตั้งแต่ยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศ ประสานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ไปบรรยายเรื่องเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาสึนามิ

ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กับ “ผลงานเร่งด่วน” ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีความผิด โทษจำคุก 2 ปี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาในคดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย ให้ได้เข้าประเทศญี่ปุ่น

แม้จะออกอาการบ่ายเบี่ยงในช่วงแรก แต่สุดท้ายต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน เมื่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ญี่ปุ่น ออกมาแถลงว่า มีการร้องขอของรัฐบาลไทย

งานนี้ 130 สส.ปชป. เข้าชื่อยื่นถอดถอน “สุรพงษ์” ที่กระทำการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 ที่ ครม.ทำงานโดยยังไม่ทันที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งประธานวุฒิสภารับเรื่อง ตรวจสอบและส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป

เรื่องต่อมา หลังจากรัฐบาลเดินหน้าโครงการ “บ้านหลังแรก” พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้บ้านที่เข้าข่ายโครงการนี้ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าสูงเกินไปสำหรับเป้าหมายที่จะช่วยผู้มีรายได้น้อยให้มีบ้านเป็นของตัวเอง

ที่สำคัญ ฝ่ายกฎหมาย ปชป.มองว่า เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตเคยเป็นผู้บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท และในเว็บไซต์ของ บริษัท เอสซี แอสเสท ยังระบุว่า ผู้ซื้อจะได้ประโยชน์จากโครงการบ้านหลังแรก

นำมาสู่การยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินถอดถอนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่ง

ถัดมา หลังจาก “วิกฤตอุทกภัย” คลี่คลาย ฝ่ายค้านหยิบจับประเด็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม พร้อมความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อของอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาขยายผล และปิดท้ายด้วยการยื่นถอดถอน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)

พ่วงด้วย 7 สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) การุณ โหสกุล สส.กรุงเทพมหานคร (กทม.) สุรชาติ เทียนทอง สส.กทม. วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ ในฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. จิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม. จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ที่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270, 271 และ 272 ในฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 และ 266

ตามมาด้วยการนำรายชื่อ 145 สส.ยื่นถอดถอน ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง และ กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสื่อ ซึ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายแทรกแซง “อสมท” ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 ประกอบ 266 และ 268 ทว่าเวลานี้รัฐมนตรีทั้งสองคนถูกปรับพ้นตำแหน่งเดิมไปแล้ว

ล่าสุด ทีมกฎหมายเตรียมรวบรวมรายชื่อ สส.พรรค ยื่นถอดถอน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ และ สุรพงษ์ พร้อมดำเนินคดีอาญาในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทั้ง “ยิ่งลักษณ์สุรพงษ์” และข้าราชการอีก 3 ราย

จากความผิดในการออกหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ขัดกับหลักของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะไม่ออกหนังสือเดินทางให้แก่ผู้กระทำความผิดที่ศาลพิพากษาแล้ว แม้จะมีหนังสือแจ้งไปยังนายกฯ ให้เพิกถอนแล้ว แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

อีกด้านหนึ่ง หลังถอดบทเรียนความพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา จนนำมาสู่การยกเครื่องครั้งใหญ่ ปชป.เดินหน้ารักษาจุดแข็งปรับปรุงจุดอ่อน

จุดแข็งอย่างการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร “ประชาธิปัตย์” ส่งสัญญาณเอาจริงตั้งแต่วันเริ่มแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จัดขุนพลรุมถล่มนโยบายหาเสียงของรัฐบาล ที่เริ่มออกอาการว่าทำไม่ได้จริง หรือทำแบบมีเงื่อนไข

ตามมาด้วยมาตรการรุนแรงที่สุดในสภา อย่าง “การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ที่ ปชป.หยิบมาใช้ตั้งแต่รัฐบาลทำงานได้แค่ไม่กี่เดือน พุ่งเป้ารุมถล่มปัญหาความล้มเหลวและไม่โปร่งใสในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งโหมโรงมาด้วยการเปิดอภิปรายฯ โดยไม่ลงมติ

ขณะที่บทบาทภายนอกสภา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เจ้าของฉายา “หล่อดีเลย์” เปิดฉากสร้างผลงานเรียกกระแสสะสมแต้มตั้งแต่ไก่โห่

ชดเชยกับเมื่อสมัย “อภิสิทธิ์“ เป็นนายกฯ ที่ติดขัดไม่สามารถลงพื้นที่ขัดแย้งทางการเมือง หลังเป็นผู้นำฝ่ายค้าน จึงเร่งลงพื้นที่เป็นการด่วน โดยเฉพาะการเร่งสร้างผลงานคู่ขนานกับรัฐบาล ช่วงน้ำท่วมที่ ปชป.เปิดศูนย์อาสาฯ คนไทยช่วยน้ำท่วม เปิดครัวชาวใต้ “อภิสิทธิ์” ค่อยๆ เดินหน้าตะลุยลงพื้นที่แจกของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในวันที่ ศปภ.กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก

ขณะที่กลไก “ครม.เงา” ที่ ปชป.พยายามบุกเบิกให้เป็นรูปเป็นร่าง เที่ยวนี้ดูจะเป็นเนื้อเป็นหนังมากขึ้น มีการประชุมติดตามการทำงานการประชุม ครม.อย่างเป็นระบบจับต้องได้ ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา

ในแง่พื้นที่จุดอ่อนอย่าง “อีสาน” สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “อภิสิทธิ์” พาแกนนำพรรคลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เปิดงานประชุมสาขาพรรค 126 เขต ส่งสัญญาณเดินเครื่องทำพื้นที่จริงจัง หอบหนังสือและแผ่นซีดีผลงานของ ปชป.ในช่วงที่เป็นรัฐบาล ให้ประธานสาขาพรรคแจกจ่ายสมาชิกพร้อมกำชับให้ตอบโต้ทุกข้อที่ถูกโจมตีและปลุกใจลูกพรรคปรับตัวในการทำงานรีบสร้างคะแนนในพื้นที่

ยังไม่รวมกับการสร้างมวลชนในพื้นที่ ซึ่งกำลังเดินหน้าหลายพื้นที่ ส่วนจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามรอดูผลต่อไป

ส่วนช่องทางการสื่อสารที่เคยเป็นข้อเสียเปรียบมาโดยตลอดนั้น “บลูสกายแชนแนล” โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ที่ “อภิสิทธิ์” ใช้เป็นกระบอกเสียงส่งตรงไปถึงบรรดาแฟนคลับแทบทุกเช้า กำลังเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะไปต่อกรกับทีวีสีอื่นๆ ต่อไป

โดยเฉพาะรายการ “สายล่อฟ้า” ที่ดึง “ศิริโชค โสภา เทพไท เสนพงศ์ ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต” มาจัดรายการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองเอาใจแฟนพันธุ์แท้ ดึงเรตติ้ง กระชากความนิยม

จับสัญญาณเอาจริง “ประชาธิปัตย์” เที่ยวนี้ยกแรกดูจะออกตัวแรงกว่าทุกครั้ง ส่วนจะยืนระยะและไปถึงฝั่งฝันเห็นผลมากน้อยแค่ไหน คงต้องรอดูกันต่อไป