ผ่านศึกซักฟอกน้ำยังท่วมยิ่งลักษณ์

  • วันที่ 29 พ.ย. 2554 เวลา 06:18 น.

ผ่านศึกซักฟอกน้ำยังท่วมยิ่งลักษณ์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ผลการลงมติไม่ไว้วางใจเป็นไปตามคาด เมื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ผอ.ศปภ.) ฉลุยตามคาด ด้วยมติ 273 ต่อ 188 เสียง

รัฐบาลผสมของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเอกภาพจากเสียงข้างมากที่อุ้ม “ประชา” สุดตัว ขณะที่ฝ่ายค้านยุคดาวคนละดวง ก็เกิดรอยร้าวจากผลการซักฟอกครั้งนี้ ยังมีพวกแหกโผแอบไปโหวตให้อีก

“ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ใจแคบไม่ยอมให้ร่วมอภิปราย ส่วน ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรครักษ์สันติ ก็งดออกเสียง ด้าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ก็งดออกเสียงเพราะต้องการเดินเกมปรองดองสมานฉันท์กับฝ่ายเพื่อไทย

แต่ฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ถึงจะเห็นต่าง สุดท้ายก็แค่แยกกันเดิน รวมกันตี แรงขับเคลื่อนหลักยังอยู่ที่ประชาธิปัตย์

สำหรับรัฐบาลหลังผ่านศึกครั้งนี้ ดูเหมือนจะโล่งไปอีกเปลาะเพราะเข้าสู่การปิดสมัยประชุมสภาที่ลดอุณหภูมิการเมืองลง มาเปิดสภาอีกครั้งปลายเดือน ธ.ค. ที่จะเข้าสู่การตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังต้องเผชิญความไม่พอใจของประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ขังนาน

หลายชุมชนขีดเส้น ขอคำตอบเมื่อไรน้ำจะลด และจะเปิดแนวบิ๊กแบ็กหรือไม่ หากไม่ชัดเจน ยังให้รอน้ำลดถึงสิ้นปี ความแตกแยก อารมณ์เดือดย่อมมีมากขึ้น

อีกเรื่องที่รัฐบาลต้องเผชิญ คือ การที่กลุ่มองค์กรต่างๆ สภาทนายความ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จะยื่นฟ้องหน่วยงานภาครัฐที่แก้ปัญหาน้ำท่วมผิดพลาด พร้อมจัดเวทีสาธารณะวิพากษ์รัฐบาล

ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนยังเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ ในช่วงที่ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลศปภ.ลดน้อยลงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

การอภิปรายปิดท้ายของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ว่า รัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วมผิดพลาด มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เกิดการทุจริตจัดซื้อสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สรุปความสั้นๆ ศปภ.“ผิดพลาด-ทุจริต-แตกแยก-แบ่งพวก” หากยังปล่อยให้ “ประชา” เป็น ผอ.ศปภ.แก้ไขวิกฤตสำคัญของประเทศต่อไป ก็จะเป็นปัญหา และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย

แต่ยิ่งลักษณ์ส่งสัญญาณอุ้ม “ประชา” จะไม่ปรับ ครม.ยืนยันว่า “ประชา” ตอบคำถามฉะฉานครบถ้วน ส่วนฝ่ายค้านไม่มีอะไรใหม่ เอาข้อมูลเก่ามาอภิปราย

การปรับ ครม.จึงไม่น่าเกิดขึ้นทันทีหลังอภิปรายเสร็จ เหมือนเช่นการซักฟอกหลายครั้งที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์อาจรอให้รัฐบาลทำงานครบ 6 เดือนก่อน คือ ช่วง ก.พ. หรือไม่ก็ช่วงแกนนำ 111 ไทยรักไทย พ้นคุกการเมืองเดือน พ.ค. 2555

อย่างไรก็ตาม ผลการซักฟอกแม้ฝ่ายค้านไม่สามารถทำอะไร “ประชา” ทางกฎหมายได้ แต่ความน่าเชื่อถือของ “ประชา” ในฐานะ ผอ.ศปภ. ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ก็ยิ่งตกต่ำลง

การชี้แจงในสภาหลายประเด็นทั้งปัญหาการทุจริต การบริหารผิดพลาด การแต่งตั้ง สส.พรรคเพื่อไทย เป็นกรรมการดูแลจัดการถุงยังชีพไม่ชัดเจน บางเรื่อง “ประชา” ก็ยอมรับตรงๆ ว่า ที่ตั้ง สส.เพื่อไทย เป็นกรรมการ มีผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ

ถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะแก้เกมระหว่างการอภิปรายด้วยการกระหน่ำประท้วง รบกวนการอภิปรายให้คนดูทางบ้านเบื่อจะได้ไม่เปิดทีวีดู และให้ สส.รัฐมนตรี ที่ถูกพาดพิงลุกขึ้นชี้แจงให้มากเพื่อให้ฝ่ายค้านเสียกระบวนทัพ จนทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมสละไฮไลต์เด็ด เรื่องถุงยังชีพที่เตรียมอภิปรายไว้ในช่วงดึก

การตกเป็น “เป้าเชือด” กลางสภาเพียงลำพัง ขณะที่ ศปภ.ต้นทุนต่ำในสายตาประชาชนอยู่แล้ว พล.ต.อ.ประชา จึงสาหัส โดยเฉพาะซีนสุดท้ายก่อนที่อภิสิทธิ์จะสรุปปิดการประชุม จู่ๆ “ประชา” ก็ท้าทายอภิสิทธิ์เรียกให้มาฟังการชี้แจงเพื่อจะได้รู้ว่า ใครเป็นต้นเหตุอุทกภัย ก่อนจะสรุปว่า เพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์วางยาไม่ยอมระบายน้ำออกจาก 2 เขื่อนใหญ่ในช่วงรอยต่อเลือกตั้ง เป็นแผนขงเบ้ง ปล่อยมาทำลายข้าศึก ทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องมารับกรรมแทน หากอภิสิทธิ์ ปล่อยน้ำในเขื่อนเหมือนในปี 2553 มหาอุทกภัยก็จะไม่เกิดขึ้น มวลน้ำมากขนาดนี้ต่อให้ “10 ประชา” ก็เอาไม่อยู่

ว่ากันว่า การใช้มุขนี้กลับมาถล่มประชาธิปัตย์ ว่าทำน้ำท่วม ไม่แต่สร้างความแปลกใจให้กับฝ่ายค้านที่เห็นว่า เคยมีการปะทะชี้แจงกันแล้วในเวทีสภาหลายสัปดาห์ก่อน และเป็นข้ออ้างที่มีจุดอ่อน อีกทั้ง รมว.เกษตรฯ ก็ยอมรับความผิดพลาดแล้ว และต้นเหตุไม่ใช่เรื่องการระบายน้ำออกจากเขื่อนช้า พรรคเพื่อไทยเองก็งงว่า ใครเขียนบทนี้ให้ “ประชา” พูด เพราะเปิดทางให้ฝ่ายค้านตอบโต้กลับง่าย เหมือนยื่นดาบให้อภิสิทธิ์มาจัดการ “ประชา” ให้ตายกลางสภา

บ้างเกิดคำถามไกลว่า ใครวางยา “ประชา” เป็นทีม 111 ไทยรักไทย หรือฝ่าย ศปภ.เพราะเป็นคำชี้แจงที่เบาหวิวและไม่ใช่บุคลิก “ประชา” ที่เล่นบทท้ารบอภิสิทธิ์

ผลทั้งหมดทำให้ “ประชา” หนึ่งในบุคคลที่พรรคเพื่อไทยวางตัวให้เป็น “นายกฯ สำรอง” หากเกิดอุบัติเหตุกับยิ่งลักษณ์ ต้องจมและสำลักน้ำไปพร้อมกับ ศปภ.

อย่าลืมว่า “ประชา” เมื่อครั้งอยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน เคยถูกพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อเป็นนายกฯ ชิงกับอภิสิทธิ์ เมื่อปี 2551 เมื่อเข้ามาอยู่กับเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นแกนนำภาคอีสาน มีฐานเสียงจากเสื้อแดงอุดรธานี ซึ่งทักษิณก็ไว้วางใจให้มาเป็น รมว.ยุติธรรม ที่ต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม

บทสรุปนี้แม้ยิ่งลักษณ์ ไม่ปรับ “ประชา” ออก แต่ก็สูญเสียราคาที่ก้าวขึ้นเป็น “ตัวเลือก” ผู้นำในอนาคต ในสถานการณ์การเมืองที่ยังเปราะบางไม่มีอะไรแน่นอน และแม้ว่ารัฐบาลจะผ่านศึกซักฟอกไปได้แต่ความเสียหาย ความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ยังไม่ได้รับการเยียวยา และจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า “ยิ่งลักษณ์” จะอยู่ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปได้นานแค่ไหน

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ