posttoday
70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

09 กันยายน 2565

70 ปีแห่งความทรงจำถึง “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของในรัชสมัยของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3” แห่งสหราชอาณาจักร

 

          หลังสำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตอย่างสงบ ที่ปราสาทบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ รัชสมัยของสมเด็จพระราชินีที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรก็สิ้นสุดลง หลังจากที่ทรงครองราชย์มายาวนานถึง 70 ปี ผ่านทุกเหตุการณ์สำคัญในโลกที่ต้องจารึกไว้มากมายในรัชสมัยของพระองค์ ด้วยพระชนมพรรษา 96 พรรษา 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

          วันเดียวกัน อังกฤษ หรือ สหราชอาณาจักร หมายรวมถึง 4 ประเทศ คือ อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ก็ได้ผลัดแผ่นดินเข้าสู่รัชสมัยของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระชนมพรรษา 73 พรรษา มีผลให้คำถวายพระพรและเพลงชาติของอังกฤษ เปลี่ยนจาก God Save the Queen เป็น God Save the King

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

 

          สื่อของอังกฤษระบุว่า ชาวอังกฤษเริ่มวิตกต่อพระสุขภาพพลานามัยของควีน นับตั้งแต่เจ้าชายฟิลิป พระราชสวามี สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 เมษายนปีที่แล้ว ขณะมีพระชนมายุ 99 พรรษา เนื่องจากทรงผูกพันใกล้ชิดและใช้ชีวิตสมรสด้วยกันมานาน 75 ปี

 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

 

          ควีนทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม 4 พระองค์ ได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าหญิงแอนน์ เจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด พระเจ้าชาลส์ที่ 3 จะเป็นผู้นำประชาชนในชาติถวายความไว้อาลัยต่อการสวรรคตในฐานะกษัตริย์พระองค์ใหม่ของสหราชอาณาจักร และประมุขของเครือรัฐจักรภพ 14 ชาติ

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

พระราชประวัติ คิง ชาร์ลส์ ที่ 3

 

          พระองค์มีพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระราชสมภพ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1948 (พ.ศ. 2491) เป็นพระราชโอรสองค์โตของ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป มีพระขนิษฐา 1 พระองค์คือ เจ้าหญิงแอนน์ และพระอนุชา 2 พระองค์ คือเจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด

 

          คิง ชาร์ลส์ ที่ 3 หรือ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในเวลานั้น ขณะมีพระชนมพรรษา 30 พรรษา ได้ทรงหมั้นกับเลดี้ ไดอานา แห่งตระกูลสเปนเซอร์ วัย 19 ปี ด้วยการสนับสนุนจากพระบิดา และต่อมาก็ได้มีพระราชพิธีอภิเษกสมรสวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

 

          เจ้าหญิงไดอานาทรงมีพระโอรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ 2 พระองค์ คือเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี ท่ามกลางมรสุมชีวิตสมรสที่มีปัญหาและตกเป็นข่าวอื้อฉาวอย่างต่อเนื่อง โดยมี คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบวลส์ เข้ามาพัวพันด้วย

 

          เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงอภิเษกอีกครั้ง กับ คามิลลา วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2005 (พ.ศ. 2548) โดยคามิลลาทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ 

 

          ในพระราชพิธีฉลองควีนครองราชย์ครบ 70 ปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ควีนทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง หวังให้คามิลลาขึ้นเป็นราชินี เคียงข้างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เมื่อขึ้นครองราชย์

 

          อย่างไรก็ตาม หลังควีนเสด็จสวรรคตวันที่ 8 กันยายน คำที่ใช้เรียก คามิลลา ในนาทีที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ พระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 ยังคงเป็นคำว่า queen consort ซึ่งหมายถึงราชินีคู่สมรส

 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

สรุป

 

  • สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของสหราชอาณาจักร สิ้นพระชนม์แล้วด้วยพระชนมายุ 96 พรรษา

 

  • พระองค์เสียชีวิตอย่างสงบที่ปราสาทบัลมอรัลในบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายนตามแถลงการณ์ของพระราชวังบักกิงแฮม มีผลให้พระเจ้าชาร์ลที่ 3 ซึ่งขึ้นครองราชย์ในทันที 

 

  • พระองค์ทรงตรัสว่าการสิ้นพระชนม์ของพระมารดาเป็นช่วงเวลาแห่ง “ความโศกเศร้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับฉันและสมาชิกทุกคนในครอบครัวของฉัน” 

 

  • สมเด็จพระราชินีทรงนำระบอบราชาธิปไตยผ่านช่วงเวลาที่วุ่นวายเมื่อจักรวรรดิของบริเตนได้สิ้นสุดลงและสถานะของสหราชอาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่จนมีคำกล่าวว่า ดินแดนในปกครองนั้นไพศาลกระทั่งพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน ก็เปลี่ยนแปลงไป

 

  • พระองค์เป็นประมุขแห่งสหราชอาณาจักรและอีก 14 ประเทศ รวมทั้งออสเตรเลีย แคนาดา และจาเมกา นายกรัฐมนตรีของอังกฤษใหม่หมาด แมรี เอลิซาเบธ ทรัสส์ หรือลิซ ทรัส ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชินีเมื่อวันอังคารที่ 6 กันยายนที่ผ่านมากล่าวถึงพระองค์ว่าทรงเป็น “ศิลาที่สร้างสหราชอาณาจักรในยุคสมัยใหม่”

 

          ณ ใจกลางกรุงลอนดอนก่อนหน้านี้ ประชาชนได้ออกมารวมตัวกันด้านนอกพระราชวังบักกิงแฮมเพื่อถวายการสักการะและร่วมไว้อาลัยแก่ควีนอลิซาเบธที่ 2 ผู้คนต่างพากันร้องเพลงชาติและปรบมือ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากเริ่มวางดอกไม้ไว้ที่ประตูวัง ก่อนที่จะมีการประกาศข่าวสวรรคตของพระองค์ ธงชาติอังกฤษที่พระราชวังบักกิงแฮม ถูกลดระดับลงเหลือเพียงครึ่งเสา และอีกหลายคนได้ร่วมไว้อาลัยที่เดอะมอลล์ เพื่อแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ

 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

ความทรงจำถึง “ควีนเอลิซาเบธที่ 2”

 

  • หลังจาก สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาสวรรคต ในคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1952 เจ้าหญิงเอลิซาเบธ อเล็กซานดรา แมรี เเห่งยอร์ก เสด็จขึ้นครองราชย์ ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 25 พรรษา

 

  • 16 เดือนต่อมา วันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดขึ้นที่มหาวิหารเวสมินสเตอร์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1953 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระราชพิธีนี้ได้ถ่ายทอดไปทั่วโลก ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 27 พรรษา

 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

  • รวมระยะเวลาครองราชย์ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 1952 – 8 กันยายน 2022 รวม 70 ปี 214 วัน

 

  • พระองค์และสมาชิกราชวงศ์อังกฤษมักปรากฎอยู่ในกระแสข่าวในโลกสื่อสารมวลชนเสมอมา ทั้งจากความนิยมและความสนใจของผู้คน ไม่เคยมีราชวงศ์ใดในโลกที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจติดตามข่าวรายวันเท่าราชวงศ์อังกฤษ

 

  • พระองค์ทรงเป็นพระราชินีที่ผู้คนพบเห็นพระบรมฉายาลักษณ์มากที่สุดในโลกพระองค์หนึ่งตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงในแสตมป์ที่ผลิตออกมาหลายรุ่นหลายยุคหลายสมัยตลอดการครองราชย์อันยาวนาน

 

  • พระองค์เป็นพระประมุขของ 15 ประเทศ (รวมอังกฤษ) จาก 53 รัฐ สมาชิกในเครือจักรภพแห่งชาติ ทรงเป็นประธานเครือจักรภพและประมุขสูงสุดแห่ง คริสตจักรแห่งอังกฤษ (Church of England)

 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

  • พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแห่งรัฐอิสระในเครือจักรภพ ได้แก่ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ ปากีสถาน เเละซีลอน

 

  • หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารนอกประจำการ พระราชกรณียกิจของพระองค์เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเสด็จประพาสภายในและนอกประเทศ และยังเป็นช่วงที่ครบรอบวันประสูติปีที่ 21 ซึ่งพระองค์ได้ทรงแถลงการณ์ออกอากาศ ประกาศเจตนารมณ์ที่จะอุทิศพระองค์ เพื่อภารกิจของประเทศในเครือจักรภพ

 

  • เมื่อทรงพระเยาว์พระประยูรญาติสนิททรงเรียกพระองค์ว่า "ลิลิเบ็ต" เมื่อพระชนมายุได้ 10 พรรษา พระองค์ทรงได้พบกับนักเทศน์คนหนึ่งที่ปราสาทกลามิส เมื่อเขาลากลับ เขาได้สัญญาที่จะส่งมาหนังสือมาให้พระองค์เล่มหนึ่ง เจ้าหญิงตรัสตอบว่า "ไม่เอาเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้านะ เรารู้เรื่องพระองค์หมดแล้ว"

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

  • ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939 สหราชอาณาจักรเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองที่ดำเนินไปจนถึงปี 1946 ในช่วงเวลานั้นกรุงลอนดอนถูกทิ้งระเบิดทางอากาศอย่างหนัก เด็กชาวลอนดอนจำนวนมากถูกอพยพไปอยู่ตามชนบท มีคำแนะนำจากนักการเมืองอาวุโสเสนอให้เชิญพระราชธิดาทั้งสองพระองค์เสด็จลี้ภัยไปประทับอยู่ ณ แคนาดา แต่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธทรงปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวและทรงประกาศว่า "เด็ก ๆ จะไม่เสด็จไปโดยปราศจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่เสด็จไปโดยปราศจากพระเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าอยู่หัวจะไม่เสด็จไปไหนทั้งนั้น"

 

  • สงครามโลกครั้งที่สองทำให้เจ้าหญิงเอลิซาเบธทรงได้สัมผัสกับชีวิตนอกรั้ววังและความยากลำบากของพลเมืองสหราชอาณาจักรในช่วงสงคราม โดยทรงอาสาเข้าร่วมกับหน่วยรับใช้ดินแดนพิเศษ (ATS) เรียนรู้การขับรถและการเป็นช่างยนต์ โดยต้องทรงทำหน้าที่เป็นช่างซ่อมบำรุงรถบรรทุกด้วย

 

  • รัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองเปิดฉากขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงผันผวนอย่างรวดเร็วของสถานการณ์โลก ซึ่งทำให้จักรวรรดิอังกฤษต้องดำเนินมาถึงจุดจบในที่สุด โดยขณะที่เสด็จเยือนประเทศเครือจักรภพเมื่อปลายปี 1953 หลายประเทศในจำนวนนั้นซึ่งรวมถึงอินเดียต่างได้รับเอกราชและแยกตัวเป็นอิสระออกไป

 

  • สิ่งเดียวที่ยังคงเชื่อมร้อยประเทศที่เป็นอดีตอาณานิคมของอังกฤษเอาไว้ด้วยกันได้ในยุคใหม่ คือการเป็นสมาชิกเครือจักรภพซึ่งบางส่วนยกย่องให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองเป็นองค์ประมุขสูงสุด

 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

  • ด้วยการสนับสนุนของดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีผู้ไม่โปรดความมากพิธีการและกฎเกณฑ์ที่แข็งทื่อตายตัวของราชสำนัก สมเด็จพระราชินีนาถทรงเริ่มปรับพระองค์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่ เช่นยกเลิกให้หญิงสาวผู้มีตระกูลที่เพิ่งเปิดตัวเข้าสู่วงสังคมชั้นสูง (เดบิวตอง) เข้าเฝ้า เปลี่ยนการใช้คำว่า "สถาบันกษัตริย์" (The Monarchy) เป็นคำว่า "พระราชวงศ์" (Royal Family) ซึ่งฟังดูใกล้ชิดเป็นกันเองกว่าแทน

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

  • ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ขึ้นครองราชย์ในปี 1952 ในยุคที่อังกฤษมีนายกฯ ที่ชื่อว่า วินสตัน เชอร์ชิลล์ (เชอร์ชิลล์เป็นนายกฯ คนแรกในรัชสมัยของพระองค์)

 

  • ลิซ ทรัสส์ คือนายกฯ คนที่ 15 ในรัชสมัย เธอเปลี่ยนจุดยืนหลายครั้งรวมทั้งเรื่องสถาบันกษัตริย์ สมัยเป็นวัยรุ่นอยู่พรรคลิเบอรัลเดโมแครต เธอเคยอภิปรายล้มล้างสถาบันกษัตริย์ “เราไม่เชื่อเรื่องคนที่เกิดมาเพื่อปกครอง” แต่พอมาอยู่พรรคอนุรักษนิยมทรัสส์บอกว่า “ราชวงศ์” มีความจำเป็นต่อสหราชอาณาจักร

 

70 ปีแห่งความทรงจำ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” และก้าวต่อไปของ “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3”

 

อ้างอิง:

 

ข่าวล่าสุด

ทรูเปิดบ้านต้อนรับ 12 นักล่าฝัน True AF 2026 อบอุ่น

ทรูเปิดบ้านต้อนรับ 12 นักล่าฝัน True AF 2026 อบอุ่น