จากร้ายสู่ดี( ในร้ายมีดีในดีมีร้าย)

วันที่ 29 ธ.ค. 2554 เวลา 19:00 น.
จากร้ายสู่ดี( ในร้ายมีดีในดีมีร้าย)
ปี54 จากร้ายมีดีจากดีมีร้าย ปู”เอาอยู่”ประชาชน”เอาไม่อยู่”

โดย อสนีบาต

 

ต้นปี 2554 ประชาชนคลายกังวลจากเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง การเมืองเข้าสู่ภาวะปกติเมื่ออดีตนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภา ทำให้มีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประสพชัยชนะได้ตั้งรัฐบาล  เหมือนว่าทุกฝ่ายจะยอมรับกฎกติกาตามรัฐธรรมนูญ   กลุ่มสีเสื้อต่างๆถอยร่นปล่อยให้รัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งบริหารประเทศ

“ทำท่าจะดูดีแต่ทันทีที่เผยโฉมครม.ยิ่งลักษณ์1  แทบสลบเพราะอุดมไปด้วยตัวแทนโควต้าเจ๊หญิง นายใหญ่   แถมตอบแทนบรรดานักสู้สีแดงพาเหรดเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เลขานุการรมต. บอร์ดรัฐวิสาหกิจ"

แม้จะเป็นที่โจษขานไปถึงต่างแดน   ประเทศไทยได้นายกฯหญิงคนแรก หน้าตาสวยหยาดเยิ้มยืนข้างเวทีนางสาวไทยก็ไม่อายใคร  แต่ทว่า 4 เดือน ความงามทางรูปลักษณ์หาได้เป็นตัวช่วยให้การบริหารราชการแผ่นดินโดดเด่น เพราะผู้นำหญิงรายนี้ไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์แหลมคมหรือแสดงถึงความเป็นตัวของตัวเอง หากแต่เป็นการรับออร์เดอร์พี่ชายให้วางนโยบายขายฝันอย่างนั้นอย่างนี้

จากบรรยากาศเลวร้ายในอดีตเหมือนจะดูดีเมื่อได้ยินคำประกาศหลังรับตำแหน่งนายกฯ จะเดินหน้าสร้างความปรองดอง ประชาชนวาดหวังบ้านนี้เมืองนี้สงบแน่ แต่ภาพความสวยงามก็มีฝุ่นละอองสกปรกเข้ามาเกาะ  เมื่อหลังฉากนายกฯมีความพยายามคนในพรรคเพื่อไทยขยับแก้ไขกฎหมายเอื้อประโยชน์อดีตนายกฯทักษิณพ้นคุก หาทางแก้ไขพรฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ  คืนพาสปอร์ต ผลักดันออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก้ไขรัฐธรรมนูญ  สร้างความอึมครึมให้ผู้คนต้องกลับมาสู่วังวนอึมครึมทางการเมือง

หนักหนากว่านั้นการขับเคลื่อนช่วยอดีตนายกฯ เป็นที่รับรู้ในวงกว้างแต่คนเป็นนายกฯกลับบอกไม่รู้  สังคมเริ่มมึนตึ๊บเข้าไปอีก   อีกทั้งต้องมาเจอลีลาคำพูด ผิดๆถูกๆ  ไม่ว่าจะเป็นหญ้าแฝกเป็นหญ้าแพรก  เรือดำน้ำเป็นเรือดันน้ำ  ถึงกระนั้นมีร้ายย่อมมีดี เพราะจากที่สร้างความหงุดหงิดเมื่อได้ฟังคำพูดนายกฯ พอผิดบ่อยครั้งขึ้นทำให้เป็นความเคยชิน 

ความตึงเครียดทำให้กลายเป็นอารมณ์ขันของประเทศไปได้ ด้วยการเปรียบเปรยถ้ามีนายกฯชื่อยิ่งลักษณ์ต้องพูดผิด   ถ้าไม่ผิดไม่ใช่ยี่ห้อยิ่งลักษณ์  

 

 

มิพักพูดถึงฝีไม้ลายมือบริหารประเทศของแท้ของเทียมหรือโคลนนิ่ง    วัดผลได้จากการแก้ปัญหาอุทกภัยท่วมเมือง บทบาทภาวะผู้นำด้วยการประกาศสร้างความมั่นใจประชาชน “ดิฉันเอาอยู่แน่นอน” แต่ด้วยวิธีบริหารสถานการณ์แบบเฉพาะหน้า แก้ปัญหารายวันไม่ได้มองการณ์ไกล ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งรัฐมนตรีค้างแรมพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม  งัดกฎหมายบรรเทาสาธารณภัยมาตราพิเศษให้อำนาจนายกฯเบ็ดเสร็จควบคุมสั่งการส่วนราชการทั้งหมด  หรือจะสร้างคันกั้นน้ำ  ตั้งแนวกระสอบทราย ขนบิ๊กแบ็กชะลอน้ำ แต่ไม่ได้ผล

ไม่ได้ผลในการบริหารจัดการ   ไม่ได้ผลในเรื่องของใช้อำนาจ  ไม่ได้ผลทั้งการขอความร่วมมือถูกม็อบลุกฮือปล่อยให้รื้อกระสอบทรายทำลายบิ๊กแบ็กกันตามอำเภอใจ

ล้วนตอกย้ำฝีมือการทำงานของผู้นำรายนี้ที่เคยให้ความหวังประชาชนต้อง”เอาอยู่” แต่ในที่สุด “เอาไม่อยู่” สักเรื่อง