ระเบิดเวลาปีงูใหญ่ การเมืองร้อน ประเทศเดือด!

วันที่ 03 ม.ค. 2555 เวลา 07:10 น.
ระเบิดเวลาปีงูใหญ่ การเมืองร้อน ประเทศเดือด!
โดย...ทีมข่าวการเมือง

เริ่มปี 2555 ผู้ชำนาญการทุกสารทิศฟันธงยังเป็นปีแห่งความเสี่ยงทางการเมือง

เสี่ยงต่อการเผชิญหน้า...

เสี่ยงต่อความขัดแย้งที่แหลมคมมากขึ้น...

และเสี่ยงต่อความรุนแรง...

2 กระแสวิเคราะห์ว่าแม้จะมีเสี่ยงจากความขัดแย้งที่ฝังลึกมาร่วมทศวรรษ แต่จะไม่เกิดความรุนแรงซ้ำรอยที่ผ่านมา

เพราะฝ่ายพรรคเพื่อไทยและเสื้อแดงได้ขึ้นเป็นรัฐบาล ถ้าเกิดความรุนแรงเมื่อไรจะกระทบกับรัฐบาลเพื่อไทยเอง ดังนั้นจะต้องป้องกันมวลชนของตนเองสุดฤทธิ์มิให้เคลื่อนไหวนอกลู่นอกทาง

อีกฝ่ายให้จับตากลุ่มต่อต้านที่จะชุมนุมคัดค้านความพยายามช่วยเหลือทักษิณ ถึงแม้จะชุมนุมโดยสงบ แต่อาจเกิด “มือที่สาม” คอยสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อเป้าหมายเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ตรวจสอบปัจจัยร้อนในปี 2555 ที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพการเมืองไทยมีหลายเรื่อง

หนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยชัดเจนแล้วว่าช่วงต้นปีนี้ หรือก่อนปิดประชุมสภาในเดือน เม.ย. จะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คาดว่ากระบวนการยกร่างครั้งใหญ่นี้จะใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ปีครึ่ง

ขั้นตอนการจัดทำรัฐธรรมนูญมี 2 ขยัก เริ่มจากการออกแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญว่าจะมีหน้าตาอย่างไร จะมาจาก ส.ส.ร.จังหวัดอย่างเดียว อย่างที่ นพ.เหวง โตจิราการ สส.เสื้อแดงเรียกร้อง หรือจะให้เหมือน ส.ส.ร.ชุดที่ผ่านมาที่มีทั้ง ส.ส.ร.จังหวัด และ ส.ส.ร.สายวิชาการ

จุดนี้น่ากังวลที่สุด เพราะพรรคเพื่อไทยได้เปรียบจากเสียงข้างมาก จึงต้องใช้ข้อเด่นนี้ยึดกุมสภาร่างรัฐธรรมนูญผ่านการออกแบบในมาตรา 291 ให้เอื้อประโยชน์กับตนมากที่สุด ซึ่งก็มีข้อได้เปรียบอยู่แล้วจากเสียงประชาชน 15 ล้านเสียงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย หากกำหนดให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่เอา ส.ส.ร.สายวิชาการ พรรคเพื่อไทยก็ผิวปากที่สามารถคุมสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยอัตโนมัติได้ตั้งแต่แรก

การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เชื่อว่าจะมีกลุ่มพลังต่างๆ ออกมาคัดค้านตลอดปี โดยเฉพาะม็อบหลากสีที่เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเป้าหมายเพื่อนิรโทษกรรมนายใหญ่ และเขียนกติกาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง ขณะเดียวกับกลุ่มที่เสียประโยชน์ได้รับผลกระทบจากการร่างรัฐธรรมนูญ หรือกลุ่มเรียกร้องอื่นก็จะออกมาชุมนุม เช่น ม็อบพระสงฆ์ที่จะเรียกร้องให้บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ กลุ่มตุลาการ เพราะฝ่ายเสื้อแดงบอกว่าจะเปลี่ยนที่มาตุลาการให้ยึดโยงประชาชน รวมถึงกลุ่มองค์กรท้องถิ่น

ประเด็นใหญ่สุด คือ ระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีม็อบเกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่าลืมว่าขบวนการเสื้อแดงใหญ่โตเกินกว่าจะคุมกันเองอยู่ ก็จะมีบางส่วนออกมาสนับสนุนให้ยกร่างรัฐธรรมนูญ รื้อองค์กรอิสระ ที่มา สว. กระทั่งเขียนนิรโทษกรรมให้ทักษิณ จึงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับม็อบคัดค้านอีกฝ่าย

สอง แรงกดดันให้แก้กฎหมายหมิ่นสถาบัน หรือมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา

แม้ว่าที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมให้แก้ไขมาตรานี้อย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประกาศไว้ แต่พลังกดดันให้แก้จากกลุ่มเครือข่ายที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงจะพุ่งแรงจนยากที่จะคุมอยู่

หัวขบวนหลักคือ “คณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์” ปัญญาชนฝ่ายเสื้อแดงที่เป็นโต้โผเตรียมเข้าชื่อ 2 หมื่นคนเสนอแก้กฎหมายหมิ่นเข้าสู่สภา โดยจะจุดพลุตั้งแต่เดือน ม.ค. เปิดตัวคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 ขณะที่กลุ่มแดงสยามก็ขับเคลื่อนใต้ดินในโลกออนไลน์กันอย่างเข้มข้น หรือแม้แต่แดง นปช. ฝ่ายซ้ายในพรรคเพื่อไทยก็สนับสนุนให้แก้ แต่ไม่กล้าออกตัว เพราะนี่เป็นบันไดเพื่อเดินไปสู่จุดหมาย “ระบอบประชาธิปไตยที่มีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจโดยแท้จริง” และถือเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญ เพราะพรรคเสื้อแดงได้เป็นรัฐบาล จึงจะต้องกดดันให้ได้มากที่สุด

ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าไปแตะต้องสถาบันอันเป็นที่เคารพรัก จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ออกมาแสดงจุดยืนไม่เอาเด็ดขาด และจะขอปกป้องสถาบันอย่างถึงที่สุด

สาม การปรองดอง ความพยายามเดินหน้าสร้างการปรองดองเกิดขึ้นตลอด แต่ปมหลักที่ยังเป็นอุปสรรคและเติมไฟสถานการณ์ได้ คือ การที่รัฐบาลเร่งคดีเอาผิดกับผู้นำรัฐบาลและผู้นำทหารในรัฐบาลชุดที่แล้ว เมื่อเตรียมตั้งข้อหากับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์รุนแรงเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 พร้อมกับเร่งตำรวจส่งเรื่องให้อัยการฟ้องสำนวนคดี 16 ศพสู่ศาล และนำเรื่องขึ้นสู่ศาลโลก ทั้งหมดเพื่อปูทางสู่การนิรโทษกรรมทุกฝ่าย

ที่ต้องติดตามพิเศษ คือ ในเดือน เม.ย.–พ.ค.ปีนี้ ซึ่งแกนนำเสื้อแดงจะจัดงานรำลึก 2 ปีชุมนุมใหญ่ แน่นอนย่อมมีการทวงถามความคืบหน้าและกดดันการพิจารณาคดีความเหล่านี้

ขณะเดียวกัน สูตรการปรองดองยังเกี่ยวเนื่องการนิรโทษกรรมว่าจะออกมาในรูปแบบใด นิรโทษกรรมเหมาเข่งเหลืองแดงทักษิณ หรือไม่รวมทักษิณ และต้องจับตาในช่วงต้นปีที่คณะกรรมาธิการปรองดองของสภาที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธานจะเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมออกมารับลูกซึ่งอาจปลุกสังคมให้ร้อนขึ้น

สี่ ปมร้อนที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ศาลโลกจะตัดสินชี้ขาดความเป็นเจ้าของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ที่ชายแดนปราสาทพระวิหาร หลังจากขัดแย้งยืดเยื้อมายาวนาน อภิสิทธิ์ ระบุว่า ศาลโลกอาจวินิจฉัยได้ภายในเดือน ก.พ.นี้ เนื่องจากกัมพูชาได้ส่งรายละเอียดหลักฐานไปครบถ้วนแล้ว แต่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ บอกว่า รัฐบาลไทยได้ส่งเอกสารคำโต้แย้งและข้อสังเกตในคำร้องของกัมพูชาไปแล้ว ซึ่งทีมทนายความของไทยที่อยู่ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ แจ้งว่า ทางกัมพูชาจะเตรียมการที่จะยื่นข้อสังเกตในเดือน มี.ค. 2555 ซึ่งศาลโลกคงจะพิจารณาตีความได้ในเดือน มิ.ย. 2555 แต่ไม่ว่าจะตัดสินในเดือนใดก็แล้วแต่ เรื่องนี้ยังคงอยู่ในความสนใจของคนไทย และเป็นเงื่อนไขที่ม็อบพันธมิตรออกมากดดันอยู่

ห้า ในเดือน พ.ค. ครบ 5 ปีที่อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ชุด 111 จะพ้นโทษความผิดยุบพรรค และได้สิทธิกลับมาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว ซึ่งกลุ่ม 111 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อยู่กับรัฐบาล กับกลุ่มที่อยู่ฝ่ายค้านในพรรคภูมิใจไทย

มุมหนึ่งหาก 111 กลับมา อาจช่วยสร้างเสถียรภาพให้พรรคเพื่อไทย แต่อีกด้านก็จะสร้างปัญหาการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นคลื่นใต้น้ำในพรรคเช่นกัน เพราะบิ๊กๆ ในเพื่อไทยวันนี้ต่างเป็นใหญ่และติดยึดในอำนาจจนไม่ยอมให้ 111 รุ่นแรกกลับมาแย่งชิงพื้นที่

หก ความสามารถในการแก้ปัญหาของรัฐบาล เรื่องใหญ่หนีไม่พ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระทบมายังไทย ขณะเดียวกันภาระหนักของรัฐบาล คือ การฟื้นฟูจากผลกระทบน้ำท่วมครั้งใหญ่สดๆ ร้อนๆ หากรัฐบาลบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ เศรษฐกิจทรุดตัวและเกิดทุจริตด้วยแล้ว นอกจากจะถูกตรวจสอบโดยกลุ่มต่อต้าน รวมถึงองค์กรอิสระ ยังกระเทือนไปถึงการขับเคลื่อนเรื่องใหญ่ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปรองดองที่อาจต้องล้มเหลวตามไปด้วย

เจ็ด การช่วยเหลือทักษิณและพวกพ้อง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอด 5 เดือนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่ก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือทักษิณและเครือญาติในเรื่องคดีความต่างๆ เป็นชนวนปลุกให้เกิดการต่อต้านว่าช่วยพวกพ้อง หากยังเดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องก็ปลุกม็อบให้การเมืองกระเพื่อมได้ตลอดเวลา

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้สถานการณ์การเมืองไทยในปีมะโรงอยู่ในความผันผวนและเปราะบางสูง และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงได้ทุกเมื่อ...