กกต.แถลงคนใช้สิทธิเลือกตั้ง68จว.20.4ล้านคน

วันที่ 03 ก.พ. 2557 เวลา 15:02 น.
กกต.แถลงคนใช้สิทธิเลือกตั้ง68จว.20.4ล้านคน
กกต.แถลงตัวเลขคนใช้สิทธิเลือกตั้ง 68 จังหวัด 20.4 ล้านคน หรือ 45.84% คาดจัดเลือกตั้งสว. 30 มี.ค.

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่าที่ประชุมกกต.ได้รับทราบรายงานผลการใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.อย่างไม่เป็นทางการใน 68 จังหวัดที่มีการเลือกตั้ง โดยยกเว้น 9 จังหวัดที่ไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้แก่ จ.สงขลา ตรัง พัทลุง ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี  ระนอง กระบี่ ชุมพร ว่าจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 44,649,742 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง  20,468,686 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 

จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดยังคงเป็นจ.ลำพูน มาใช้สิทธิ241,209 คิดเป็นร้อยละ 72.80  รองลงมา จ.หนองบัวลำภู มีผู้มาใช้สิทธิ 277,018 คน คิดเป็นร้อยละ 72.50 จ.บึงกาฬ มีผู้มาใช้สิทธิ 213,627 คน คิดเป็นร้อยละ 70.00 ทั้งนี้ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจะสมบูรณ์หลังวันที่ 23 ก.พ.

ส่วนกรุงเทพมหานครที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,369,120 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 1,143,667 คน คิดเป็นร้อยละ 26.18    และจ.นครศรีธรรมราชที่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ 3 เขตเลือกตั้งจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งจังหวัด 1,153,060 คนนั้น มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 1,292 คน คิดเป็นร้อยละ 0.11

อย่างไรก็ตามรายงานผลการใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จำนวนบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนนั้น คาดว่าจะสามารถทราบได้ในวันที่ 4 ก.พ. หลังจากที่ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดได้นำรายงานผลการใช้สิทธิเลือกตั้งมาส่งให้กับกกต. ซึ่งกกต.ก็จะได้มีการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเลือกตั้งจากผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดด้วยเพื่อนำปัญหา อุปสรรคต่างๆ มาพิจารณาปรับแก้ไว้สำหรับการเตรียมการจัดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตทดแทนเมื่อวันที่ 26 ม.ค.และการจัดการเลือกตั้งทดแทนวันที่ 2 ก.พ.ในกว่าหมื่นหน่วยเลือกตั้งที่ลงคะแนนไม่ได้

"การประกาศผลคะแนนเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้งนั้นก็จะต้องรอการเลือกตั้งทดแทนใน 2 กรณีนี้เสียก่อน รวมทั้งรอการเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครภาคใต้ด้วย"นายภุชงค์กล่าว

นายภุชงค์กล่าวอีกว่า กกต.เข้าใจว่าขณะนี้ทุกคนรอผลการเลือกตั้งอยู่  แต่การจะจัดการเลือกตั้งทดแทนกกต.ต้องพิจารณาว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ลดน้อยลงเพียงใด  ถ้าหากดำเนินการไปแล้วจะมีปัญหาเหมือนวันที่ 26 ม.ค. และ วันที่ 2 ก.พ. หรือไม่ อีกทั้งกกต.จะต้องปรับแก้ไขอย่างไร อีกทั้งการจัดการเลือกตั้งทดแทนจะเหมือนกับการเลือกตั้งทั่วไปทุกอย่าง ต้องมีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ต้องเตรียมกำลังคน ซึ่งก็ถือเป็นการเลือกตั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง  ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการจัดการเลือกตั้งทดแทนนั้น ยังเห็นว่าที่งบที่เหลืออยู่น่าจะเพียงพอ ไม่ต้องขอรับการจัดสรรเพิ่มจากรัฐบาล

สำหรับการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ว.ทั่วประเทศที่จะหมดวาระในวันที่ 2 มี.ค. คาดว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ในวันอาทิตย์ที่30 มี.ค. โดยน่าจะเปิดรับสมัครได้ในวันที่ 4-8 มี.ค. ส่วนงบประมาณนั้นคาดว่าจะใช้กว่า 3,000 ล้านบาท

ด้านนายสมศักดิ์ สุริยมงคล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คาดว่าจะนำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ว.ให้ กกต.พิจารณา ได้ในวันพฤหัสฯที่ 6ก.พ. นี้  โดยการเลือกตั้ง ส.ว.จะใช้งบประมาณน้อยกว่า ส.ส.เนื่องจากพิมพ์บัตรเลือกตั้งน้อยกว่าประมาณ 20%

อนึ่ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ในครั้งนี้ น้อยกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ในปี 2554 เป็นอย่างมาก โดยครั้งนั้น มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46,921,682 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 35,203,107 คน คิดเป็น 75.03 %