วิกฤตเศรษฐกิจอังกฤษ บททดสอบของผู้นำอังกฤษคนต่อไป
สถานการณ์เศรษฐกิจในสหราชอาณาจักรในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะการที่ประชาชนส่วนใหญ่เจอกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คาดการณ์เศรษฐกิจอังกฤษ
วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ชาวอังกฤษหลายคนต้องปฏิวัติโปรแกรมการจับจ่ายใช้สอยอย่างยกใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า คนส่วนใหญ่เริ่มต้องปรับตัวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต หน่วยงานทางด้านสถิติของอังกฤษได้ออกมาระบุว่า ตอนนี้อัตรา GDP ในประเทศนั้น ในช่วง 3 เดือนแรกมีการปรับตัวลดลงที่ประมาณ 0.1 % ตลอดจนถึงช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เช่นเดียวกันนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มมองแล้วว่า อัตรา GDP มีโอกาสปรับตัวลดลง 0.2 % จากตอนแรกที่อัตรา GDP ไตรมาสแรกมีการปรับตัวที่ 0.8 %
แม้ว่าสัญญาณดัชนีเศรษฐกิจอังกฤษอาจดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ แต่จะต้องไม่ลืมว่าประเทศอังกฤษเจอปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติจากการทำสงครามระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศยูเครน รวมไปถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อเหมือนกับที่ประเทศสหรัฐอเมริกากำลังประสบปัญหาอยู่ในเวลานี้ เรื่องนี้ทำให้ธนาคารกลางประเทศอังกฤษเริ่มหวาดวิตกมากขึ้น อาจมีความเป็นไปได้ว่าอังกฤษเริ่มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีแล้ว
บททดสอบผู้นำประเทศ
ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสมัยที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้ ถือเป็นการปรับเพิ่มสูงสุดในรอบ 10 กว่าปี อีกทั้งตอนนี้ตลาดแรงงานของประเทศอังกฤษเริ่มมีการแข่งขันกันสูงขึ้น และคาดว่าวิกฤตพลังงานในประเทศจะเลวร้ายมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้
แม้ว่าอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษมีการเติบโตมากขึ้น แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนยังคงมองว่า เป็นการเติบโตที่มาพร้อมกับความเปราะบาง เช่นเดียวกับประเทศสหรัฐอเมริกาที่เจอกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น รวมไปถึงภาวะขาดแคลนแรงงานทั้ง ๆ ที่มีการเปิดรับสมัครงานจำนวนมาก แต่ในประเทศอังกฤษมีความแตกต่างกันในเรื่องของการสำรองพลังงานก๊าซธรรมชาติที่ถดถอยจนทำให้ราคาก๊าซในประเทศเพิ่มสูงขึ้น และจะต้องไม่ลืมว่าในช่วงหลายปีก่อน การทำประชามติ Brexit ทำให้การค้าระหว่างประเทศมีความถดถอยอย่างมีนัยสำคัญ
เช่นเดียวกันการเมืองในประเทศอังกฤษเริ่มมีความระส่ำเมื่อบอริส จอห์นสันได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งคาดว่ามีการเล่นการเมืองกันภายในกันเอง คาดว่าผู้นำคนต่อไปจะเริ่มมีการวางนโยบายหั่นภาษีน้อยลงเพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศกลับมาฟื้นตัว รวมไปถึงการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจกับผู้บริโภคสามารถฝ่าฟันวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ไปให้ได้
ข้อมูลจาก : https://www.wsj.com/articles/u-k-economy-shrank-in-second-quarter-as-inflation-hit-households-11660302163