6เดือนสัญญาใจสยบคลื่นใต้น้ำ ครม.ปู 1

วันที่ 09 ส.ค. 2554 เวลา 06:51 น.
6เดือนสัญญาใจสยบคลื่นใต้น้ำ ครม.ปู 1
สลับหน้ากันจนงงกับโผ “ครม.ปู 1” เพราะหลายคนวิ่งตีนขวิด หลุดจากตำแหน่งนี้ ก็ฝากพี่น้องชินวัตรให้นั่งตำแหน่งใหม่

โดย...ทีมข่าวการเมือง

สลับหน้ากันจนงงกับโผ “ครม.ปู 1” เพราะหลายคนวิ่งตีนขวิด หลุดจากตำแหน่งนี้ ก็ฝากพี่น้องชินวัตรให้นั่งตำแหน่งใหม่ พร้อมปล่อยข่าวตีกันพรรคพวก เล่นเอาคนในพรรคกันเองยังต้องงงว่าใครอยู่ตำแหน่งไหน

แต่อีกเพียงวันเดียวตามสัญญาที่ทีมงานชินวัตร ระบุว่า จะนำเสนอรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ได้ในวันอังคารนี้ เพื่อเร่งแก้ปัญหาต่างๆ ที่รออยู่ และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรให้ทันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 ส.ค.

กระนั้น ตัวเต็งรัฐมนตรีที่เป็นม้าตีนต้นต่างหลุดโผกันถ้วนหน้า

ไม่ว่า สุชาติ ธาดาธำรงเวช โอฬาร ไชยประวัติ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ คณวัฒน์ วศินสังวร แม้แต่ ปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ยืนในเก้าอี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่แรกก็เกือบเอาตัวไม่รอด หลุดไปอยู่ รมว.ต่างประเทศ

ที่แน่สุดเห็นจะเป็น พิชัย นริพทะพันธุ์ ถูกวางตัวเป็น รมว.พลังงาน

การจัด ครม.ครั้งนี้ ทักษิณวางยุทธศาสตร์ภาพลักษณ์ดี ดึงคนนอกให้มากที่สุด เพื่อเป็นแรงส่งในการทำงานฝ่าแรงต้านต่างๆ ในช่วงแรกที่เชื่อว่าจะมีมาก

ขณะที่นายกฯ ปู ระบุว่า ครม.ครั้งนี้จะมีคนนอกประมาณ 4 ตำแหน่ง เพื่อให้เห็นว่า ครม.เน้นคนมีความรู้ มีฝีมือ ไม่ได้มาแก้ไข หรือตอบแทนตำแหน่งให้พรรคพวก

ครม.ยิ่งลักษณ์ จึงต้องสร้างความประทับใจให้กับประชาชนตามโผคนนอกที่ปรากฏ อาทิ วิกรม คุ้มไพโรจน์ ว่าที่ รมว.ต่างประเทศ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ว่าที่ รมว.คลัง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ว่าที่รองนายกฯ

ส่วนโควตา สส.ตามภาคถูกตัดทอนไปพอควร ภาคอีสานที่มี สส.104 ที่นั่งมากที่สุด และร้องขอตำแหน่ง 11 เก้าอี้ กลับปั่นป่วนที่สุดเพราะตามข่าวเหลือเพียง 3-4 เก้าอี้ เช่น พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ สส.ศรีสะเกษ ภูมิ สาระผล สส.ขอนแก่น

เล่นเอา สส.อีสานออกมาโวยว่า การจัด ครม.ครั้งนี้ไม่แฟร์ คนที่ได้ดี “ต้องวิ่งเก่ง เป็นเด็กนาย ต้องมีเงิน” หาใช่พวกที่มีความรู้ ความสามารถไม่

ปัญหาเด็กเส้นวิ่งสายชินวัตรและบ้านจันทร์ส่องหล้า เกิดทุกภาค ไม่ใช่ภาคอีสาน

โผ ครม.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จึงวุ่นอลหม่าน เพราะพี่น้องชินวัตรต่างหักกันเอง

ไม่เฉพาะ สส.อาวุโสที่ทักษิณตกปากรับคำว่า จะให้เก้าอี้รัฐมนตรีแน่นอน ตอบแทนที่สู้กับพรรคมายาวนานและยังเป็นพี่เลี้ยงดูแล สส.ในจังหวัดเอง จะอกหักไม่เป็นรัฐมนตรี

แต่บรรดาพี่น้องชินวัตร เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คุมภาคเหนือ พายัพ ชินวัตร ดูภาคอีสาน เยาวเรศ ชินวัตร ดูแล สส.หญิง และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิง ก็หมางใจขัดแย้งกันเอง ที่ดันเด็กตัวเองไม่ได้ เพราะคนที่อำนาจเต็มคือพี่ชายทักษิณ จะเอาอย่างไรต้องว่าตามนั้น เพราะทุกอย่าง “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” และรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะอยู่จะไปล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับพี่ทักษิณ เมื่อเป้าหมายสุดท้ายคือการขอนิรโทษกรรมกลับประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม การเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลย่อมต้องเผชิญปัญหาการจัดสรรผลประโยชน์ในพรรค แต่สำหรับเพื่อไทย อาการร้าวลึกกว่า เพราะทุกคนต่างเป็นดาวฤกษ์ และรอคอยความหวังเป็นรัฐมนตรีกันมานาน อีกทั้งยังมีกลุ่มเสื้อแดงที่กดดันพรรคเพื่อไทยอยู่

ถ้าไม่มีแกนนำเสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีซึ่งได้ต่อสู้เพื่อทักษิณ จนมีคดีก่อการร้ายติดตัว อาจทำให้คนเสื้อแดงไม่พอใจ เพราะจะคิดได้ว่า ถูกหลอกใช้ “พอเสร็จศึกก็ฆ่าขุนพล” อย่างนั้นหรือ

อย่างไรก็ตาม เทคนิคของทักษิณคือ การรับปากว่า ใครที่ไม่ได้อาจมีตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา 19 ที่นั่งไว้ปลอบใจ รวมถึงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีอีกเกือบ 20-30 เก้าอี้ กระจายทรัพยากรให้กับทุกคน

อีกช็อต คือ จะมีการปรับ ครม.อีกครั้งภายใน 6 เดือน เพราะให้แกนนำที่อกหักอยู่ได้ด้วยความหวัง

ทีมงานยิ่งลักษณ์ ระบุว่า อยากให้รัฐบาลทำงานได้ในช่วง 2 ปีแรกก่อน และต้องลดปมที่เป็นแรงเสียดทาน หรือสายล่อฟ้าให้มากที่สุด คนที่ผิดหวังก็ไม่ควรท้อ หรือสร้างความปั่นป่วน เนื่องจากพรรคยังมีนโยบายใหม่ๆ ออกมาอีกหลายเรื่อง ยังต้องการทีมงานจำนวนมากไปช่วยงานใหญ่

ถ้าทุกอย่างนิ่ง รัฐบาลหน้าตาดี ลดแรงกระเพื่อมต่างๆ และทำนโยบายเพื่อคนจน แก้ปัญหาปากท้องสำเร็จ เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยก็มีโอกาสกลับมาอีก

เมื่อดูสถิติของรัฐบาลทักษิณสมัยเป็นไทยรักไทยเมื่อเดือน ก.พ. 2544-มี.ค. 2548 ซึ่งถือเป็นยุคเรืองอำนาจสูงสุดของทักษิณ ก็พบว่ามีการปรับ ครม.เฉลี่ยทุก 6 เดือน อย่างที่ทักษิณนำกลับมาใช้ในครั้งนี้

4 ปีของรัฐบาลเพื่อไทยในช่วงแรก มีการปรับ ครม.ทั้งหมด 8 ครั้ง

ครั้งแรก วันที่ 9 ต.ค. 2544 ครั้งที่สอง วันที่ 4 มี.ค. 2545 มีหลายตำแหน่ง หนึ่งในนั้น เนวิน ชิดชอบ ได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.พาณิชย์ ซึ่งทักษิณยอมนำเนวินกลับมาเป็นรัฐมนตรี หลังจากเคยรับปากประชาชนในช่วงตั้ง ครม.ครั้งแรกจะไม่มียี้เด็ดขาด

ครั้งที่สาม วันที่ 3 ต.ค. 2545 ที่น่าสนใจ คือ อุไรวรรณ เทียนทอง เป็น รมว.วัฒนธรรม ส่วนเนวิน ถูกโยกเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์

ครั้งที่สี่ วันที่ 8 ก.พ. 2546 ครั้งที่ห้า วันที่ 8 พ.ย. 2546 ครั้งที่หกวันที่ 10 มี.ค. 2547 ครั้งที่เจ็ด วันที่ 30 มิ.ย. 2547 และครั้งที่แปด วันที่ 5 ต.ค. 2547

ดังนั้น หมดหวังรอบนี้รอได้อีก 6 เดือน หรือประมาณเดือน ก.พ. 2555 รอบหน้ายี้อาจเข้ามามากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพรรค