โอสถสภา ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าออร์แกนิคจาก COSMOS รายแรกในไทย

  • วันที่ 10 มิ.ย. 2562 เวลา 13:33 น.

โอสถสภา ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าออร์แกนิคจาก COSMOS รายแรกในไทย

นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา หรือ OSP เปิดเผยว่า แบรนด์ผลิตภัณฑ์เด็กและโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลของบริษัทฯ เป็นแบรนด์แรกและโรงงานแห่งแรกในไทย ที่ได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจาก จาก COSMOS องค์กรมาตรฐานออร์แกนิคระดับโลกและได้รับการยอมรับมากที่สุดในแถบยุโรป

โดยได้รับการรับรองในระดับ Certificate of COSMOS Natural และระดับ Certificate of COSMOS Organic ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของมาตรฐานนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและเครื่องยืนยันคุณภาพ ความปลอดภัยและมาตรฐานการผลิตของใช้ส่วนบุคคลของโอสถสภาการได้รับการรับรองในครั้งนี้เป็นผลจากการค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์และควบคุมกระบวนการผลิตอย่างเคร่งครัดตามเกณฑ์และข้อกำหนดของมาตรฐาน COSMOS โดยวัตถุดิบที่เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต้องมาจากธรรมชาติที่มาจากฟาร์มออร์แกนิคและได้รับ COSMOS Certificate ปราศจากการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต

ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดเก็บและการขนส่งต้องปราศจากสารปนเปื้อน รวมถึงขั้นตอนการซื้อขายผลิตภัณฑ์ไปจนถึงมือลูกค้าจะต้องโปร่งใสและผ่านการประเมินของ COSMOSทั้งนี้ ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดังนั้น การที่โอสถสภาได้รับการรับรองจาก COSMOS ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการทำการตลาด บริษัทฯ จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคขึ้นภายใต้แบรนด์ “ออร์แกนิค บาย เบบี้มายด์” ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้หญิงที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่ายเช่นเดียวกัน 

สำหรับการขยายตลาดสู่กลุ่มสินค้าออร์แกนิคครั้งนี้จะส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันและการรักษาการเติบโตของผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลโดยรวม หลังจากที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 8.5% ในปีที่ผ่านมาทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ใช้เงินลงทุน 167 ล้านบาท ขยายโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์กลุ่มของใช้ส่วนบุคคลภายใต้บริษัท กรีนสวิลล์  ที่ลาดกระบังเพิ่มเติม โดยจะมีการควบคุมมาตรฐานการสร้างโรงงานอย่างเข้มงวดและให้สอดคล้องตามมาตรฐาน COSMOS และคาดว่าจะสามารถเปิดเดินเครื่องจักรผลิตสินค้าได้ภายในสิ้นปีนื้

การขยายโรงงานในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่มดังกล่าว เพิ่มขึ้นเป็น 6.8 หมื่นตันต่อปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแผนงานการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการรุกทำตลาดเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย

ข่าวอื่นๆ