สนช.รับหลักการกฎหมายป้องกันปราบโกง

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2560 เวลา 14:33 น.

สนช.รับหลักการกฎหมายป้องกันปราบโกง

มติสนช.รับหลักการกฎหมายป้องกันปราบโกง "วิษณุ" ชี้ เป็นเครื่องมือร่วมบูรณาการ

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์  160 คะแนน รับหลักการในวาระที่ 1 ร่างพ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  (ฉบับที่...) พ.ศ.. ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในรายละเอียดจำนวน 15 คน กำหนดเวลาทำงาน 60 วัน

ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ได้บัญญัติให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อให้มีส่วนร่วมในการรณณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้านหรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครอง เพื่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)และสำนักงาน ป.ป.ท.มีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าวและเพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) จึงควรเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ป.ป.ท.และสำนักงาน ป.ป.ท.

นายวิษณุ กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ ให้มีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน มีเลขาธิการป.ป.ท.เป็นประธานกรรมการ มีผู้แทนของสำนักงานป.ป.ท. ผู้แทนจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่เกิน 4 คน และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 3 คน เป็นกรรมการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมตัวเพื่อต่อต้านการทุจริต แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ท.และสำนักงานป.ป.ท.เพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการป้องกันการทุจริตในภาครัฐเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มเติมการให้ความคุ้มครองบุคคลที่ถูกกันไว้เป็นพยาน โดยห้ามมิให้ดำเนินคดีอาญาหรือดำเนินการทางวินัยกับบุคคลดังกล่าวในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินคดี ยกเว้นบุคคลนั้นฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขการกันไว้เป็นพยาน อย่างไรก็ตามหากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เห็นสมควรแก้ไขรายละเอียดในกฎหมายนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขร่างพ.ร.บประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่สนช.กำลังพิจารณาอยู่รัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ