Just in case bags กระเป๋าดีไซน์เพื่อลูกค้าทุกคน

  • วันที่ 05 มิ.ย. 2561 เวลา 15:38 น.

Just in case bags กระเป๋าดีไซน์เพื่อลูกค้าทุกคน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

“Just in case bags” แบรนด์กระเป๋าที่มากกว่ากระเป๋า แต่ผสมด้วยความสุขลงไปในงานออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่มีดีไซน์ จากผู้ก่อตั้งที่ต้องการสร้างแบรนด์ทำให้ลูกค้าทุกคนสามารถเลือกซื้อสินค้า และใช้งานได้อย่างสะดวก พร้อมกับการเลือกวัสดุจากไมโครไฟเบอร์ ทำให้แบรนด์มีการขยายตัวที่ดีและเติบโตต่อเนื่อง

“เฉลิมกิติ์ โภคามาศ” ผู้ก่อตั้งแบรนด์กระเป๋า “Just in case bags” บริษัท คัต สตูดิโอ เปิดเผยว่า แบรนด์กระเป๋า “Just in case bags" เกิดขึ้นจากความชอบในการออกแบบ สู่การสร้างสรรค์กระเป๋าที่มีดีไซน์สร้างสรรค์ ผสมด้วยการมีลูกเล่นและความมีเสน่ห์ในการออกแบบ เพื่อทำให้ลูกค้าเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก

ขณะเดียวกันได้เลือกทำกระเป๋าที่ผลิตจากวัสดุไมโครไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือการให้ความนุ่มและความยืดหยุ่น โดยเป็นวัสดุที่สามารถทดแทนหนังแท้ได้และได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งตลาดยุโรปและเอเชีย อีกทั้งแบรนด์จะมีเอกลักษณ์ดีไซน์ในทุกชิ้น มีฟังก์ชั่นในการใช้งาน และแต่ละแบบจะมีสีที่หลากหลายแต่ไม่ฉูดฉาด

ทั้งนี้ จากการที่แบรนด์มุ่งสร้างสรรค์ และได้นำเสนอสินค้าที่แตกต่าง จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป้าหมาย โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าจะเป็นต่างประเทศ 60% และคนไทย 40% ซึ่งลูกค้าจากต่างประเทศมีทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

พร้อมกันนี้แบรนด์มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างกระเป๋าคือ ทำให้ลูกค้าเลือกใช้งานได้อย่างสะดวกและมีราคาเหมาะสม จึงกำหนดราคาสินค้าตั้งแต่ 490 บาท ที่เป็นกระเป๋าใบเล็ก จนถึงราคาสูงสุดเกิน 1,000 บาทไปเล็กน้อย เป็นกระเป๋าใบใหญ่ ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะผู้หญิงต่างให้การตอบรับที่ดีในช่วง 2 ปีที่ได้เปิดให้บริการ

“สิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์คือ ทำให้ลูกค้ามีความสุขในการเดินเข้ามาในร้านและการได้เลือกซื้อสินค้า จึงอยากทำให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าอย่างมีความสุข เราเลือกใช้วัสดุทดแทนและกำหนดราคาที่ไม่แพง แต่มีดีไซน์มีความสวยงาม ทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มเลือกซื้อสินค้าได้” เฉลิมกิติ์ กล่าว

ในปัจจุบันมีสาขารวม 4 สาขา โดยสาขาแรกที่เปิดให้บริการ ได้แก่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี

“ลูกค้าต่างชาติที่รู้จักแบรนด์จะมาจากการได้เห็นแบรนด์ ดีไซน์สินค้า จึงเลือกซื้อสินค้าต่อเนื่อง และมีลูกค้าที่มาซื้อสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายต่างประเทศ” เฉลิมกิติ์ กล่าว

อีกทั้งแบรนด์ได้ให้ความสำคัญการให้บริการและดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด พร้อมให้คำแนะนำ รวมถึงเก็บข้อมูลและสำรวจทุกความต้องการของลูกค้า เพื่อทำให้นำเสนอสินค้าได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย

“เฉลิมกิติ์” กล่าวต่อว่า ได้ตั้งเป้าหมายระยะต่อไปจะสร้างแบรนด์ให้ลูกค้ารู้จักเพิ่มขึ้น และระยะยาวจะเปิดสาขาต่างประเทศ คาดว่าจะเป็นสิงคโปร์และไต้หวัน พร้อมมุ่งสร้างแบรนด์ไทยก้าวสู่โกลบอลแบรนด์ต่อไป

ข่าวอื่นๆ