
ทำไมน้องไม่แต่งงาน? ‘มินิมาร์ทหาคู่’ กับวิกฤตคนโสดแห่งแดนอาทิตย์อุทัย
‘มินิมาร์ทหาคู่ หรือ Swipemart’ ที่เพิ่งถูกตั้งขึ้นกลางชิบูย่า ถือเป็นหนึ่งในเครื่องสะท้อนวิกฤตคนโสดที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้หรือไม่?
ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกครั้งเมื่อญี่ปุ่นมีประกาศเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ งานนี้เชื่อว่าขาลุยทั้งหลายคงต้องมีลิสต์สถานที่กันไว้คร่าวๆแล้วเป็นแน่ มิหนำซ้ำการเกิดขึ้นของ ‘มินิมาร์ทหาคู่ หรือ Swipemart’ ที่เพิ่งถูกตั้งขึ้นกลางชิบูย่า คาดว่าจะเป็นแหล่งโกยเงินชั้นดีทั้งจากนักท่องเที่ยวภายในและนอกประเทศ แต่จะว่าไป แม้ในปัจจุบัน Dating Application จะมีให้เลือกสรรดาวน์โหลดกันแทบนับไม่ถ้วน แต่การเกิดขึ้นของ ‘มินิมาร์ทหาคู่’ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องสะท้อนวิกฤตคนโสดที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้หรือไม่?
SwipeMart ใจกลางชิบูย่า
เพราะเรื่องของหัวใจมันรอกันไม่ได้! ในยุคนี้แม้จะมี Dating Application ที่ช่วยคลายความเหงาให้คนโสดได้ อย่าง Tinder แต่การเจอคนที่ใช้ก็อาจจะไม่ทันใจ Tinder จึงปิ๊งไอเดียผุด Pop-Up Store ขึ้นมาใจกลางชิบูย่า! ภายใต้แบรนด์ SwipeMart ซึ่งความพิเศษของร้านนี้ก็คือ นอกจากจะมีมุมเก๋ๆให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปถ่ายรูป สร้างโปรไฟล์หาคู่ได้แล้ว หลังเวลา 4 ทุ่ม ทางร้านจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสถานที่แสดงดนตรีสด และจะไม่อนุญาตให้ลูกค้าที่อายุไม่ถึง 18 ปีเข้าใช้บริการเป็นอันขาด!
นอกจากนี้ภายในร้าน ยังมีสินค้าเปี่ยมกิมมิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Tinder Chiki หรือไก่ทอดสูตรทินเดอร์ ราเมน มันฝรั่ง ให้บริการฟรีกับสมาชิก ทั้งยังมีของสมนาคุณให้เลือกสำหรับลูกค้าที่อายุเกิน 18 เช่น เสื้อแขนยาว, ถุงเท้า และกางเกงชั้นใน
แม้ SwipeMart จะไม่ได้เปิดบริการแบบถาวร แต่อยู่เพียงเวลาสั้นๆแค่ในช่วง 16 – 19 กันยายนที่ผ่านมาเท่านั้น แต่คาดว่าหากได้รับเสียงตอบรับในแง่ดี ประกอบกับสถานการณ์วิกฤตคนโสดแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จะทำให้ Pop-Up Store ลักษณะคล้ายๆกันนี้ผุดมากขึ้นทั่วญี่ปุ่นและสามารถดึงเม็ดเงินการท่องเที่ยวได้อยู่มากโข
ทำไมน้องไม่แต่งงาน? ญี่ปุ่นกับวิกฤตการคนโสดมากเป็นประวัติกาล
ผลการสำรวจจากหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่นชี้ว่า ในตอนนี้คนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นทั้งชายและหญิงมีความคิดไม่อยากแต่งงานเพิ่มมากขึ้น โดยผลการสำรวจเผยว่าชายโสด 17.3% และสาวโสด 14.6% ที่มีอายุ 18-34 ปีมีความคิดไม่อยากแต่งงาน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ทำผลสำรวจมาในปี 1982
แนวคิดการครองตนแบบปัจเจกนี้ เชื่อว่าไม่ใช่อุปทานหมู่อย่างแน่นอน แต่ด้วยปัจจัยภายนอกหลายอย่างในยุคสมัยนี้ทั้งสภาพเศรษฐกิจ สังคม หรือแม้กระทั่งปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลให้บรรดาหนุ่มสาวต้องแบกภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าเพียงลำพัง ความพยายามขวนขวายหาความเป็นอิสระจึงมีมากกว่าที่ในอดีตเคยเป็นมา
แบบสำรวจยังได้ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติที่หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นมองหาในตัวคู่ครองด้วย โดยหนุ่มโสด 48.2% ชี้ว่าพวกเขามองหาคู่ครองที่มี ‘ความสามารถทางการเงิน’ มาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจครั้งก่อนถึง 6.3 จุด ในทางกลับกันสาวโสด 70.2% ตอบว่า พวกเธออยากได้คู่ครองที่ทำงานบ้านเป็นและสามารถเลี้ยงดูลูกได้
จากผลสำรวจเห็นได้ชัดว่าแนวคิดของคนยุคใหม่ ไม่จำเป็นแล้วว่าเสาหลักของบ้าน คนที่หาเงินเก่ง ต้องผูกติดอยู่กับบทบาทหน้าที่ของเพศชายเท่านั้น ในขณะเดียวกันหน้าที่ดูแลบ้านและเลี้ยงดูลูกก็ไม่ได้ผูกติดอยู่กับฝ่ายหญิงเพียงอย่างเดียว และเชื่อว่ายังมีผู้ชายอีกหลายคนที่สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้ดีด้วยซ้ำ แต่จากผลการสำรวจก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลใจ เพราะในเมื่อหนุ่มสาวแต่งงานน้อยลง อัตราเด็กแรกเกิดก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย ซึ่งท่ามกลางภาวะปัญหาสังคมสูงวัยที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงการขาดแคลนแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นลงมือแก้ไขปัญหาอะไรบ้าง ก่อนจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังมากกว่านี้
สังคมสูงวัยในไทย ยังน่าจับตา
ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนประชากรเกือบ 70 ล้านคน ซึ่งเป็นประชากรผู้สูงอายุไปแล้วราวๆ 12.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19 ของประชากรทั้งหมด นับได้ว่าไทยกำลังเข้าใกล้สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งโครงสร้างของประชากรที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุจำนวนมากถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละประเทศ
อย่างในไทยเองปี2564 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแรกที่อัตราการเกิดน้อยลงเมื่อเทียบกับอัตราการตาย โดยมีการเกิด 5.4 แสนคน ขณะที่การตาย 5.6 แสนคน ในขณะที่ปี 2565 ผ่านไป 7 เดือน คาดว่าการเกิดจะเหลือเพียง 5 แสนคน ขณะที่การตายอาจเพิ่มถึง 6 แสน และคาดว่าหลังจากนี้ อัตราการเกิดจะติดลบไปเรื่อย ๆ และอัตราการตายจะยังมีเพิ่มขึ้น
ภาครัฐจึงถือว่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการยื่นมือเข้ามาแก้วิกฤตในครั้งนี้ รวมถึงต้องมีการเตรียมพร้อมให้กับกลุ่ม Gen Z เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและ สามารถทำงานร่วมกับกลุ่มผู้สูงอายุได้
จากการสำรวจเด็ก Gen Z เกี่ยวกับสังคมสูงวัยของไทยส่วนใหญ่ มองว่าในช่วงอายุนี้ ผู้สูงวัยควรได้ใช้ชีวิตกับลูกหลาน อยู่กับครอบครัว จะออกไปทำกิจกรรม และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ส่วนมุมมองการดูแล สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุในยุคของพวกเขา ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะดีกว่าเบี้ยยังชีพที่ผู้สูงอายุได้รับอยู่ในปัจจุบันที่ 600 บาทต่อเดือน และคาดว่าจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ผู้สูงอายุมากกว่านี้ รวมถึงกลุ่ม Gen Z อยากเก็บหอมรอมริบให้มีความมั่นคงทางการเงิน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลำบากเป็นภาระใครในวัยที่พวกเขาเกษียณ
ข้อมูลอ้างอิง:
- https://www.theguardian.com/world/2022/sep/14/record-number-of-young-people-in-japan-rejecting-marriage-survey-shows
- https://hypebeast.com/2022/9/tinder-opens-a-swipemart-in-tokyo







