"โพรบิตี้ เทรดดิ้ง" มุ่งธุรกิจซีฟู้ดญี่ปุ่นครบวงจร

  • วันที่ 10 ก.ค. 2561 เวลา 00:49 น.

"โพรบิตี้ เทรดดิ้ง" มุ่งธุรกิจซีฟู้ดญี่ปุ่นครบวงจร

ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่ขยายตัวมากขึ้นทำให้ ธุรกิจนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นเข้ามาในไทย มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน

***************************

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย มีการเปิดสาขาในต่างจังหวัดของประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัวในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จากแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคจะมีมากขึ้น ถือว่าตลาดในต่างจังหวัดมีแนวโน้มที่สดใสอย่างมากของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ตามข้อมูลที่องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ ระบุไว้ ส่งผลดีต่อ บริษัท “โพรบิตี้ เทรดดิ้ง” ที่นำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นเข้ามาในไทย มีธุรกิจเติบโตที่ดีเช่นกัน

“จิรันธนิน นราเอกศุภเศรษฐ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพรบิตี้ เทรดดิ้ง เปิดเผยว่า โพรบิตี้ เทรดดิ้ง เป็น บริษัทไทย ได้ประกอบธุรกิจนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็งจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทย โดยเชื่อมั่นกับศักยภาพของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่มีการเติบโตต่อเนื่อง

“ผมได้เรียนจบจากประเทศแคนาดา และได้ทำงานกับ บริษัท เทรดดิ้ง ที่ประเทศแคนาดามาหลายปี จึงมีความเข้าใจและสนใจในธุรกิจด้านเทรดดิ้งอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อกลับมาไทยจึงเลือกเข้ามาเปิดบริษัทเทรดดิ้งในไทย และมีเครือข่ายทางธุรกิจอยู่แล้ว” จิรันธนิน กล่าว

ธุรกิจของบริษัทที่มุ่งการนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศญี่ปุ่น และมีผลิตภัณฑ์ไฮไลต์คือ หอยนางรม เฮียวโกะ (Hyogo Oyster) จากจังหวัดเฮียวโกะ ที่มีชื่อเสียงทั้งหอยนางรมและอาหารทะเลของประเทศญี่ปุ่น เข้ามาทำตลาดในไทย

หอยนางรม “เฮียวโกะ” จากจังหวัดเฮียวโกะ มีจุดเด่นทั้งขนาดใหญ่ และมีสารอาหารที่ดี โดยสามารถเลือกหอยนางรมในอายุ 1 ปีมาบริโภคได้ โดยการนำเข้ามาไทยได้ใช้เทคโนโลยีพิเศษในการขนส่งเพื่อคงคุณภาพและความสดไว้ รวมถึงมีเทคโนโลยีในการทำความสะอาด เพื่อให้หอยนางรมมีความปลอดภัย

การทำตลาดระยะแรก จะแนะนำผ่านคนรู้จัก ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารปิ้งย่างญี่ปุ่น ที่มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น พร้อมเจาะตลาดสินค้าอาหารทะเลระดับบน ส่วนราคาสินค้ากำหนดไว้ที่ 150 บาท/ชิ้น และราคาสูงสุด 240 บาท/ชิ้น โดยเป็นราคาที่ร้านค้านำไปจำหน่ายปลีก รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีคุณค่า พร้อมกันนี้ได้ร่วมงาน ไทยเฟกซ์ ผ่านการออกบูธ ของแจแปน พาวิลเลียน ของเจโทร

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดของอาหารทะเลญี่ปุ่นที่มีการแข่งมากขึ้น และมีผู้ประกอบการหลายราย รวมถึงมีผู้ประกอบรายใหญ่ที่ทำธุรกิจมานาน โดยบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงมุ่งเน้นนำเสนอทั้งบริการที่ดีแก่ลูกค้า พร้อมให้บริการรวดเร็ว และสามารถจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด รวมถึงมีสินค้าหลากหลาย

ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลรายใหม่ ทั้งหอยนางรมรมควัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ทะเลใหม่ๆ ตลอดจนกลุ่มอาหารทะเลเพื่อสุขภาพ รองรับตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโต

“การเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำธุรกิจ จึงมุ่งนำเสนอทั้งการบริการแก่ลูกค้า พร้อมให้บริการอย่างรวดเร็ว และการมีหอยนางรมที่แตกต่าง” จิรันธนิน กล่าว

“จิรันธนิน” กล่าวต่อว่า บริษัทจะนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแบบครบวงจร ที่มีคุณภาพนำเสนอแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ