'ทักษิณ'ขยับ'ยิ่งลักษณ์'สะเทือน

  • วันที่ 19 ส.ค. 2554 เวลา 07:25 น.

'ทักษิณ'ขยับ'ยิ่งลักษณ์'สะเทือน

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การเปิดเกมรุกเคลื่อนไหวสร้างกระแสนอกประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในช่วงเวลานี้ ทำไปทำมากำลังจะกลายเป็นแรงฉุดเสถียรภาพของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แบบไม่รู้ตัว

ต้องยอมรับหลังชัยชนะอันถล่มทลายของพรรคเพื่อไทย จนสร้างประวัติศาสตร์มีนายกฯ หญิงคนแรกชื่อ “ยิ่งลักษณ์” ทว่าสังคมยังคลางแคลงในฝีไม้ลายมือการบริหารประเทศ

โดยเฉพาะข้อครหาเรื่องการเป็นเพียงแค่นายกฯ หุ่นเชิดให้กับพี่ชาย

การเปิดตัวเคลื่อนไหวเดินเกมยังประเทศต่างๆ แบบไม่สนใจสถานะผู้ต้องโทษรอลงอาญา 2 ปีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เวลานี้ จึงกลายเป็นการแย่งซีน “ยิ่งลักษณ์” ส่งผลให้การเร่งสร้างภาวะผู้นำให้ตัวเองก้าวพ้นจากเงาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำได้ยากขึ้นทุกที

งานนี้จึงอาจกลายเป็นความหวังดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่งผลเสียหายมาถึง “ยิ่งลักษณ์” แบบไม่ทันคาดคิด ตั้งแต่รัฐบาลยังไม่ทันออกตัว

เบื้องต้นแล้วการเคลื่อนไหวเข้าประเทศนั้นออกประเทศนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการดิ้นเฮือกใหญ่เพื่อแสดงตัวตนว่ายังมี “ศักยภาพ” เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ

ดังจะเห็นความเคลื่อนไหวโฉบเฉี่ยวไปยังประเทศต่างๆ ไปจนถึงกระแสข่าวที่มีการเตรียมตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นทูตการค้าบ้าง และอื่นๆ

ชดเชยกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งต้องเก็บเนื้อเก็บตัว เพราะถูกไล่บี้มานานหลายปีในช่วงที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ทำให้การเคลื่อนไหวที่ผ่านๆ มาถูกจำกัดตีกรอบอยู่ในเพียงไม่กี่ประเทศ ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรูไน สิงคโปร์ กัมพูชา

การเดินยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งแสดงให้เห็นว่านานาประเทศพร้อมให้การต้อนรับอดีตนายกฯ คนนี้เพื่อสร้างแรงกดดันจากนอกประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การปูทางพา “ทักษิณ” กลับบ้าน

สัญญาณนี้เริ่มตั้งแต่หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. มาหมาดๆ รมว.ต่างประเทศเยอรมนีออกมายืนยันว่า ได้ยกเลิกคำสั่งห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2554

จนกระทั่ง 5 ส.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปเยี่ยมเสื้อแดงเยอรมนี ที่นครมิวนิก และเดินทางต่อไปที่เมืองฮัมบูร์ก ในวันที่ 9 ส.ค. ยืนยันในความสามารถ และกำลังภายใน ที่สามารถปลดแอกตัวเองออกจากแบล็กลิสต์ทางการเยอรมนีได้ไม่กี่วันหลังเลือกตั้ง

ต่อเนื่องจนถึงการเดินทางไปพักผ่อนส่วนตัวที่เมาเก๊าในช่วงเวลานี้ โดยมีคนใกล้ชิดบินตรงจากเมืองไทยไปพบปะหารือกันถึงที่นั่น

ถัดมาที่การเตรียมการเดินทางไปญี่ปุ่นในวันที่ 22-28 ส.ค.นี้ ที่กำลังกลายเป็นปัญหาลุกลามบานปลายกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์เกินกว่าจะคาดการณ์

เมื่อสถานะผู้ต้องหาหลบหนีคดีที่ดินรัชดาฯ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 2 ปี จนทำให้กระบวนการขอวีซ่าเข้าประเทศต้องได้รับการขออนุญาตเป็นพิเศษ เมื่อปกติญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้บุคคลที่มีโทษจำคุกเกิน 1 ปีเข้าประเทศ

ทว่า ญี่ปุ่นออกมาระบุถึงการติดต่อผ่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าประเทศ จนที่สุดฝ่ายค้านหยิบมาเป็นประเด็นเตรียมยื่นถอดถอน “สุรพงษ์” ออกจากตำแหน่ง

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมกับภารกิจที่ควรจะทำงานเพื่อประชาชนตามที่ได้หาเสียง แทนที่จะเร่งทำงานเพื่อประโยชน์นักโทษหลบหนีคดี

ย้อนดูท่าที พ.ต.ท.ทักษิณ คงหวังฟื้นชื่อเสียงแบบเป็นทางการผ่านเวทีปาฐกถา ที่สถาบันเศรษฐกิจและวัฒนธรรมญี่ปุ่น จีน อาเซียน เชิญไปร่วมงาน พร้อมเดินทางไปพื้นที่ประสบภัยสึนามิและแผ่นดินไหวทางฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น ที่ภาพข่าวจะได้เผยแพร่ไปทั่วโลก

โหมโรงด้วยการให้สัมภาษณ์แสดงศักยภาพผ่านสำนักข่าวเกียวโดว่า ไทยสามารถให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจของญี่ปุ่นที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศไทย และการให้วีซ่าระยะยาว รวมไปถึงสำหรับผู้ประสบภัยที่ต้องการเยียวยาจิตใจในไทย “หลังจากเยือนพื้นที่พิบัติภัยแล้ว ผมจะเขียนจดหมายถึงรัฐบาลไทยเพื่อเร่งให้ดำเนินการพิจารณาหาหนทางทำงานร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่น”

ถึงจะเป็นความปรารถนาดีที่โชว์ศักยภาพตัวเอง แต่อีกด้านหนึ่งคำพูดในลักษณะที่ฟังดูเหมือนสามารถชี้นำสั่งการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ ย่อมส่งผลเสียหายต่อรัฐบาลที่เหมือนไม่มีอำนาจที่แท้จริงในมือ ตอกย้ำข้อครหาเรื่องต้องคอยรอฟังคำสั่งจากนอกประเทศเป็นหลัก

ถัดมาที่การเตรียมเยือนกัมพูชาซึ่งสุดท้ายถูกเลื่อนออกไปเป็นหลังการเยือนประเทศญี่ปุ่น ในฐานะมิตรที่ดีของกัมพูชา พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาความสัมพันธ์อันกระท่อนกระแท่นมาตลอดช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาให้ดีขึ้น

ทว่า ด้วยเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ถูกมองว่าเกี่ยวพันไปถึงธุรกิจทั้งก๊าซที่ยังอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ที่ยังตกลงกันไม่ได้ การเดินทางไปกัมพูชาจึงล่อแหลมที่จะถูกโจมตีโดยเชื่อมโยงไปถึงแผลเก่าในเรื่องนี้ได้ง่าย

การสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่หวังจะอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นแรงสนับสนุนปูทางให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำงานได้ง่ายขึ้น แต่อีกด้านก็กลับทำให้ “ยิ่งลักษณ์” ต้องถูกดิสเครดิตไปมากขึ้นเท่านั้น

จากนี้ ยิ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งขยับมากเท่าไร ย่อมสะเทือนถึงเก้าอี้ของยิ่งลักษณ์มากขึ้นเท่านั้น

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ