‘กิส ยูนิต’ นวัตกรรมหล่อโลหะ

  • วันที่ 16 เม.ย. 2561 เวลา 13:10 น.

‘กิส ยูนิต’ นวัตกรรมหล่อโลหะ

โดย ปิยนุช ผิวเหลือง

เปิดประวัติ กิส ยูนิต (GISS Unit)เทคโนโลยีการหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่ ผลงานชิ้นโบแดง ของบริษัท กิสโค เอสเอ็มอีร้อยล้าน ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรม เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ ด้านเศรษฐกิจ จากเวทีการประกวดสุดยอดนวัตกรรมเซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ 2018

เจษฎา วรรณสินธุ์ ผู้ก่อตั้ง และประธานบริษัท กิสโค เปิดเผยว่า กิส ยูนิต คือ เครื่องผลิตโลหะแบบสเลอร์รี่ ที่คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาใหม่แห่งเดียวในโลก โดยเป็นเทคโนโลยีการหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่ ซึ่งเป็นวิธีการหล่อโลหะแบบกึ่งของแข็ง ทั้งนี้โดยปกติการหล่อโลหะจะใช้วิธีหลอมโลหะให้เหลวและเทลงในแม่พิมพ์ ซึ่งต้องใช้ความร้อนสูง ปัญหาที่พบคือมีช่องว่างจากฟองอากาศที่แทรกอยู่ในโลหะ เนื่องจากขั้นตอนการเท เพราะยิ่งโลหะเหลวเท่าไหร่ ฟองอากาศสามารถแทรกเข้าไปได้เท่านั้น ทำให้ชิ้นงานไม่สมบูรณ์ หรืออีกรูปแบบหนึ่งในการขึ้นรูปโลหะคือการตีขึ้นรูป ซึ่งการตีขึ้นรูปสามารถไล่อากาศออกจากโลหะ ทำให้โลหะแข็งแรงทนทาน แต่มีต้นทุนสูง โดยทั้งสองรูปเป็นรูปแบบการผลิตโลหะจากอดีตถ่ายทอดสู่ปัจจุบันมาช้านาน

ทั้งนี้ กิสโค ได้เล็งเห็นถึงปัญหาในการขึ้นรูปโลหะ ทั้งจากอากาศที่แทรกอยู่ในชิ้นงาน และต้นทุนการตีโลหะที่สูงและผลิตชิ้นงานได้ช้า จึงได้คิดค้นนวัตกรรม เทคโนโลยีการหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่ซึ่งจะสร้างเม็ดโลหะ เป็นเกร็ดเล็กๆ แทรกอยู่ในของเหลว ทำให้เนื้อโลหะมีลักษณะเป็นวุ้น เรียกกระบวนการนี้ว่า สเลอร์รี่ เปรียบเทียบให้เห็นภาพ สเลอร์รี่คือกระบวนการเดียวกันในการผลิต เครื่องดื่มสเลอปี้ ในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น หรือเบียร์วุ้น ซึ่งเป็นของเหลวที่มีความหนืด แต่ไหลได้ ข้อดีจะส่งผลให้โลหะที่อยู่ ในสถานะนี้ไม่ร้อนจนเกินไป เมื่อเทลงในแม่พิมพ์ ทำให้อายุการใช้งานแม่พิมพ์นานขึ้น ลดต้นทุนการผลิต แตกต่างจากการผลิตแบบเดิมที่ใช้ความร้อนสูงกว่า การใช้งานแม่พิมพ์จึงใช้สั้นกว่า นอกจากนี้เมื่อของเหลวหนืดขึ้น ฟองอากาศจึงแทรกตัวเข้าไปในชิ้นงานได้น้อยลง ลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้มากขึ้น

นอกจากนี้ การหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่ ทำให้โลหะแข็งตัวเร็วขึ้น เนื่องจากเป็นระยะที่มีของแข็งลอยอยู่ในของเหลว เวลาการผลิตต่อชิ้นลดลง ดังนั้นเมื่อปรับใช้ในอุตสาหกรรม ทำให้การขึ้นรูปชิ้นงานเร็วขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง และด้วยจุดเด่นการหลอมโลหะแบบสเลอร์รี่ ที่มีอุณหภูมิการหล่อที่ต่ำกว่าแบบทั่วไป ทำให้สามารถเทโลหะลงในร่องไม้ โดยที่ไม้ไม่ไหม้ ส่งผลให้บริษัท กิสโค ต่อยอดเป็นธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ภายใต้แบรนด์ Metallic Wood ผลิตภัณฑ์ไม้และโลหะ ประยุกต์เป็นเคสโทรศัพท์ ต่างหู และแก้วน้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ระลึกอื่นๆ ตามแบบสั่งทำ

“การต่อยอดเป็นแบรนด์ Metallic Wood แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเข้าใจกระบวนการ จนสามารถเทโลหะลงไปในไม้ โดยที่ไม้ไม่ไหม้ ซึ่งปกติไม้เจออุณหภูมิ 100 องศา มันจะลุกเป็นไฟเผาผลาญไป” เจษฎา กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทเป็นการผลิตเครื่องจักรเพื่อหลอมโลหะ โดยส่งออกหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้  สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ และเม็กซิโก เป็นต้น เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ โดยจีนครองการส่งออกประมาณ 70% นอกจากนี้ บริษัทยังผลิตสินค้ากลุ่มโลหะชุบสีและชิ้นส่วนเบรกมอเตอไซค์ ภายใต้แบรนด์ Vrace

สำหรับการเติบโตของรายได้ปี 2560 เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 3-4 เท่า ทั้งตั้งเป้าการเติบโตในปี 2561 เติบโตขึ้น 2 เท่า มูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

“รายได้ปี 2560 โตขึ้นจากการบุกตลาดจีน ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าขยายตลาดพื้นที่ยุโรปอเมริกาและขยายครอบคลุมตลาดเดิมมากขึ้น เช่น จีน และเกาหลีใต้ เพราะเป็นตลาดใหญ่” เจษฎา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ