
สุขภาพจิตติดลบ! ประเทศไหนที่อยู่ไปก็ไร้ความสุข?
บริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลชื่อดังของสหรัฐฯ จึงได้จัดทำแบบสำรวจในแต่ละประเทศทั่วโลก ไปเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำดัชนี PEI และดัชนี NEI โดยประเทศที่ติดท็อปว่าประชากรมีความทุกข์และสุขภาพจิตตกต่ำมากที่สุด จะมีค่า NEI ที่ยิ่งสูง
เพราะสุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญ และการได้อาศัยในประเทศที่พร้อมไปด้วยรัฐสวัสดิการจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ค่อยๆดีขึ้นไปโดยปริยาย แต่ในขณะที่คนส่วนใหญ่มุ่งโฟกัสไปยังประเทศที่ประชากรมีความสุขมากที่สุด กลุ่มประเทศที่ประชากรไร้ความสุขกลับไม่เป็นที่ถูกจับตามากนัก ทั้งๆที่ในความจริงแล้วเรื่องราวเหล่านี้สามารถสะท้อนให้เราเห็นอะไรได้อีกหลายอย่าง
ทาง Gallup บริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลชื่อดังของสหรัฐฯ จึงได้จัดทำแบบสำรวจในแต่ละประเทศทั่วโลก ไปเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำดัชนี PEI (Positive Experience Index) หรือดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางบวก และดัชนี NEI (Negative Experience Index) หรือดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ โดยประเทศที่ติดท็อปว่าประชากรมีความทุกข์และสุขภาพจิตตกต่ำมากที่สุด จะมีค่า NEI ที่ยิ่งสูง ซึ่งผลสำรวจที่ออกมานี้เป็นผลล่าสุดที่ได้จากปี 2021
ไร้ความสุข! ประเทศที่ประชาชนมีสุขภาพจิตแย่ที่สุด
Gallup อธิบายว่าค่าดัชนี NEI หรือดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ จะเกี่ยวข้องกับมุมมองของประชาชนด้านความโศกเศร้า, ความเครียด, ความวิตกกังวล, ความโกรธ และความเจ็บปวดด้านสุขภาพร่างกาย โดยผลสำรวจจากปี 2021 พบว่าอัฟกานิสถานและเลบานอนเป็นประเทศที่ติดท็อปว่าประชาชนไร้ความสุขที่สุด แทนที่อิรักแชมป์ปีก่อนหน้า โดยสาเหตุที่คาดว่าทำให้ประชากรในประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตที่แย่ เป็นผลพวงมาจากการทำสงครามในรัฐอิสลาม
อันดับ 1 อัฟกานิสถาน
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 59 คะแนน
อันดับ 2 เลบานอน
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 58 คะแนน
อันดับ 3 อิรัก
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 51 คะแนน
อันดับ 4 สาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 50 คะแนน
อันดับ 5 จอร์แดน
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 48 คะแนน
อันดับ 6 ตุรเคีย
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 46 คะแนน
อันดับ 7 บังกลาเทศ
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 45 คะแนน
อันดับ 8 เอกวาดอร์
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 45 คะแนน
อันดับ 9 กินี
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 45 คะแนน
อันดับ 10 เบนิน
ด้วยคะแนนดัชนีระบุค่าประสบการณ์ทางลบ (NEI) 44 คะแนน
สังเกตได้ว่าประเทศส่วนใหญ่ที่กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองในประเทศยังไม่นิ่ง จะส่งผลกระทบโดยตรงที่สะท้อนออกมาในรูปแบบสภาวะทางอารมณ์ของคนในประเทศ ส่งผลให้มีค่าดัชนีประสบการณ์เชิงลบ (the Negative Experience Index) ในคะแนนที่สูง
ชีวิตที่เป็นสุข ฝันที่ไม่กล้าฝัน
ในช่วงที่ Gallup ทำการสำรวจ เป็นช่วงที่อัฟกานิสถานถูกยึดอำนาจจากกองกำลังตาลีบันอีกครั้ง หลังจากกองทัพสหรัฐฯถอนกำลังออกจากพื้นที่ สภาวะอารมณ์ของชาวอัฟกันในช่วงนั้นสะท้อนถึงความโกลาหลในประเทศ ความไม่แม่นอนที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต ความเครียดและวิตกกังวล รวมถึงความโศกเศร้าที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในอัฟกานิสถาน และยังสูงที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งจากผลการสำรวจ ชาวอัฟกัน 80% มีความรู้สึกกังวลใจ ในขณะที่ 74% เกิดความรู้สึกเครียด และ 61% รู้สึกเศร้า
ในขณะที่อันดับ 2 อย่างเลบานอน ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลเหมือนกลายเป็นหนึ่งในความเคยชินของคนในประเทศไปแล้ว แต่เพราะวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจทำให้ประเทศต้องล้มละลาย ประชาชนจึงต้องดิ้นรนและต่อสู้มากกว่าเดิมหลายเท่า คุณภาพชีวิตของประชากรนั้นแย่ลงมาก ขนาดที่ว่าร้อยละ 63 ของชาวเลบานอนกล่าวว่าถ้าทำได้พวกเขาก็อยากออกจากประเทศนี้อย่างถาวร ยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีอารมณ์ด้านลบ ความปรารถนานี้ยิ่งมีความแรงกล้าและทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
เมื่อการใช้ชีวิตในเลบานอนมันยากขึ้น จากเดิมที่ยากอยู่แล้ว ผลสำรวจพบว่า อารมณ์เชิงลบของประชากรในประเทศนี้ก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยประชากรราว 3 ใน 4 (74%) กล่าวว่าชีวิตของพวกเขาประสบกับความเครียดเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ครึ่งหนึ่งกล่าวว่าพวกเขาเผชิญกับความโศกเศร้าแบบนับไม่ถ้วน (56%) และความโกรธอีก (49%) ซึ่งถ้ามองจากโพลที่ทำการสำรวจประเทศที่ประชากรมีความเกรี้ยวกราดและเผชิญกับความโกรธมากที่สุด เลบานอนถือว่าเป็นประเทศที่ติดโพลอันดับ 1 ในเรื่องนี้ (ปี 2021)
เมื่อมุมมองต่อชีวิตเปลี่ยนไป เพราะสุขภาพจิตดิ่งฮวบ
ความระทมยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะนอกจากผลสำรวจที่ออกมาแล้วว่าชาวอัฟกันและเลบานอนติดท็อป 2 อันดับประเทศที่ประชาชนสุขภาพจิตแย่ที่สุด พวกเขาเองยังให้คะแนนคุณภาพชีวิตตัวเองในระดับที่น่าหดหู่เข้าไปอีก โดยชาวอัฟกันให้คะแนนชีวิต 2.4 จาก 0 ถึง 10 (โดยที่ 10 คือชีวิตที่ดีที่สุด และศูนย์คือ แย่ที่สุด) ส่วนชาวเลบานอนให้คะแนนชีวิตของพวกเขาที่ 2.2 คะแนนเท่านั้น
สำหรับชาวอัฟกัน แม้อันดับทั้งความสุข หรือคุณภาพชีวิตที่พวกเขามองตัวเองจะอยู่รั้งท้าย แต่นี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา ชาวอัฟกันไม่เคยให้คะแนนคุณภาพชีวิตของพวกเขาเกิน 3 เลย แต่กลับกันในส่วนของเลบานอนที่ในปี 2021 ที่ประเมินคุณภาพชีวิตตัวเองไว้ที่ 2.2 ถือเป็นตัวเลขที่น้อยจนน่าใจหายที่สุดในประวัติกาล เพราะตั้งแต่ปี 2006 – 2018 ชาวเลบานอนให้คะแนนคุณภาพชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 5 เต็ม 10 มาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 2019 ที่คะแนนพวกนี้เริ่มร่วงตกลงมาที่ 4 เต็ม 10 จากนั้นก็ไล่ลงมาเหลือเพียง 2.6 และ 2.2 ในปี 2020 และ 2021 ตามลำดับ โดยคะแนนที่เริ่มดิ่งลงนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติ 17 ตุลาคม 2019
แม้การระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 จะทำให้ผู้คนล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก แถมยังต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจรวมถึงความไม่แน่นอนในชีวิตที่อาจเกิดขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าลำพังแค่โรคระบาดคงไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพจิตและอารมณ์เชิงลบของประชากรมากขนาด ข้อมูลของ Gallup ชี้ให้เห็นว่าสภาวะอารมณ์และสุขภาพจิตของประชากรโลกที่ค่อยๆดิ่งลงเป็นผลพวงจากปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ วิกฤตสังคมและเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อเรื่องปากท้องโดยตรง เมื่อรายได้ต่อหัวของคนในประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำก็คงพูดได้เต็มปากว่า ‘ความสุขที่ลดลง แปรผันตรงกับรายได้’ ชนิดที่แยกจากกันแทบไม่ออก
ข้อมูลอ้างอิง







