โยกย้ายอธิบดีเศรษฐกิจ วางขุมกำลังใหม่

วันที่ 02 ส.ค. 2554 เวลา 07:01 น.
โยกย้ายอธิบดีเศรษฐกิจ วางขุมกำลังใหม่
แม้ว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไม่นิ่ง

โดย...ทีมข่าวการเงิน

แม้ว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไม่นิ่ง แต่ถ้าพิจารณาจากปฏิทินการทำงานแล้ว รัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) จะมีภารกิจเร่งด่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่นิ่งมาเป็นเวลาแรมเดือนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ใน 2 ด้านหลัก

หนึ่ง เข้ามาปั๊บก็ต้องเร่งมือในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ให้สนองตอบต่อนโยบายของพรรคที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ที่นำมาใช้ไม่ทันตามปฏิทินแน่

เพราะพรรคเพื่อไทยประกาศชัดแล้วว่าจะรื้อใหญ่ เพื่อเพิ่มงบลงทุนเพิ่มวงเงินขาดดุล

สอง ต้องเร่งพิจารณาในการจัดทัพบรรดาข้าราชการที่จะต้องเกษียณอายุราชการในเดือน ต.ค.ให้ทำงานสนองตอบต่อนโยบาย

ทั้งสองเรื่องคือ งานด่วนที่เข้ามาปุ๊บ ต้องทำทันที

ถ้าโผออกมาตามหน้าเสื่อ รมว.คลังอย่าง วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ถูกขอร้องให้มาทำงาน คงจะเข้ามาดูแลขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม ที่ยังไว้ใจไม่ได้ จากเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา และเศรษฐกิจภายในที่ยังแข็งแรงไม่เต็มที่ มีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยแพง ค่าเงินบาทแข็ง ล้วนเป็นด่านหินของเศรษฐกิจ

ขณะที่ รมช.คลัง ที่ถูกวางตัวไว้ 2 คน ไม่ว่าจะเป็น บัณฑูร สุภัควณิช อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ คงจะต้องเข้ามาดูเรื่องงบประมาณของประเทศ เพื่อจัดสรรวางแผนให้สนับสนุนนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ให้มากที่สุด

ส่วน พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่เคยนั่งเป็น รมช.คลัง มาก่อนหน้านี้แล้ว ก็จะถูกส่งมาทำนโยบายจำนำข้าว ขึ้นค่าแรง ขึ้นเงินเดือน และลดภาษี ให้เกิดในทางปฏิบัติได้เวลาที่เคยโฆษณาชวนเชื่อไว้

คาดว่า ภายในกลางเดือนนี้ จะได้เห็นคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกเข้ามาบริหารประเทศพิสูจน์ฝีมือ

การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงแน่นอนว่าจะมีการจัดขบวนทัพกันใหม่

กระทรวงมหาดไทยนั้นคาดว่าจะมีการโยกย้ายกันทั้งบาง ตามที่นายใหญ่จากดูไบประกาศไว้

แน่นอนว่า มงคล สุระสัจจะ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ชวลิต วิเชียร ปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจต้องมีการขยับเพื่อเปิดทางให้กับ พระนาย สุวรรณรัฐ ก้าวขึ้นชั้น นัยว่าเพื่อสร้างความปรองดอง

ขณะที่กระทรวงการคลังก็จะต้องมีการจัดทัพครั้งใหญ่ ล้างไพ่เพื่อดันข้าราชการในระนาบ 9 และ 10 ในสายของพรรค พท. ขึ้นมายกแผง

เชื่อหรือไม่ว่า แม้รัฐบาลจะยังไม่ทำงาน แต่บรรดาบิ๊กกระทรวงการคลังวิ่งเข้าหาฝ่ายการเมืองกันฝุ่นตลบ ชนิดลือกันให้แซดกันว่า มีอธิบดีจัดเก็บภาษีบางคนถูกปล่อยข่าวว่า แอบบินไปคุยกับนายใหญ่ถึงดูไบก็มี

พลิกข้อมูลกระทรวงการคลังในปีนี้ มีตำแหน่งระดับรองอธิบดี อธิบดี และผู้ตรวจราชการว่างลง 6-8 ตำแหน่ง

ประกอบด้วย วินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมธนารักษ์ สมชัย อภิวัฒนพร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ เทวัญ วิชิตะกุล ผู้ตรวจราชการ จารุวรรณ จันทิมาพงษ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ วิศาล วุฒิศักดิ์ศิลป์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบศุลกากร ภัสฐาปนีย์ มหาวรสินธรณ์ รองอธิบดีสรรพสามิต อนันต์ ศิริแสงทักษิณ รองอธิบดีกรมสรรพากร ฯลฯ ประตูจึงเปิดกว้างให้ฝ่ายการเมือง โยกย้ายสับเปลี่ยนคนเพื่อจัดวางขุมกำลังได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าตำแหน่งของ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ไม่น่าจะมีการขยับ เพราะเพิ่งขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงการคลังได้เพียง 1 ปี และมีคนใกล้ชิดนายใหญ่เคลียร์ทางให้นั่งในตำแหน่งเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตำแหน่งที่ถูกมองว่า จะมีการขยับปรับเปลี่ยนจึงเป็นเรื่องของกรมจัดเก็บภาษีล้วนๆ ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร โดยมีชื่อของ เบญจา หลุยเจริญ รองปลัดกระทรวงการคลัง ผู้หญิงเก่งฝีมือดีแต่ถูกดองมานาน เพราะใกล้ชิดกับนายหญิงบ้านจันทร์ส่องหล้าจะก้าวขึ้นมาชิงตำแหน่งอธิบดีกรมภาษีจากเจ้ากรมคนเก่า

นอกจากนี้ ยังมีชื่อ เสาวนีย์ กมลบุตร รองปลัดคลัง ที่ตอนนี้นั่งตำแหน่งประธานทหารไทย สมชาย พูลสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง และ นริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่มีโอกาสชิงอธิบดีกรมภาษี

ทั้งนี้ใน 3 กรมภาษี เป้าใหญ่ที่ถูกมองว่าจะมีการเปลี่ยนคือกรมสรรพากร ที่ สาธิต รังคสิริ เป็นอธิบดี กับกรมสรรพสามิตที่ พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ เป็นอธิบดี มีข่าวว่าจะถูกโยกย้ายแน่

สาธิต แม้จะเป็นเพื่อนเรียนร่วมรุ่นของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิง แต่มีโอกาสไม่น้อยที่ต้องขยับมานั่งอธิบดีกรมสรรพสามิต แทนที่พงษ์ภาณุ เพื่อเปิดทางให้เบญจา ก้าวขึ้นมานั่งกุมหัวใจรายได้ของประเทศ

ขณะที่พงษ์ภาณุนั้น ถ้าว่ากันตามเส้นทางที่แกนนำพรรคเพื่อไทยขีดนั้น มีโอกาสถูกสับไปนั่งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังสูงยิ่ง เพราะตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังไม่ทันเข้ามา เขาก็ถูกขึ้นบัญชีดำฐานเป็นผู้ยึดทรัพย์นายใหญ่ผู้อยู่แดนไกล ทั้งๆ ที่ต้องทำตามหน้าที่

ฟันธงลงไปตรงนี้ ถ้าย้ายเขาไปนั่งเป็นผู้ตรวจราชการก็โหดและฝืนเสียงก่นด่าเต็มทน

ขณะที่กรมธนารักษ์ ซึ่งตำแหน่งอธิบดีว่างลงเมื่อ วินัย เกษียณอายุ น่าจะเป็นการชิงกัน 3 หน่อ คือ สมชาย พูลสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง อำนวย ปรีมนวงศ์ และ ประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง บอกคำเดียวว่าภาษีของสมชายเหนือกว่าใคร

ยกเว้นจะมีการขยับ สมชายกลับไปทำงานถนัดมาทั้งชีวิตคือ กรมศุลกากร ที่ ประสงค์ พูนธเนศ เป็นอธิบดีอยู่ นั่นแหละ 2 ผู้ตรวจราชการจึงต้องแข่งกัน

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองอย่างมากของการจัดทัพข้าราชการกระทรวงการคลังในครั้งนี้ คือ นอกจากจะต้องเป็นสายที่จะหนุนนโยบายของรัฐบาลทุกนโยบายที่ประกาศไปแล้วนั้น อาจจะมีการล้างบางอธิบดีคนหนุ่มที่พรรค ปชป.ตั้งขึ้นมายกแผง

อาจมีการนำคนที่อายุราชการมากกว่าและถูกคนหนุ่มแซงขึ้นมารับตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา ตามนโยบายที่นายใหญ่เมืองดูไบประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้งว่า จะคืนความเป็นธรรมให้กับข้าราชการที่ถูกข้ามหัว

ประเด็นนี้เองที่ทำให้ข้าราชการกระทรวงการคลังที่อาวุโส และถูกแขวน มีความหวังได้ขึ้นมา

ทำให้ฝุ่นจึงคลุ้งไปทั้งกระทรวงทั้งๆ ที่เป็นหน้าฝนและพายุเข้า

นอกจากกระทรวงการคลังแล้ว ตำแหน่งของเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล จะหมดตำแหน่งลงไม่กี่เดือนนี้ก็จะมีความสำคัญมากทางการเมือง

เพราะฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหญิงยิ่งลักษณ์ตั้งเรื่องเรียกร้องให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบการให้การเท็จของยิ่งลักษณ์ในเรื่องการถือและซุกหุ้นของทักษิณและวินมาร์ค คนที่จะเข้ามาจึงต้องสั่งได้

หากไม่ส่งคนของตัวเองเข้าไปตีกันในเรื่องนี้แล้วไซร้ หนามอันแหลมคมในเรื่องการโอบอุ้มพี่น้อง ญาติมิตร คนในตระกูลชนิดไม่สนผิดถูกจะตำเท้านายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์จนกว่าจะพ้นตำแหน่ง

ฟากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้นแม้จะเป็นเป้าหนึ่งที่พรรค. พท. ต้องการหาช่องส่งคนเข้าไปคุมนโยบายการเงินให้เป็นไปทิศทางเดียวกับที่พรรคต้องการ

แต่ดูแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ที่ออกมาให้ความเห็นตรงเป็นไม้บรรทัดนั้นคงยาก เพราะบารมีและภูมิคุ้มกันของประสารในสาธารณะนั้นมีสูงยิ่ง และข่มขวัญนักการเมืองอยู่ไม่น้อย

เหนือกว่านั้นยังมี กฎหมายของ ธปท. ฉบับใหม่ที่กำหนดไว้ว่า การจะปลดผู้ว่าการ ธปท.จะต้องมีความผิดบกพร่องจากการทำงาน

ตำแหน่งประธาน ธปท. ของ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ที่จะหมดลงในไม่ช้า น่าจะเป็นช่องทางที่รัฐบาลใหม่จะส่งเข้าไปนั่งคุมไว้ก่อน อย่างน้อยเป็นหูเป็นตาให้ว่า ธปท. ดูแลเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล

จะเห็นว่า การจัดทัพทางเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ นอกจากเป็นเรื่องเร่งด่วนแล้ว ยังเป็นภารกิจ กิจการจัดวางคนของตัวเองเพื่อให้สนองตอบต่อนโยบายและโครงงานในอนาคตที่มีเดิมพันสูง

โปรดจับตาอย่ากะพริบ...