ผลวิจัยชี้นายจ้างไม่ลดพนักงาน แม้นำหุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์

  • วันที่ 12 มิ.ย. 2562 เวลา 15:05 น.

ผลวิจัยชี้นายจ้างไม่ลดพนักงาน แม้นำหุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผยผลวิจัยชี้ นายจ้างวางแผนคงจำนวนบุคลากรไว้แม้มีการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยทำงาน แต่จำเป็นต้องเพิ่มทักษะให้มากขึ้น

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ได้เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง "ระบบอัตโนมัติ-หุ่นยนต์มาแทนมนุษย์จริงไหม?" โดยสอบถามนายจ้าง 19,000 ราย ใน 44 ประเทศเกี่ยวกับผลกระทบของระบบอัตโนมัติที่มีต่อการเติบโตของงานในองค์กรในอีก 2 ปีข้างหน้า และตำแหน่งหน้าที่ที่นายจ้างวางแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานมากที่สุดและประเภทของทักษะที่กำลังมองหา รวมทั้งกลยุทธ์การสร้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงที่นายจ้างจะใช้เพื่อมองหาแรงงานที่เหมาะสมกับองค์กรในอนาคต

จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า นายจ้าง 87เปอร์เซ็นต์ วางแผนที่จะเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนบุคลากร ซึ่งเป็นผลมาจากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้เป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่องกัน แทนที่จะลดการจ้างงาน

นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ยังมีการลงทุนในระบบดิจิทัล โยกย้ายงานให้หุ่นยนต์เพื่อสร้างงานใหม่ ในขณะเดียวกัน เหล่าบรรดาบริษัทได้เพิ่มพูนทักษะของบุคลากรเพื่อให้แรงงานมนุษย์สามารถปฏิบัติหน้าที่ใหม่เป็นการเสริมเพิ่มเติมจากงานที่ใช้เครื่องจักรดำเนินการ ส่งผลให้การปฏิวัติทักษะเป็นกระแสที่มาแรงในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ระบบอัตโนมัติกำลังสร้างงานและแนวโน้มจะยังคงเป็นเช่นนั้น ทางด้านนายจ้างจำนวนมากขึ้นมีการคาดการณ์ใน 3 ปีหลังจากนี้ว่าจะมีการเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนแรงงานที่เป็นผลจากระบบอัตโนมัติจาก 83 เปอร์เซ็นต์เป็น 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันสัดส่วนของบริษัทที่น่าจะลดจำนวนงานลงจาก 12 เปอร์เซ็นต์ เป็น 9 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ องค์กรที่ใช้ระบบอัตโนมัติมากที่สุดกำลังจ้างงานมากที่สุด ผลวิจัยระบุอีกว่า บริษัทหรือองค์กรที่เปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลกำลังเติบโต และยังทำให้เกิดงานใหม่ๆ มากขึ้นด้วยเช่นกัน องค์กรที่ใช้ระบบอัติโนมัติในการทำงานและเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะมีการเพิ่มจำนวนพนักงานถึง 24 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทเหล่านั้น อีกทั้งยังคาดว่าจะมีตำแหน่งงานมากขึ้นใน 2 ปีข้างหน้า และมีเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรที่ใช้ระบบอัตโนมัติเท่านั้นที่กล่าวว่าจะลดจำนวนพนักงานในขณะที่อีก 3 เปอร์เซ็นต์ ไม่แน่ใจว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

ผลวิจัยยังระบุอีกว่ามี 41 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่จะใช้ระบบอัตโนมัติในการทำงานในอีก 2 ปีข้างหน้า และ 24 เปอร์เซ็นต์ จะสร้างงานใหม่ ส่วนอีก 6 เปอร์เซ็นต์เป็นบริษัทที่ไม่มีแผนจะใช้ระบบอัตโนมัติ

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ระบุว่า จากกระแสของการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยบริษัทกำลังจะกลายเป็นผู้สร้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงเพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถให้กับธุรกิจ โดยผลจากการขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถสูงมากที่สุดในรอบ 12 ปี และทักษะใหม่ๆ ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่ทักษะเก่าค่อยๆ หายไป บริษัทจำนวนมากกำลังวางแผนที่จะพัฒนาและสร้างบุคลากรที่มีความสามารถพิเศษมากกว่าที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นภายในปี 2563 โดยบริษัทมีกำลังตระหนักว่าตนไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่การหาบุคลากรที่มีทักษะความสามารถพร้อมอยู่แล้วได้อีกต่อไป และประมาณ 84 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรคาดว่าจะพัฒนาทักษะความสามารถพิเศษของบุคลากรของตนได้ภายในปี 2563

นายโจนัส ไพรซิ่ง ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวว่า การให้ความสนใจกับเรื่องที่ว่าหุ่นยนต์จะมาแย่งงานของเราเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของเราจากปัญหาที่แท้จริงแน่นอนว่าการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้น แต่มนุษย์ก็เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานเช่นกัน งานวิจัยของแมนพาวเวอร์กรุ๊ปแสดงให้เห็นว่านายจ้างส่วนใหญ่วางแผนที่จะเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนพนักงาน จากผลการพัฒนาระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยเรามีความรับผิดชอบในฐานะผู้นำที่ต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามนุษย์จะทำงานร่วมกับเครื่องจักรได้อย่างไร มนุษย์มีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับการเรียนรู้และการสร้างบุคคลที่มีความสามารถสูง ทักษะถือเป็นใบเบิกทางไปสู่การเติบโต

"นี่ไม่ใช่การเลือกระหว่างมนุษย์หรือเครื่องจักร ผมเชื่อว่าองค์กรและบุคคลสามารถเป็นมิตรกับเครื่องจักรและร่วมมือกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและดีขึ้นกว่าเดิม"นายโจนัส กล่าว

ข่าวอื่นๆ